สรุปข่าว
- Zcash พุ่งขึ้นกว่า 2,000% ภายในปีเดียว แต่นักวิเคราะห์มองว่า มีโอกาสเติบโตต่อ จนยอมทุ่มความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของตัวเองลงทุนใน ZEC
- นักวิเคราะห์เชื่อว่า ‘ความเป็นส่วนตัวทางการเงิน’ คือจุดแข็งสำคัญของ Zcash และมองว่า ZEC อาจมีมูลค่าตลาดเทียบเท่า 15% ของ Bitcoin
- แม้เคยขาย ZEC หลังราคาดิ่งกว่า 60% แต่เมื่อราคาฟื้นตัว นักวิเคราะห์กลับเข้าซื้ออีกครั้ง เพราะเชื่อว่า ความต้องการสินทรัพย์ที่เน้นความเป็นส่วนตัวจะเพิ่มขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Zcash (ZEC) พุ่งกว่า 2,000% ใน 1 ปี แต่นักวิเคราะห์ Taiki Maeda ยังเชื่อว่าเหรียญมีโอกาสเติบโตต่อจากจุดแข็งด้านความเป็นส่วนตัวทางการเงิน โดยมองว่า ZEC อาจขยายมูลค่าตลาดจากราว 1% ของ Bitcoin ไปสู่ 5%-15% หากความต้องการสินทรัพย์ที่เน้นความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น
Zcash (ZEC) กำลังกลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่พุ่งขึ้นร้อนแรงที่สุดในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี หลังราคาทะยานกว่า 2,000% หรือประมาณ 20 เท่าในเวลาเพียง 1 ปี
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคา ZEC คือมุมมองของ Taiki Maeda นักวิเคราะห์และนักเทรดคริปโตชื่อดัง ซึ่งเชื่อว่า Zcash ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จนถึงขั้นนำความมั่งคั่งส่วนใหญ่ของตัวเองมาลงทุนในเหรียญนี้
ทำไม Zcash ถึงน่าสนใจ ?
Maeda มองว่า Zcash มีคุณสมบัติหลายอย่างคล้ายกับ Bitcoin ทั้งอุปทานสูงสุด 21 ล้าน ZEC ระบบขุดแบบ Proof-of-work และ Halving ทุก 4 ปี แต่มีจุดแตกต่างสำคัญคือ ผู้ใช้งานสามารถเลือกทำธุรกรรมแบบเปิดเผยข้อมูล หรือใช้ Shielded transactions เพื่อปกปิดข้อมูลได้
สำหรับ Maeda เรื่อง “ความเป็นส่วนตัว” คือหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของ Bitcoin ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และอาจเปิดโอกาสให้ Zcash กลายเป็น Store of Value หรือแหล่งเก็บรักษามูลค่าทางเลือกในตลาดคริปโต
เขาประเมินว่า Zcash อาจขยายมูลค่าตลาดขึ้นมาแตะระดับ 5%-15% ของ Bitcoin จากปัจจุบันที่อยู่ราว 1% หากตลาดให้มูลค่ากับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
อีกสัญญาณที่ Maeda จับตาคือ ปริมาณ ZEC ที่เพิ่มขึ้นใน Shielded pool ซึ่งสะท้อนการใช้งานธุรกรรมแบบปกปิดข้อมูลที่เติบโตขึ้น ขณะที่อัตราการออกเหรียญใหม่ที่ลดลง ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น และฐานผู้ถือครองที่แข็งแกร่ง อาจช่วยหนุนการยอมรับ Zcash ในระยะยาว
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับภาพใหญ่ของตลาด โดย Maeda เชื่อว่า Bitcoin อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของตลาดกระทิงรอบใหม่ หลังนักลงทุนกลับมาให้ความสนใจกับการป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงิน
เขาคาดว่า เงินจากระบบการเงินแบบดั้งเดิมจะยังไหลเข้าสู่ Bitcoin ขณะที่นักลงทุนสาย Crypto-native จะมองหาสินทรัพย์ประเภท Store of Value และโทเคนที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือครอง ซึ่ง Zcash อยู่ในกลุ่มนี้
เคยขาดทุน 60% แต่ล่าสุดกลับทุ่มเงินเกือบทั้งพอร์ต
Maeda ยังคงเชื่อมั่นใน Zcash แม้จะเคยขาดทุนหนักจากเหรียญนี้มาแล้ว
ช่วงต้นปี เขาเคยสะสม ZEC ที่ราคาต่ำกว่า 400 ดอลลาร์ ก่อนขายออกหลังเกิดความกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบ Orchard ซึ่งเป็นระบบธุรกรรมที่เน้นความเป็นส่วนตัวของ Zcash ส่งผลให้ราคา ZEC ร่วงกว่า 60%
แต่หลังจากราคา ZEC ฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับก่อนการเทขาย Maeda กลับเข้าซื้ออีกครั้งในราคาที่สูงกว่าเดิม โดยมองว่า การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนว่า นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวเหรียญนี้
จากนั้น เขาตัดสินใจเพิ่มสถานะการลงทุนทั้งในตลาด Spot และตลาดที่มีการใช้ Leverage พร้อมตั้ง Stop Loss เพื่อตัดขาดทุนและจำกัดความเสี่ยง
ปัจจุบัน Maeda ถึงขั้นระบุว่า “ผมได้นำความมั่งคั่งส่วนใหญ่ที่ผมมีทั้งหมด มาลงทุนในการเทรด Zcash ครั้งนี้แล้ว”
สำหรับ Maeda การเดิมพันครั้งนี้อยู่บนความเชื่อว่า “ความเป็นส่วนตัว” จะกลายเป็นหนึ่งในกระแสการลงทุนสำคัญของตลาดคริปโต และอาจผลักดันให้ Zcash ขยายมูลค่าตลาดจากระดับราว 1% ของ Bitcoin ไปสู่ระดับ 5%-15%
ในขณะที่รายงาน Zcash มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 943 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.59% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:Benzinga
มุมมองผู้เขียน: การทุ่มเงินเกือบทั้งหมดลงใน Zcash เพียงเหรียญเดียว อาจสร้างความเสี่ยงสูงเกินไปสำหรับนักลงทุนทั่วไป เพราะไม่มีอะไรรับประกันว่าราคา ZEC จะปรับตัวขึ้นต่อ แม้ที่ผ่านมาเหรียญจะทำผลงานได้อย่างโดดเด่น นักลงทุนจึงไม่ควรมองเพียงโอกาสในการทำกำไร แต่ควรประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี ความผันผวนของราคา และการใช้งานจริงของเครือข่าย รวมถึงพิจารณาการกระจายเงินลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการฝากความหวังไว้กับสินทรัพย์เพียงตัวเดียว

