bitkub-banner

แฮกเกอร์หมวกขาว คืน 3,400 BTC ให้กับ Liquid Network แต่ยังเก็บไว้อีก 15% 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แฮกเกอร์ได้ทำการโอนคืน 3,400 BTC ให้แก่ Liquid Network หลัง Blockstream แก้ไขช่องโหว่สำเร็จ แต่เงินที่โอนกลับมาคิดเป็น 85% ของที่โอนออกไปเท่านั้น
  • เงินอีกประมาณ 598.5 BTC ราว $47 ล้านดอลลาร์ ยังคงถูกถือครองไว้ในกระเป๋าของผู้ก่อเหตุ โดยไม่มีข้อตกลงเรื่องค่าตอบแทนอย่างเป็นทางการ
  • Liquid Network ยังคงหยุดให้บริการสะพานเชื่อมสินทรัพย์ชั่วคราว เพื่ออุดรูรั่วซอฟต์แวร์ให้สมบูรณ์

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ผู้ก่อเหตุแฮกเครือข่าย Liquid Network ได้ทำการโอน Bitcoin คืนจำนวน 3,400 BTC คิดเป็นสัดส่วนราว 85% กลับเข้าสู่กระเป๋าคลังสำรองของ Liquid Federation หลังจากเจรจากับทางทีม Blockstream ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามเงินส่วนที่ยังไม่คืนอีก 15% ยังไม่ได้ถูกยืนยันว่าเป็นค่าตอบแทนหรือรางวัลที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ

แฮกเกอร์หมวกขาวผู้อ้างว่าตนอยู่ฝ่ายดีในที่สุดก็ได้มีการโอน Bitcoin คืนให้กับ Liquid Network หลังจากที่มีการขโมย Bitcoin ออกมาเป็นจำนวนกว่า 4,000 BTC ทว่าการโอนคืนครั้งล่าสุดนี้เป็นเพียงแค่การคืนบางส่วนเท่านั้นส่งผลทำให้เรื่องราวยังคงดำเนินต่อ

อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างประเทศ มีการเปิดเผยว่าแฮกเกอร์รายนี้ได้ทำการส่งคืน 3,400 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $268 ล้านให้กับเครือข่าย ทว่า บิทคอยน์ที่ส่งกลับมามีสัดส่วนเพียงแค่ 85% ของที่ขโมยออกไป และตัวแฮกเกอร์เองก็ยังคงมีการเก็บ Bitcoin เอาไว้กับตัวอีกประมาณ 598.5 BTC หรือราว $47 ล้าน

เบื้องหลังการเจรจา

สาเหตุที่ทำให้แฮกเกอร์ตัดสินใจส่ง Bitcoin กลับคืนมาคาดว่าเป็นผลมาจากการตอบรับของ Blockstream ที่ได้ติดต่อไปยังคนร้ายและกล่าวว่าปัญหาเรื่อง bridge nodes ได้รับการแก้ไขแล้ว และให้ทำการส่งเงินกลับมา

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวน 15% ที่แฮกเกอร์ถือครองอยู่ในปัจจุบันไม่ได้มีหลักฐานใดยืนยันว่าเป็นค่าตอบแทนหรือรางวัลที่ได้มีการตกลงกันไว้ทั้งสองฝ่าย ทำให้สถานะของแฮกเกอร์รายดังกล่าวยังไม่ใช่ “หมวกขาว” โดยสมบูรณ์ แต่ทาง Blockstream ก็ได้มีการทิ้งข้อความบนบล็อกเชนไว้เป็นนัยแล้วด้วยคำสั้นๆ ว่า “ขอบคุณ”

ขณะเดียวกัน Charles Guillemet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ledger ได้ออกมาตั้งคำถามถึงพฤติกรรม ยึดเงินไปก่อน แล้วค่อยมาเจรจาทีหลัง แม้ในภายหลังเขาจะยอมรับว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นเพียงกลุ่มนักวิจัยที่ยังขาดประสบการณ์ก็ตาม ขณะที่ทาง Liquid ก็ออกแถลงการณ์อย่างระมัดระวัง โดยเรียกผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้ว่าเป็นเพียง กลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นแฮกเกอร์หมวกขาวเท่านั้น

ปัญหายังไม่จบ

อย่างไรก็ตามแม้ว่าแฮกเกอร์จะส่งคืนไม่ครบ แต่อย่างน้อยสถานการณ์คลังสำรองของ Liquid Network ก็น่าจะกลับมาดีขึ้น เนื่องจากเงินที่ถูกขโมยออกไปคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 95% ของทั้งเครือข่าย การได้เงิน “ส่วนใหญ่” กลับคืนมาแล้วจึงเป็นเรื่องที่ทำให้ตลาดโล่งใจได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ปัญหาของทาง Liquid ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเงินที่หายไปเพียงอย่างเดียวและพวกเขาก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่อเนื่องจากเครือข่ายยังคงระงับการให้บริการ ซึ่งการกลับมาเปิดเครือข่ายอีกครั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าสินทรัพย์ L-BTC มีมูลค่าถูกตรึงไว้ 1:1 และช่องโหว่ความปลอดภัยได้ถูกอุดรูรั่วจนหมดแล้ว 

ปัจจุบัน เครือข่ายหลักของ Bitcoin ได้ถูกยืนยันแล้วว่าไม่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับ แพลตฟอร์ม-บริการอื่นๆ ในระบบนิเวศของ Liquid และทางเครือข่ายก็ยังไม่มีแถลงการณ์เพิ่มเติมออกมาว่าจะกลับมาให้บริการเมื่อใด

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : ถึงเงินก้อนใหญ่จะกลับมาอยู่ในมือของ Liquid แล้วแต่ความท้าทายที่แท้จริงถัดจากนี้คือการกอบกู้ความเชื่อมั่น และการหาหนทางชดเชยเงินส่วนที่หายไปเพื่อรับประกันมูลค่า L-BTC แบบ 1:1 ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด