bitkub-banner

Bitcoin พุ่งทะลุ $80,000 รับสัญญาณคงดอกเบี้ยจาก FED ดันล้างพอร์ตฝั่ง Short ยับเยินกว่า 415 ล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin พุ่งทะยานกลับมายืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จพร้อมกับการดีดตัวขึ้นของเหรียญหลักอย่าง XRP และ Ethereum หลังจาก Christopher Waller หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าพร้อมสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมหากตัวเลขเงินเฟ้อยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ชี้ว่าความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนกันยายนได้ลดลงเหลือ 50.4% จากเดิมที่เคยสูงถึง 63.2% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.73%
  • การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาทำให้เกิดภาวะ Short Squeeze ครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่ามีสถานะการลงทุนในตลาดคริปโตถูกล้างพอร์ตไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการถูกบังคับปิดสัญญาของฝั่ง Short สูงถึงกว่า 415 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วยลดแรงกดดันในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นให้เกิดแรงบีบซื้อคืนของฝั่ง Short ซึ่งช่วยสร้างโมเมนตัมขาขึ้นให้กับตลาดคริปโตและตลาดหุ้นในภาพรวม

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างคึกคัก นำโดยพี่ใหญ่อย่าง Bitcoin ที่สามารถพุ่งทะลุแนวจิตวิทยา 80,000 ดอลลาร์ขึ้นไปซื้อขายแถว 80,270 ดอลลาร์ หรือปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันเหรียญสำคัญในกลุ่ม Altcoin ก็ปรับตัวขึ้นยกแผง ไม่ว่าจะเป็น Ethereum ที่ขยับเข้าใกล้ 2,500 ดอลลาร์ด้วยการปรับตัวขึ้น 2.2% เหรียญ XRP ที่พุ่งแรงถึง 6% ตลอดจน BNB ที่วิ่งขึ้นตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งกำลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ชนวนเหตุสำคัญที่จุดพลุความคึกคักในรอบนี้มาจากบทสัมภาษณ์ของ Christopher Waller หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ บนเวที Reuters NEXT ซึ่งเขาระบุว่ามีความโน้มเอียงที่จะสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมต่อไป หากข้อมูลเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ายังคงส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15 ถึง 16 กันยายนนี้ ร่วงลงมาเหลือ 50.4% จากระดับ 63.2% ในวันก่อนหน้า สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ย่อตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.73%

การเปลี่ยนทิศทางของความคาดหวังในตลาดนับเป็นการกลับตัวอย่างสิ้นเชิงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ถ้อยแถลงสายเหยี่ยวของ Kevin Warsh ได้เคยกดดันให้ราคา Bitcoin ร่วงลงไปแถว 76,877 ดอลลาร์ บรรยากาศเชิงบวกนี้ยังส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้นตามไปด้วย โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 453 จุด หรือราว 0.9% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ต่างบวกขึ้นเกือบ 1% ควบคู่ไปกับข่าวการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI อย่าง Hugging Face ของ Nvidia มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Snowflake

การพุ่งขึ้นของราคาคริปโตในระลอกนี้มาพร้อมกับปรากฏการณ์ Short Squeeze อย่างชัดเจน โดยข้อมูลจาก CoinGlass เผยว่ามีสถานะสัญญาอนุพันธ์ถูกบังคับปิดไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ในรอบหนึ่งวัน และในจำนวนนี้เป็นสถานะฝั่ง Short ที่เดิมพันว่าราคาจะร่วงลงสูงถึงกว่า 415 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้นักเทรดมากกว่า 119,000 รายต้องเผชิญกับการล้างพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเพียงชั่วโมงเดียว มีการล้างสถานะ Short ไปถึง 329 ล้านดอลลาร์ ซึ่งการที่ฝั่ง Short ถูกบังคับให้ต้องกว้านซื้อเหรียญคืนเพื่อจำกัดผลขาดทุน กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลที่ช่วยดันราคาให้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ที่มา: decrypt


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่ตลาดตอบรับต่อถ้อยแถลงของ Christopher Waller อย่างรุนแรงจนเกิดคลื่น Short Squeeze สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้เปิดสถานะป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรขาลงไว้ค่อนข้างหนาแน่นหลังจากกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี บททดสอบที่แท้จริงจะอยู่ที่การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนสิงหาคมในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นข้อมูลเศรษฐกิจชิ้นสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนการประชุมของ FED หากตัวเลขแรงงานยังคงส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โมเมนตัมขาขึ้นของ Bitcoin เหนือแนว 80,000 ดอลลาร์จะมีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ความผันผวนของทิศทางดอกเบี้ยก็อาจกลับมารบกวนตลาดได้อีกครั้ง