bitkub-banner

บอนด์ยีลด์อังกฤษอายุ 30 ปีพุ่งแตะ 6% สูงสุดรอบเกือบ 3 ทศวรรษ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี (gilt) พุ่งขึ้นแตะ 6.02% สูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม 1997 ตามที่ The Kobeissi Letter รายงาน
  • ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นรวม 564 เบซิสพอยต์ (5.64 จุดเปอร์เซ็นต์) จากจุดต่ำสุดในปี 2020 ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ของตลาดหุ้นลอนดอนปรับลงราว 1.9% ถึง 2.0%
  • ตลาดจับตางบประมาณฤดูใบไม้ร่วงของอังกฤษวันที่ 28 ต.ค. และทิศทางเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ดันผลตอบแทนระยะยาว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้นมักกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม แต่ ณ ตอนนี้ราคา Bitcoin และ Ethereum ยังแทบไม่ขยับ จึงยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต

ตลาดพันธบัตรอังกฤษเกิดแรงเทขายหนักในวันที่ 1 ต.ค. เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีดีดขึ้นไปแตะ 6.02% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 1997 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter เมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. ตามเวลาไทย ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นรวม 564 เบซิสพอยต์ เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดในปี 2020 ในช่วงที่ธนาคารกลางอังกฤษลดดอกเบี้ยฉุกเฉินและอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อรับมือโควิด-19 ราคาพันธบัตรกับผลตอบแทนเคลื่อนไหวสวนทางกัน เมื่อผลตอบแทนพุ่งแปลว่านักลงทุนเทขายพันธบัตรจนราคาตกลง

กราฟแสดงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี ที่พุ่งแตะระดับใกล้ 6% สูงสุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ
กราฟแสดงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี ที่พุ่งแตะระดับใกล้ 6% สูงสุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

จากเกือบศูนย์สู่ 6% ในเวลาไม่ถึงทศวรรษ

ในเดือนมีนาคม 2020 ผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษ 30 ปีเคยดิ่งลงไปต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 0.38% ก่อนจะไต่ขึ้นต่อเนื่องจนทะลุ 6% ในครั้งนี้ ข้อมูลจากกราฟที่แนบมากับโพสต์ระบุว่าผลตอบแทนอยู่ที่ราว 5.958% ในช่วงที่ภาพถูกบันทึก ก่อนจะขยับขึ้นไปยืนเหนือ 6.00% ในภายหลัง

ควรทราบว่าสื่อการเงินหลักอย่าง Reuters และ Investing.com รายงานว่าเป็นการแตะระดับ 6% ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 1998 ซึ่งต่างจากที่ The Kobeissi Letter อ้างว่าสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคม 1997 เล็กน้อย ความต่างนี้ขึ้นอยู่กับแบบจำลองเส้นโค้งผลตอบแทนที่ผู้ให้ข้อมูลแต่ละรายใช้

ปัจจัยที่ดันผลตอบแทนพุ่ง

ตามข้อมูลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง แรงกดดันมาจากหลายด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษจะลดดอกเบี้ย ด้านที่สองคือภาระการคลังของอังกฤษ ซึ่งมีดอกเบี้ยจ่ายต่อปีเกิน 1.1 แสนล้านปอนด์ และหนี้สาธารณะใกล้ 94% ของ GDP นักลงทุนจึงเรียกร้องค่าตอบแทนความเสี่ยง (term premium) สูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตรระยะยาว

ด้านที่สามคือธนาคารกลางอังกฤษที่ยังขายพันธบัตรออกจากงบดุลต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มอุปทานในตลาดที่มีการออกพันธบัตรใหม่จำนวนมากอยู่แล้ว ขณะเดียวกันตลาดพันธบัตรทั่วโลกก็เผชิญแรงเทขายคล้ายกัน ทั้งสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของอังกฤษ

ตลาดหุ้นลอนดอนรับแรงกระแทก

ดัชนี FTSE 100 ปรับลงราว 1.9% ถึง 2.0% ในวันเดียวกัน โดยหุ้นกลุ่มจ่ายปันผลสูง สาธารณูปโภค และสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นตัวฉุดหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยเป็นพิเศษ เพราะเมื่อพันธบัตรให้ผลตอบแทนใกล้ 6% หุ้นปันผลก็เสียความน่าสนใจเมื่อเทียบกัน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกไปแล้วใน Bond Yield ทั่วโลกพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี ญี่ปุ่นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขของอังกฤษครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่เดียวกัน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่แค่ข่าวของอังกฤษ แต่เป็นสัญญาณว่าต้นทุนเงินระยะยาวทั่วโลกกำลังแพงขึ้นพร้อมกัน ซึ่งโดยทฤษฎีมักไม่เป็นมิตรกับสินทรัพย์เสี่ยง แต่ตอนนี้ Bitcoin ยังนิ่งอยู่แถว $83,800 แปลว่าตลาดคริปโตยังไม่ตีราคาเรื่องนี้ ผมจึงมองว่าควรจับตาดูงบประมาณอังกฤษวันที่ 28 ต.ค. และการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ถ้าแรงเทขายพันธบัตรลามต่อ เราอาจเห็นผลกระทบกับตลาดคริปโตตามมาทีหลังก็ได้

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI