สรุปข่าว
- ข้อมูลจาก River ระบุว่า Bitcoin ราว 81% ของอุปทานทั้งหมดไม่ได้เคลื่อนไหวมานานอย่างน้อย 6 เดือน
- สัดส่วน Bitcoin ที่ถูกถือระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ถือระยะยาวสะสมเพิ่มกว่า 3 ล้าน BTC นับตั้งแต่ปี 2020
- อุปทานที่อยู่เฉย ๆ อาจช่วยลดแรงขายในตลาด แต่ River ระบุว่า แรงซื้อใหม่ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนราคาต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ Bitcoin ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำออกมาซื้อขายในตลาดสะท้อนว่าแรงขายจากผู้ถือระยะยาวอาจอยู่ในระดับต่ำลง และทำให้อุปทานที่พร้อมซื้อขายในระยะสั้นมีจำกัดมากขึ้น หากเกิดแรงซื้อใหม่เข้ามาในตลาดพร้อมกัน ก็มีโอกาสทำให้ราคาขยับได้แรงขึ้นอย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin 81% “ขายไม่ได้” เพราะเหรียญเหล่านี้สามารถถูกโอนหรือขายได้ทุกเมื่อ ดังนั้นจึงควรมองเป็นสัญญาณด้านโครงสร้างอุปทานมากกว่าการยืนยันว่าราคาจะปรับตัวขึ้นทันที
Bitcoin กว่า 81% ไม่ได้ขยับเกิน 6 เดือน
ตลาด Bitcoin กำลังเผชิญกับภาวะที่อุปทานจำนวนมหาศาลถูกถือเอาไว้ในระยะยาว โดย River ระบุในรายงานวันที่ 23 กันยายนว่า 81% ของ Bitcoin ที่หมุนเวียนอยู่ทั้งหมดไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมาอย่างน้อย 6 เดือน ขณะที่ข้อมูล HODL Waves ล่าสุดจาก Newhedge ก็ให้ตัวเลขใกล้เคียงกันที่ 80.91% สะท้อนว่า Bitcoin ส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนมือในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
ตัวชี้วัดดังกล่าวเรียกว่า HODL Waves ซึ่งแบ่ง Bitcoin ตามระยะเวลาที่เหรียญไม่ได้เคลื่อนไหว โดยเหรียญที่อยู่ในกลุ่ม 6 เดือนขึ้นไปจะถูกมองว่าเป็นอุปทานที่ไม่ได้เข้าสู่ตลาดซื้อขายในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Glassnode ณ วันที่ 13 กันยายน ยังพบว่า Bitcoin ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาแล้ว 6 เดือนถึง 1 ปีคิดเป็นประมาณ 17.9% ของอุปทาน ขณะที่เหรียญที่เก่ากว่านั้นรวมกันมีสัดส่วนอีกมาก ทำให้ภาพรวมของอุปทานระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง
ผู้ถือระยะยาวสะสม Bitcoin เพิ่มกว่า 3 ล้าน BTC
River ระบุว่า ผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวได้เพิ่มการถือครองรวมกันมากกว่า 3 ล้าน BTC นับตั้งแต่ปี 2020 แม้ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าของ Bitcoin รุ่นเก่าจะมีการขายออกมาเป็นจำนวนมากก็ตาม
ข้อมูลจาก Galaxy Research ที่ River อ้างถึงระบุว่า ในช่วงปี 2024 และ 2025 มี Bitcoin ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานกว่า 3 ปีถูกนำกลับมาเคลื่อนไหวเกือบ 4 ล้าน BTC แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีเหรียญกลุ่มดังกล่าวเคลื่อนไหวเพียงประมาณ 300,000 BTC เท่านั้น
ภาพดังกล่าวอาจสะท้อนว่าแรงขายจากผู้ถือ Bitcoin รุ่นเก่ากำลังลดลง หลังตลาดสามารถเริ่มดูดซับเหรียญที่ถูกนำออกมาขายไปก่อนหน้านี้ได้จำนวนมาก
Bitcoin ขึ้นได้ แม้แรงซื้อใหม่ยังไม่กลับมาเต็มที่
จุดที่น่าสนใจคือ River มองว่าการฟื้นตัวของ Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการซื้ออย่างชัดเจน โดยราคาปรับตัวขึ้นเกือบ 50% จากจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนรายงานดังกล่าวออกมา
River มองว่าปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากฝั่งอุปทานที่เริ่มตึงตัวมากขึ้น กล่าวคือ เมื่อเหรียญจำนวนมากถูกถือเอาไว้โดยผู้ลงทุนระยะยาว จำนวน Bitcoin ที่พร้อมถูกนำออกมาขายในตลาดก็ลดลง
อย่างไรก็ตาม River ยังเตือนว่า การฟื้นตัวครั้งนี้ยังไม่ได้มีลักษณะเหมือนตลาดกระทิงในอดีตอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังไม่เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของผู้ซื้อรายใหม่ ปริมาณการซื้อขาย หรือกระแสเงินลงทุนที่เร่งตัวขึ้นพร้อมกัน
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า Bitcoin กว่า 81% ไม่ได้เคลื่อนไหวมานานอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ถือครองและโครงสร้างอุปทานในตลาด ขณะที่ข้อมูล HODL Waves จากหลายแหล่งก็ยังยืนยันภาพเดียวกันว่า Bitcoin จำนวนมากกำลังถูกเก็บไว้ในระยะยาว
มุมมองที่ผมเชื่อคือ ตัวเลขนี้ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างสำหรับ Bitcoin เพราะเมื่อเหรียญที่พร้อมขายมีน้อยลง ตลาดจะมีความอ่อนไหวต่อแรงซื้อใหม่มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข 81% คือความต้องการของตลาดที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ หากเงินทุนใหม่เริ่มไหลเข้าพร้อมกับอุปทานที่ตึงตัว ภาพของตลาด Bitcoin อาจเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่หากยังไม่มีแรงซื้อใหม่เข้ามา ตัวเลข HODL ที่สูงก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาให้เดินหน้าต่อได้

