สรุปข่าว
- UniCredit ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอิตาลี กำลังพิจารณาขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยอยู่ระหว่างมองหาผู้ให้บริการเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการรับฝากสินทรัพย์คริปโตและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
- แผนดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ธนาคารกำลังพิจารณาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ทั้งโทเค็น, เหรียญ, Stablecoin และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
- ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าธนาคารยุโรปกำลังขยับจากการ “เปิดรับคริปโตทางอ้อม” ไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลแบบทางตรงมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
แม้ UniCredit จะยังไม่ได้เปิดให้บริการจริง และแผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แต่การที่ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของอิตาลีเริ่มพิจารณาสร้างระบบดูแลและซื้อขายคริปโตด้วยตัวเอง ถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสถาบัน เพราะธนาคารสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างลูกค้ากระแสหลักกับตลาดคริปโตได้โดยตรง
UniCredit จ่อเข้าสู่ตลาดคริปโตเต็มตัว
UniCredit ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอิตาลี กำลังพิจารณาขยายบริการเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า ธนาคารกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสำรวจผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่สามารถช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรับฝากคริปโตตลอดจนถึงระบบสำหรับการซื้อและขาย ขณะที่แผนทั้งหมดนี้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายแต่อย่างใด
UniCredit เป็นธนาคารรายใหญ่ของยุโรป โดยข้อมูลจากสหภาพยุโรประบุว่า UniCredit เป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอิตาลีเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ รองจาก Intesa Sanpaolo แค่เจ้าเดียวเท่านั้นนั่นทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อการยอมรับคริปโตในระบบการเงินดั้งเดิมของยุโรป
ก้าวสำคัญของคริปโตในแดนยุโรป
รายงานระบุว่าแผนของ UniCredit ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการสร้างระบบโบรเกอร์เพื่อรองรับการซื้อขายคริปโต รวมถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนในรูปแบบโทเค็น และผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin
หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ลูกค้าของ UniCredit อาจสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารได้โดยตรง แทนที่จะต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจช่วยลดอุปสรรคสำหรับนักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ภายใต้กรอบการกำกับดูแลของธนาคาร
UniCredit เดินหน้าเรื่องบล็อกเชนก่อนใครเพื่อน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ UniCredit แสดงท่าทีสนใจเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2026 ธนาคารได้ลงทุน 4 ล้านยูโร เพื่อเข้าถือหุ้นประมาณ 16% ใน BlockInvest บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการออกสินทรัพย์ทางการเงินบนระบบบล็อกเชน โดย UniCredit ระบุว่าต้องการเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงินแบบ On-chain และการสร้างสินทรัพย์ในรูปแบบโทเค็น
นอกจากนี้ UniCredit ยังเดินหน้าทดลองใช้บล็อกเชนกับตลาดทุนจริง โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดโครงสร้างและผู้ลงทุนรายเดียวในการออก ตราสารหนี้แบบ Tokenized มูลค่า 5 ล้านยูโรบนบล็อกเชนสาธารณะ สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในอิตาลี สะท้อนว่าธนาคารกำลังขยายการใช้งานบล็อกเชนจากสินทรัพย์ดิจิทัล ไปสู่การออกและบริหารตราสารทางการเงินโดยตรง
การที่ UniCredit ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอิตาลี เริ่มสำรวจการสร้างระบบสำหรับรับฝากและการเทรดคริปโต ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าคริปโตกำลังค่อย ๆ ถูกดึงเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานของธนาคารแบบดั้งเดิมมากขึ้น แม้ตอนนี้ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและยังไม่มีการประกาศเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่ทิศทางตั้งแต่การลงทุนในบล็อกเชน การออกสินทรัพย์ Tokenized ไปจนถึงการเข้าร่วมโครงการ Stablecoin ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า สิ่งที่น่าจับตากว่าการเปิดตัวการรับฝากคริปโตของ UniCredit เพียงรายเดียว คือ ธนาคารยุโรปจะเริ่มเดินตามกันมากแค่ไหน หาก UniCredit สามารถเปิดหัวนำร่องได้จริง ธนาคารรายใหญ่อื่น ๆ อาจมีแรงจูงใจในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามมา ซึ่งในระยะยาวอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนกระแสหลักมากขึ้น
ที่มา : Bitcoin Magazine, Unicreditgroup

