bitkub-banner

แฮกเกอร์ Coldcard โยกย้าย Bitcoin มูลค่า 7.7 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 45% ของยอดถูกขโมยในระลอกที่สาม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รายงานจาก Galaxy Research ระบุว่าแฮกเกอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Coldcard ระลอกที่สามได้ทำการโยกย้ายเหรียญ Bitcoin จำนวน 97.09 เหรียญหรือคิดเป็นมูลค่าราว 7.7 ล้านดอลลาร์ผ่านสองวิธีการหลักเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน
  • คนร้ายได้โอนเหรียญจำนวน 20.5 เหรียญผ่านกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ THORChain ไปยังเครือข่าย Ethereum เมื่อวันที่ 2 กันยายน และนำเหรียญอีกกว่า 76 เหรียญเข้าสู่ระบบ CoinJoin ในช่วงวันที่ 5 ถึง 6 กันยายนเพื่อทำให้การติดตามเส้นทางธุรกรรมทำได้ยากยิ่งขึ้น
  • การโจมตีในภาพรวมทั้งหมดกวาดเหรียญไปได้ถึง 1,806 เหรียญหรือราว 143.9 ล้านดอลลาร์ โดยต้นตอของปัญหาเกิดจากช่องโหว่ของเฟิร์มแวร์ที่ทำให้กลไกการสุ่มสร้างรหัสกระเป๋าเงินอ่อนแอลง ซึ่งผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจำเป็นต้องสร้างรหัสใหม่และย้ายสินทรัพย์ออกทันทีเนื่องจากการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากการเจาะระบบกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์เก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสร้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรม

ความคืบหน้าล่าสุดของการติดตามเส้นทางเงินจากการเจาะระบบกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Coldcard เผยให้เห็นพฤติกรรมของแฮกเกอร์ที่เริ่มทยอยฟอกเงินอย่างเป็นระบบ โดยรายงานชี้ว่าคนร้ายได้นำเหรียญ Bitcoin จากกระเป๋าที่ใหญ่ที่สุดไปแปลงผ่านแพลตฟอร์ม THORChain เพื่อส่งต่อไปยังเครือข่าย Ethereum ก่อนที่จะนำเหรียญส่วนที่เหลือไปเข้าระบบ CoinJoin ซึ่งเป็นกระบวนการผสมธุรกรรมจากผู้ใช้งานหลายคนเข้าด้วยกันเพื่อตัดตอนการสืบสวนและทำให้ไม่สามารถโยงความสัมพันธ์ระหว่างต้นทางกับปลายทางได้

รูปแบบการทำงานของแฮกเกอร์รายนี้มีความแยบยลอย่างมาก โดยมีการสร้างกระเป๋าเงินแบบ Multisignature ที่ต้องใช้กุญแจสองดอกในการอนุมัติธุรกรรมขึ้นมาจำนวน 293 ใบเพื่อแยกเก็บเหรียญของเหยื่อแต่ละราย ปัจจุบันคนร้ายกำลังไล่ถอนเงินออกจากกระเป๋าใบที่ใหญ่ที่สุดตามลำดับและได้กวาดเงินจากกระเป๋า 11 ใบแรกออกไปหมดแล้ว เมื่อประเมินความเสียหายจากการโจมตีในทุกระลอกพบว่ามีเหรียญถูกขโมยไปทั้งหมดราว 1,806 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระบุว่า 82% ของเงินที่ถูกขโมยไปยังคงนอนนิ่งอยู่ในที่อยู่เดิมที่แฮกเกอร์ควบคุมไว้ มีเพียง 18% เท่านั้นที่เริ่มถูกโยกย้ายเพื่อซ่อนร่องรอย

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า เหตุการณ์นี้น่าจะสร้างความสั่นคลอนให้กับความเชื่อมั่นในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าทางผู้ผลิตอย่าง Coinkite จะออกเฟิร์มแวร์เวอร์ชันแก้ไขมาแล้ว แต่การที่ความเสียหายบานปลายไปถึงหลักร้อยล้านดอลลาร์ก็เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับวงการคริปโต สิ่งที่น่ากังวลหลังจากนี้คือแรงเทขายที่อาจเกิดขึ้นหากแฮกเกอร์สามารถฟอกเงินจำนวนมหาศาลที่เหลืออีกกว่า 82% สำเร็จ ผู้ใช้งานทุกคนที่เข้าข่ายจึงไม่ควรนิ่งนอนใจและต้องรีบสร้างรหัสกู้คืนกระเป๋าใบใหม่เพื่อย้ายสินทรัพย์ไปยังที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด