สรุปข่าว
- กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน ระบุว่าความเป็นส่วนตัวของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะทุกธุรกรรมยังคงทิ้งร่องรอยดิจิทัล
- แม้อาชญากรจะนิยมใช้คริปโทฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่บล็อกเชนมีกลไกบันทึกประวัติถาวร ทำให้แกะรอยได้ผ่านวิธีการต่างๆ
- รัฐบาลจีนไม่ได้กล่าวถึงเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงเป็นพิเศษ เช่น Monero หรือ Zcash ในแถลงการณ์ดังกล่าว
แนวโน้มผลกระทบ : Bearish
กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (MSS) ออกมาเตือนว่าความเป็นส่วนตัวของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเพียงภาพลวงตา เนื่องจากทุกธุรกรรมบนบล็อกเชนทิ้งร่องรอยดิจิทัลถาวร โดยถึงแม้ว่าอาชญากรจะพยายามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในการกระทำผิดซึ่งอาจทำให้การสืบสวนล่าช้า แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานรัฐก็ยังมีศักยภาพในการระบุตัวตนของผู้กระทำผิดได้อยู่ดีผ่านวิธีการต่างๆ
กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน (MSS) ระบุว่า แนวคิดเรื่องความเป็นส่วนตัวและการปกปิดตัวตนของคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเพียงภาพลวงตา แม้กลุ่มอาชญากรจะนิยมนำมาใช้หลบเลี่ยงการตรวจสอบ แต่ทุกธุรกรรมยังคงทิ้งร่องรอยดิจิทัลที่สามารถสืบหาตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้
จีนเตือน ธุรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีไม่ได้รอดพ้นจากการแกะรอย
รัฐบาลจีนได้ออกมาชี้แจงว่า แม้คริปโทเคอร์เรนซีจะทำให้หน่วยงานรัฐติดตามการก่ออาชญากรรมและการนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ยากขึ้น แต่การที่อาชญากรคิดว่าจะเทคโนโลยีเหล่านั้นจะสามารถปกปิดตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ได้เป็นความจริงอย่างแน่นอน
ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงฯ ชี้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลถูกนำไปใช้เอื้อต่อการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าภาครัฐมีศักยภาพเพียงพอในการระบุตัวตนของผู้กระทำผิด
ปัจจุบัน MSS ยังคงแสดงจุดยืนเชิงลบต่อคริปโทฯ โดยระบุว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมักถูกนำไปใช้เป็นช่องทางฟอกเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ การลักลอบขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน การเรียกค่าไถ่ทางไซเบอร์ รวมถึงการชำระเงินให้สายลับในต่างชาติเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
อย่างไรก็ตาม แม้ MSS จะยอมรับว่าเทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์จะทำให้กระบวนการติดตามตรวจสอบมีความซับซ้อนและท้าทายยิ่งขึ้น แต่การปกปิดตัวตนที่แท้จริงนั้นไม่สามารถทำได้จริง เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนมีกลไกที่รับประกันว่าจะมีการบันทึกประวัติการทำธุรกรรมไว้อย่างถาวร
ขณะเดียวกัน MSS อธิบายว่า จุดขายด้านความเป็นส่วนตัวที่นำมาใช้ชวนเชื่อนั้นไม่เป็นความจริง ทุกธุรกรรมสามารถสืบหาที่อยู่กระเป๋าเงิน (Address) ต้นทางได้ และผู้เชี่ยวชาญสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานผ่านตัวแปลงเงินสดเป็นคริปโทฯ หรือแพลตฟอร์มซื้อขายแบบศูนย์กลาง
นั่นหมายความว่า ชุดตัวอักษรและตัวเลขในกระเป๋าคริปโทฯ เป็นเพียงอุปสรรคชั่วคราวสำหรับหน่วยงานตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งสามารถบดบังความเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้กับตัวตนจริงได้เพียงแค่ระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่สามารถซ่อนเร้นตัวตนได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี MSS กล่าวถึงเพียงคริปโทเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนในภาพรวมเท่านั้น โดยไม่ได้มีการเอ่ยถึงเหรียญคริปโทฯ ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปกปิดร่องรอยการทำธุรกรรมโดยเฉพาะ เช่น Monero หรือ Zcash ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน: ท่าทีของทางการจีนในครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนความพยายามในการสกัดกั้นการใช้คริปโทฯ เป็นเครื่องมือฟอกเงินและกระทำผิดกฎหมาย และยังเป็นการแสดงจุดยืนอีกครั้งว่าพวกเขาไม่สนับสนุนคริปโทฯ เหมือนกับประเทศอื่นๆ
