สรุปข่าว
- Bitwise เปิดเผยผลสำรวจสถาบันการเงิน พบว่านักลงทุนสถาบันมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์กักเก็บมูลค่าคู่กับทองคำ แต่การจัดสรรพอร์ตยังจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นเทคฯ
- อุปสรรคสำคัญที่ทำให้สถาบันไม่เข้ามาลงทุนคือกระบวนการอนุมัติของคณะกรรมการ ขณะที่ความผันผวนของราคาไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้สถาบันถอนการลงทุน
- ปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นให้ถอนการลงทุนคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายกำกับดูแลกะทันหันหรือวิกฤตความน่าเชื่อถือทั่วทั้งอุตสาหกรรม1
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
รายงานจาก Bitwise เผยว่านักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่มอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์กักเก็บมูลค่าและป้องกันความเสี่ยงคล้ายทองคำ แต่ในแง่การลงทุนยังถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีขั้นตอนการอนุมัติของคณะกรรมการเป็นอุปสรรคสำคัญ และให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบหรือวิกฤตความเชื่อมั่นมากกว่าความผันผวนของราคา
รายงานล่าสุดจาก Bitwise เผยอินไซต์ที่น่าสนใจจากการสัมภาษณ์ 15 สถาบันการเงินระดับโลกที่บริหารสินทรัพย์หลักหมื่นล้านดอลลาร์พบว่า สถาบันส่วนใหญ่ยกให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และมักถูกนำไปจัดพอร์ตคู่กับ “ทองคำ” เพื่อรับมือกับการเสื่อมค่าของสกุลเงินดั้งเดิม โดยมีสถาบันแห่งหนึ่งระบุชัดเจนว่า พวกเขาจัดเก็บ Bitcoin ไว้ในหมวดหมู่ทองคำโดยตรง
แม้จะมีสถานะเทียบชั้นทองคำ แต่ในแง่ของการจัดสรรงบประมาณ สถาบันส่วนใหญ่กลับจัดคริปโทฯ ไว้ในหมวดหมู่ “นวัตกรรมและการร่วมลงทุน” โดยกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งหนึ่งได้จัดให้คริปโทฯ อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีพลิกโลกกลุ่มเดียวกับ AI และเทคโนโลยีอวกาศ ขณะที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมองว่านี่คือ การเดิมพันระยะยาว เพื่อรอการยอมรับในระดับสากลมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
อุปสรรคจากคณะกรรมการ
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าตลาดคริปโทฯ ได้ช้าคือ “ระบบคณะกรรมการ” รายงานชี้ว่า หากอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่บุคคลเดียว การลงทุนจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใดที่ต้องผ่านมติบอร์ดบริหาร กระบวนการมักจะหยุดชะงัก ถึงกระนั้น Bitcoin ก็ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่พอร์ตการลงทุนของสถาบันได้อย่างต่อเนื่อง
ราคาไม่ใช่ตัวกำหนดในการถอนการลงทุน
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในรายงานนี้คือ ในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงเทขายอย่างหนักระหว่างเดือนตุลาคม 2025 ถึงเมษายน 2026 สถาบันในผลสำรวจกลับไม่ได้ลดสัดส่วนการลงทุนลงเลย มิหนำซ้ำหลายแห่งยังเลือกที่จะช้อนซื้อเพิ่ม ซึ่งข้อมูลจาก CoinShares ก็ยืนยันว่ากลุ่มธนาคาร รัฐบาล และบริษัทประกัน ต่างทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
เมื่อ Bitwise ถามว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้พวกเขาเลือกถอนเงินลงทุน คำตอบที่ได้คือ “ราคาร่วง” ไม่ใช่เหตุผลของการเทขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถือครองเฉพาะ Bitcoin เพียงอย่างเดียว
ส่วนสถาบันที่มีการเข้าซื้อ Altcoins ประกาศชัดเจนว่า บริษัทอาจทำการถอนทุนคืน หากโทเคนเหล่านี้ล้มเหลวในกรณีใช้งานจริง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายกำกับดูแลแบบกะทันหัน หรือเกิดวิกฤตความน่าเชื่อถือระดับอุตสาหกรรม
สรุป
รายงานฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่า อัตลักษณ์ของ Bitcoin ยังคงมีความยืดหยุ่นทั้งในฐานะสินทรัพย์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีอเนกประสงค์ ที่มีเรื่องเล่าและคำอธิบาย เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มุมมองที่วิวัฒนาการไปของ Bitcoin ประกอบกับผลตอบแทนด้านราคาในระยะยาวได้ช่วยให้มันกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเชื่อมั่นร่วมในระดับสากล ในขณะที่ Ether และ Solana ยังไม่บรรลุสถานะในระดับเดียวกันในหมู่สถาบัน
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันไม่ได้กลัวว่า Bitcoin จะร่วงแรงแล้วแต่กลัวเรื่องของความชัดเจนทางกฎหมายมากกว่า โดยถ้าหากสิ่งเหล่านี้ได้ถูกแก้ไขก็อาจเป็นการเปิดทางให้เงินจำนวนมากไหลทะลักเข้าตลาด

