สรุปข่าว
- Itaú เปิดให้ลูกค้ารายย่อยซื้อขายคริปโต 15 สกุล รวม Bitcoin และ Ethereum ตั้งแต่ปี 2025
- Nubank รองรับคริปโต 28 รายการ และมีผู้ใช้งานเทรดมากกว่า 7 ล้านราย ขณะที่ Banco do Brasil เปิด Bitcoin และ Ethereum
- กฎใหม่ของธนาคารกลางบราซิลที่เริ่มใช้เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ช่วยให้ธนาคารเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องถือคริปโตไว้ในงบดุล
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Itaú, Nubank และ Banco do Brasil กำลังขยายบริการซื้อขายคริปโตให้ลูกค้ารายย่อยหลายล้านราย หลังบราซิลเริ่มใช้กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์เสมือนใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดย Itaú รองรับเหรียญ 15 รายการ ขณะที่ Nubank รองรับ 28 รายการและมีผู้ใช้งานมากกว่า 7 ล้านราย ส่วน Banco do Brasil เปิดให้ลงทุน Bitcoin และ Ethereum ทั้ง 3 ธนาคารเลือกทำหน้าที่เป็นตัวกลางโดยไม่ถือคริปโตไว้ในงบดุล สะท้อนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักภายใต้การกำกับดูแล
3 สถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดของบราซิล ได้แก่ Itaú, Nubank และ Banco do Brasil กำลังขยายบริการซื้อขายคริปโตให้กับลูกค้ารายย่อยหลายล้านราย โดยทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์และตัวกลางซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ถือครองคริปโตไว้ในงบดุลของธนาคารเอง
การขยายบริการเกิดขึ้นหลังธนาคารกลางบราซิล (BCB) ออกกรอบกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน ซึ่งเริ่มมีผลในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และกำหนดมาตรฐานด้านใบอนุญาต เงินทุน การแยกสินทรัพย์ลูกค้า และ Proof of Reserves
Itaú ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่ที่สุดของบราซิล เริ่มให้ลูกค้ารายย่อยซื้อขายโทเคน 15 สกุลตั้งแต่ต้นปี 2025 รวมถึง Bitcoin และ Ethereum โดยให้บริการผ่านแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ที่มีอยู่เดิม
ขณะที่ Banco do Brasil ธนาคารยักษ์ใหญ่ที่รัฐเป็นผู้ควบคุม เปิดให้ลูกค้าเข้าถึงการลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนของธนาคาร
ส่วน Nubank เดินหน้าขยายบริการคริปโตมากที่สุดในกลุ่ม โดยปัจจุบันรองรับสินทรัพย์ดิจิทัล 28 รายการ และเพิ่มโทเคนใหม่อีก 4 สกุลในเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงเดือนเดียว โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 7 ล้านรายซื้อขายคริปโตผ่านแอปพลิเคชัน
ทั้ง 3 ธนาคารไม่ได้ถือครอง Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในงบดุล แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางและผู้ดูแลสินทรัพย์ เชื่อมลูกค้าเข้ากับตลาดคริปโต พร้อมจัดประเภทบริการดังกล่าวเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และกำหนดให้ลูกค้ารับทราบข้อมูลความเสี่ยงก่อนซื้อขาย
กรอบกำกับดูแลของ BCB ซึ่งผ่านการอนุมัติในช่วงปลายปี 2025 กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือนต้องมีใบอนุญาต มีเงินทุนเพียงพอ แยกสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากเงินของบริษัท และสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีสินทรัพย์รองรับตามที่ระบุ
สำหรับธนาคารที่มีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance) การบริหารความเสี่ยง และโครงสร้างเงินทุนตามข้อกำหนดของภาคการเงินอยู่แล้ว กฎใหม่จึงช่วยลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดคริปโต และเปิดทางให้สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามาให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ
ที่มา:cryptobriefing
มุมมองผู้เขียน: ทิศทางนี้ถือเป็นสัญญาณบวกต่อ Bitcoin ในระยะยาว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ธนาคาร “พูดถึง” คริปโต แต่กำลังนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปอยู่ในช่องทางที่ลูกค้าหลายล้านคนใช้งานอยู่แล้ว หากโมเดลของบราซิลประสบความสำเร็จ ก็มีโอกาสเห็นธนาคารในตลาดเกิดใหม่ประเทศอื่นเดินตาม ซึ่งจะช่วยขยายฐานผู้เข้าถึงคริปโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

