สรุปข่าว
- Blast เครือข่าย Layer-2 บน Ethereum ที่เคยมีสินทรัพย์มากกว่า $2 พันล้าน ประกาศปิดตัวหลังสินทรัพย์ลดลงราว 98%
- สาเหตุหลักมาจากกิจกรรมบนเครือข่ายที่ซบเซา ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่สร้างเครือข่ายของตัวเอง เช่น Coinbase และ Robinhood
- ต้องติดตามว่าโปรเจกต์ Layer-2 รายเล็กอื่นจะเผชิญแรงกดดันแบบเดียวกันหรือไม่ และตลาดจะรวมศูนย์ไปที่ผู้เล่นรายใหญ่มากขึ้นแค่ไหน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
Blast ซบเซามานานแล้ว การปิดตัวจึงถูกตลาดรับรู้ไปส่วนใหญ่แล้ว ผลต่อราคา Ethereum โดยตรงจึงจำกัด แต่ข่าวนี้ตอกย้ำภาพการควบรวมของตลาด Layer-2 ที่โปรเจกต์ขนาดเล็กอยู่รอดยากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงลบเล็กน้อยต่อบรรยากาศของระบบนิเวศ
Blast เครือข่าย Layer-2 บน Ethereum ที่เคยเป็นแหล่งรวมสินทรัพย์คริปโตมากกว่า $2 พันล้าน กำลังจะปิดตัวลง หลังมูลค่าสินทรัพย์ในเครือข่ายร่วงลงราว 98% ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 รายงานระบุว่ากิจกรรมบนเครือข่ายลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันจากแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่เริ่มสร้างเครือข่ายของตัวเอง
ต้นทุนสูงขึ้น คู่แข่งรายใหญ่เข้าสู่สนาม
ตามรายงานของ CoinDesk ปัจจัยที่ทำให้ Blast อยู่ต่อไม่ไหวคือกิจกรรมที่ลดลงควบคู่กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เครือข่าย Layer-2 ต้องใช้ทรัพยากรทั้งด้านเทคนิคและการเงินเพื่อดูแลระบบ เมื่อผู้ใช้และสภาพคล่องหายไป รายได้ที่เข้ามาก็ไม่พอรองรับค่าใช้จ่าย
อีกปัจจัยสำคัญคือแพลตฟอร์มรายใหญ่อย่าง Coinbase และ Robinhood ที่เริ่มสร้างเครือข่ายของตัวเอง บริษัทเหล่านี้มีฐานผู้ใช้จำนวนมากอยู่แล้ว จึงดึงกิจกรรมและสภาพคล่องเข้าระบบนิเวศของตัวเองได้ง่ายกว่า ทำให้เครือข่ายอิสระขนาดเล็กแข่งขันได้ยากขึ้น
ตลาด Layer-2 กำลังรวมศูนย์
กรณีของ Blast สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าตลาด Layer-2 ของ Ethereum กำลังเปลี่ยนจากยุคที่มีโปรเจกต์เกิดใหม่จำนวนมาก ไปสู่ยุคที่ผู้เล่นรายใหญ่ครองส่วนแบ่ง โปรเจกต์ที่เคยได้รับความสนใจจากแคมเปญจูงใจหรือกระแสในช่วงแรก หากไม่มีผู้ใช้งานจริงที่อยู่ต่อเนื่อง ก็ยากจะประคองตัวระยะยาว
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain เคยแนะนำ Blast ในฐานะโปรเจกต์ที่ชูจุดขายเรื่องผลตอบแทนแบบเนทีฟสำหรับ ETH และ Stablecoin ดูรายละเอียดได้ที่ ชวนรู้จัก Blast และเมื่อเทียบกับตอนนั้น สถานการณ์ของโปรเจกต์เปลี่ยนไปมาก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ไม่น่าตกใจเท่าไหร่ เพราะ Blast ไม่ได้ล้มกะทันหัน แต่ค่อย ๆ จางหายไปนานแล้ว สินทรัพย์ที่หายไป 98% บอกเรื่องนี้ได้ชัดอยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือทิศทางของตลาด Layer-2 ที่บริษัทใหญ่ที่มีผู้ใช้อยู่ในมือเริ่มทำเครือข่ายเอง ซึ่งอาจทำให้โปรเจกต์อิสระรายเล็กยิ่งเหนื่อยขึ้น สำหรับคนที่ติดตามหรือถือโทเคนในระบบนิเวศ L2 ก็ควรดูว่าโปรเจกต์นั้นมีผู้ใช้งานจริงและรายได้ที่ยั่งยืนหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขสินทรัพย์ที่ถูกล็อกในช่วงที่กระแสแรง
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI

