สรุปข่าว
- Duquesne Family Office ของนักลงทุนไร้พ่ายระดับตำนาน Stanley Druckenmiller เปิดเผยตัวเลขการอัดฉีดเงินเข้าซื้อหุ้นเหมืองขุด Bitcoin กว่า $125 ล้าน
- เป็นไปได้ว่าตัวเขามองข้ามการถือ BTC ตรงๆ สู่การเดิมพันใน กระแสไฟฟ้าและ Data Center เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมสรรพนำมาใช้งานได้ทันที
- หากนับจากสิ้นไตรมาส 2 ราคาหุ้นเหมืองขุดทั้ง 4 ตัวปรับตัวลดลงเฉลี่ย 24%สวนทางกับราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นกว่า 33% ทะลุระดับ $82,000
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Stanley Druckenmiller นักลงทุนระดับตำนานที่ทำสถิติไร้พ่ายนานกว่า 30 ปี ได้มีการเปิดเผยว่ามีการอัดฉีดเงินกว่า $125.6 ล้านดอลลาร์ เข้าถือหุ้นกลุ่มเหมืองขุด Bitcoin รวม 4 บริษัท ทว่าในปัจจุบันมูลค่าของหุ้นในมือกลับยังไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเทียบเท่า Bitcoin โดยตรงที่พุ่งขึ้นกว่า 33% จาก $58,600 สู่ระดับเหนือ $82,000
สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลของ Stanley Druckenmiller ล่าสุดได้มีการเปิดเผยว่าพวกเขาได้อัดฉีดเงินลงทุนสูงถึง 125.6 ล้านดอลลาร์เข้าสู่หุ้นกลุ่มเหมืองขุด Bitcoin ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยปรับพอร์ตด้วยการเทขายหุ้นชิป AI ยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง Broadcom, Intel และ Micron Technology ออกไปเพื่อเปิดทางให้กับสินทรัพย์ฝั่ง BTC
ทำไมถึงน่าจับตา?
Druckenmiller เป็นนักลงทุนระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงจากการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันนานกว่า 30 ปีโดยไม่เคยสร้างผลตอบแทนติดลบเลยแม้แต่ปีเดียว พร้อมทำสถิติผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 30%
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงวิกฤตการณ์เงินปอนด์เมื่อปี 1992 เขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญที่ช่วย George Soros ทำกำไรได้ราว 1 พันล้านดอลลาร์จากการเดิมพันฝั่งชอร์ตปอนด์สเตอร์ลิง
ด้วยประวัติการลงทุนระดับประวัติศาสตร์นี้เอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วอลล์สตรีทยังคงจับตามองทุกจังหวะการเคลื่อนไหวและการปรับพอร์ตของ Druckenmiller อย่างใกล้ชิด
รายละเอียดมีการระบุว่าพวกเขาได้มีการถือหุ้น Bitdeer Technologies เป็นจำนวนกว่า $64.7 ล้าน ตามด้วย Hut8 ที่ $36.3 ล้าน, Riot Platforms $20.7 ล้าน และ IREN อีก $4 ล้าน พอรวมทั้งหมดแล้วจะได้เป็นสัดส่วนที่ 2.4% ของพอร์ต $5.21 พันล้าน ซึ่งเป็นเรื่องน่าจับตามากว่าทำไม่พวกเขาถึงไม่ลงทุนใน Bitcoin ไปเลยตรงๆ
อย่างไรก็ตาม Druckenmiller ไม่ได้ละทิ้งกลุ่ม AI เสียทีเดียว เขายังได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น TSMC ขึ้นเป็น 281.6 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 167.4 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งเริ่มเข้าซื้อหุ้นของ AMD, Lam Research, Equinix และ Alphabet อีกด้วย
ทำไมถึงเลือกเหมืองขุด
จริงอยู่ว่าเหมืองขุดแต่ละเจ้าที่ได้กล่าวไปล้วนแล้วแต่มีแนวทางที่ปรับโฉมเหมืองขุด Bitcoin ไปสู่ Data center เพื่อรองรับยุคสมัยแห่ง AI แต่สิ่งที่ Druckenmiller อาจมองไปลึกกว่านั้นคือการที่ตัวของเขากำลังเข้าซื้อ “กระแสไฟฟ้า” ซึ่งเหล่าบริษัท AI ในปัจจุบันต่างต้องการกำลังการผลิตดังกล่าวทันทีและไม่สามารถรอกระบวนการสร้างใหม่ได้ในขณะที่เหมืองขุดมีทุกอย่างพร้อมสรรพ
กระนั้น การเดิมพันใน Bitcoin ของนักลงทุนรายนี้กลับติดลบแล้วถึง 24% เนื่องจากตัวเลือกการลงทุนยังไม่สัมฤทธิผล โดยหุ้นเหมืองขุด Bitcoin ทั้งสี่ตัวที่เขาถือครองต่างปรับตัวลดลงทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา นำโดย Bitdeer ร่วงลง 25.5%, Hut 8 ลดลง 24.4%, Riot ปรับลง 24.3% และ IREN ลดลง 10%
มูลค่าหุ้นจำนวนดังกล่าวในปัจจุบันปรับลดลงมาเหลือเพียงราว 94.9 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นผลขาดทุนทางบัญชีประมาณ 30.7 ล้านดอลลาร์ สวนทางกับราคา Bitcoin ที่พุ่งขึ้นไปในทิศทางตรงกันข้ามราว 33% จากระดับ 58,600 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน สู่ระดับเหนือ 81,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้กลยุทธ์การลงทุนผ่านหุ้นที่มีความเชื่อมโยงนี้ทำผลงานได้ล้าหลังกว่าตัวสินทรัพย์อ้างอิงอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ยังมีข้อสังเกตสำคัญที่ต้องพิจารณาอีกมาก เนื่องจากรายงานเอกสาร 13F เป็นเพียงภาพสะท้อนข้อมูล ณ วันสิ้นไตรมาสเท่านั้น ไม่ใช่การอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ Druckenmiller อาจมีการเข้าซื้อเพิ่มเติมหรือเทขายทำกำไรออกไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน โดยข้อมูลทั้งหมดจะปรากฏชัดเจนอีกครั้งในการยื่นเอกสารรอบถัดไปในเดือนพฤศจิกายน
ที่มา : Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การเดิมพันของ Druckenmiller อาจเป็นการสะท้อนมุมมองว่าเหมืองขุด BTC คือการเดิมพันที่คุ้มค่าและได้ทั้งสองหน้า โดยมุมหนึ่งอาจได้รับอานิสงส์จากตัว Bitcoin เองในขณะที่อีกมุมก็ได้รับแรงส่งจาก AI และธุรกิจที่มีผลกำไรจริง

