สรุปข่าว
- Trezor ถูกแฮกระบบผู้ให้บริการอีเมลของบริษัท ก่อนถูกนำไปใช้ส่งอีเมลฟิชชิงปลอมถึงผู้ใช้งาน
- อีเมลปลอมอ้างพบช่องโหว่ STM32 กระทบอุปกรณ์ราว 25% และหลอกให้ผู้ใช้งานกดลิงก์เพื่อแก้ไข
- นักวิจัยเตือนว่า เหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับ BitBox ด้วย ขณะที่ Trezor ยืนยันว่า ไม่มีช่องโหว่ตามที่อีเมลกล่าวอ้าง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Trezor เตือนผู้ใช้งานหลังแฮกเกอร์เจาะระบบผู้ให้บริการอีเมลบุคคลที่สามที่บริษัทใช้งานอยู่ และนำไปส่งอีเมลฟิชชิงปลอม โดยอ้างว่า พบช่องโหว่ร้ายแรงใน STM32 ซึ่งอาจกระทบอุปกรณ์ราว 25% และทำให้ Recovery Phrase ไม่ปลอดภัย ขณะที่ Trezor ยืนยันว่า อีเมลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ และเตือนผู้ใช้ห้ามคลิกลิงก์เด็ดขาด
Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Bitcoin ชื่อดังออกมาเตือนผู้ใช้งานว่า แฮกเกอร์ได้เจาะระบบผู้ให้บริการอีเมลบุคคลที่สามของบริษัท ก่อนใช้ช่องทางดังกล่าวส่งอีเมลฟิชชิงที่ปลอมเป็นประกาศความปลอดภัยระดับวิกฤต
การแจ้งเตือนถูกเผยแพร่เมื่อวานนี้เวลา 16:30 น. ตามเวลาตะวันออก (ET) หรือประมาณ 03:30 น. วันนี้ตามเวลาไทย หลังผู้ใช้งานหลายรายแจ้งว่า ได้รับอีเมลจากที่อยู่อีเมลที่ดูเหมือนเป็นของ Trezor มานานหลายชั่วโมงแล้ว
อีเมลดังกล่าวใช้หัวข้อว่า “Critical Security Alert: STM32 Entropy Vulnerability” พร้อมอ้างว่า วิศวกรของ Trezor พบช่องโหว่ฮาร์ดแวร์ร้ายแรงในไมโครคอนโทรลเลอร์ STM32 ที่ใช้กับอุปกรณ์ของบริษัท และอ้างว่าปัญหาดังกล่าวอาจกระทบอุปกรณ์ที่ผลิตออกมาราว 25%
เนื้อหาในอีเมลยังระบุว่า ช่องโหว่อาจทำให้ Entropy หรือระบบสุ่มตัวเลขที่ใช้สร้าง Recovery Phrase ไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ พร้อมแนบลิงก์ให้ผู้ใช้งานดำเนินการแก้ไข อย่างไรก็ตาม Trezor ยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นข้อมูลเท็จและเป็นความพยายามหลอกขโมยข้อมูล
Trezor เน้นย้ำผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ไม่มีการออกประกาศความปลอดภัยในลักษณะดังกล่าว และเตือนผู้ใช้งาน อย่าคลิกลิงก์ใด ๆ ในอีเมล โดยบริษัทได้ปิดโดเมนที่ถูกใช้ในการโจมตีแล้ว พร้อมเร่งตรวจสอบว่า แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบของผู้ให้บริการอีเมลได้อย่างไร
Nick Neuman ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Casa ระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงกับกลุ่มผู้ใช้งาน Trezor หลังได้รับรายงานลักษณะเดียวกันจากผู้ใช้งาน BitBox พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ระบบของผู้ให้บริการส่งอีเมลการตลาดอาจถูกเจาะ และเตือนให้ระวังอีเมลที่พยายามชักจูงให้ทำธุรกรรมผ่านลิงก์ต้องสงสัย
Jameson Lopp นักวิจัยด้านความปลอดภัย Bitcoin ออกมาเตือนเช่นกันว่า ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจเจาะระบบผู้ให้บริการอีเมลที่ Trezor และ BitBox ใช้งาน ก่อนส่งอีเมลอ้างว่า อุปกรณ์ของทั้งสองแบรนด์มีระบบสุ่มตัวเลขที่ไม่ได้มาตรฐานและจำเป็นต้องอัปเดตด้านความปลอดภัย ทั้งที่บริษัทไม่ได้ออกประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด
อีเมลปลอมยังพยายามเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างอิงกรณีช่องโหว่ของ Coldcard ก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสูญเสีย Bitcoin มูลค่ากว่า 130 ล้านดอลลาร์ โดยใช้ความหวาดกลัวด้านความปลอดภัยเป็นเครื่องมือกดดันให้ผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Trezor และ Foundation ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตคริปโตอีกราย เคยเตือนถึงการโจมตีแบบฟิชชิงที่อาศัยกระแสความกังวลจากกรณี Coldcard มาแล้ว ขณะที่ Trezor ยังรายงานเหตุการณ์แฮกที่ ShipMonk ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า ซึ่งทำให้ข้อมูลลูกค้ากว่า 80,689 รายรั่วไหล ทั้งชื่อ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่จัดส่ง พร้อมเตือนว่า ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ต่อยอดการโจมตีฟิชชิงที่แนบเนียนยิ่งขึ้น
ที่มา:decrypt
มุมมองผู้เขียน: สำหรับผู้ใช้งาน Trezor สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเปิดเผย Recovery Phrase หรือกรอกข้อมูลดังกล่าวลงในเว็บไซต์ที่ส่งมาทางอีเมล แม้อีเมลจะดูเหมือนมาจากบริษัทโดยตรง เพราะเพียงแค่ Recovery Phrase ตกไปอยู่ในมือผู้ไม่ประสงค์ดี ก็อาจหมายถึงการเปิดทางให้เข้าถึงสินทรัพย์คริปโตทั้งหมดได้

