bitkub-banner

Hardware Wallet ยังปลอดภัยอยู่ไหมในปี 2026 เมื่อบริษัทผู้ผลิตยอมรับสินค้ามีตำหนิตั้งแต่ในกล่อง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ปี 2026 วงการฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเผชิญวิกฤตความปลอดภัยครั้งใหญ่ โดยมี 6 แบรนด์ดังยอมรับความผิดพลาดหรือพบช่องโหว่
  • ปัญหาเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งช่องโหว่ของตัวอุปกรณ์ การทดลองเจาะระบบ และข้อผิดพลาดในกระบวนการขนส่งหรือตัวแทนจำหน่าย
  • แนวทางรับมือคือนักลงทุนควรกระจายความเสี่ยง ไม่เก็บสินทรัพย์ไว้ที่เดียว และอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

ในปี 2026 วงการฮาร์ดแวร์วอลเล็ตต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัยครั้งสำคัญ เมื่อ 6 แบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำยอมรับปัญหาและช่องโหว่ต่างๆ ตั้งแต่ข้อผิดพลาดในระบบไปจนถึงความเสี่ยงจากตัวแทนจำหน่ายและกระบวนการขนส่ง ทำให้นักลงทุนต้องเร่งปรับตัวด้วยการกระจายความเสี่ยงในการเก็บสินทรัพย์ ตรวจสอบแหล่งที่มาของอุปกรณ์อย่างละเอียด และอัปเดตระบบความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

สำหรับนักลงทุนคริปโทฯ Hardware Wallet เปรียบเสมือนป้อมปราการด่านสุดท้ายตามแนวคิด Not your keys, not your coins เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อแยก Private Key ออกจากโลกอินเทอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยมัลแวร์และแฮกเกอร์

แต่ทว่าตลอดปี 2026 วงการ Hardware Wallet ต้องเผชิญมรสุมด้านความปลอดภัยมากมาย ตั้งแต่ช่องโหว่การสุ่มกุญแจ ข้อบกพร่องของเฟิร์มแวร์ ไปจนถึงการพบฮาร์ดแวร์ปลอมในกล่องสินค้า เหตุการณ์เหล่านี้ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญว่า ในปีนี้อุปกรณ์ Hardware ยังปลอดภัยไหม และแบรนด์ไหนที่ยังคงมีความปลอดภัยอยู่บ้าง

เกิดอะไรขึ้นบ้างในปีนี้

ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา มีแบรนด์ hardware wallet จำนวนกว่า 6 เจ้าได้ยอมรับความผิดพลาดด้านมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นกับกระเป๋า Coldcard ในวันที่ 30 ก.ค. ที่คนร้ายค้นพบช่องโหว่ในระบบการสุ่มวลี Seed phase จนทำให้สามารถเดารหัสและขโมยเงินออกไปได้มากถึง $115 ล้านดอลลาร์

ถัดมาในช่วงเดือนกรกฎาคม ทีมด้านความปลอดภัยของ Ledger สามารถใช้เลเซอร์ในการเจาะชิปของ Trezor ตามด้วย Tangem cards ส่งผลทำให้ชิปเกิดข้อผิดพลาดได้สำเร็จแต่สองเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทดลองในห้องแล็บจึงไม่มีความเสียหายหรือความตื่นตระหนกเกิดขึ้น

ในเดือนสิงหาคม BitBox มีการตรวจพบความผิดปกติของเฟิร์มแวร์ร้ายแรงแต่ขณะนั้นไม่มีเงินถูกขโมยออกไป และในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน คู่ค้าขนส่งของ Trezor และ SafePal ก็เกิดข้อมูลรั่วไหลจนทำให้ข้อมูลของลูกค้ากว่า 13,689 และ 40,000 รายตามลำดับ รั่วไหลไปสู่สาธารณะ

ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดจะเป็นเรื่องราวของ Ledger ที่ค้นพบว่ามีการแอบดัดแปลงอุปกรณ์จากตัวแทนจำหน่ายจนส่งผลทำให้เงินของผู้ใช้ถูกขโมยออกไปอย่างไม่รู้ตัว โดยนักลงทุนรายหนึ่งต้องสูญเงินกว่า $90 ล้านดอลลาร์จากความผิดพลาดนี้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าตัวแทนจำหน่ายที่มีปัญหามีชื่อว่า CryptoBilis ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย ทว่า บริษัทได้กล่าวอ้างว่าพวกเขาได้ยุติการจำหน่าย hardware wallet ไปแล้วก่อนที่จะส่งมอบบริษัทให้กับเจ้าของใหม่ 

อย่างไรก็ตามความเสี่ยงกลับไม่ได้เกิดขึ้นกับชาวมาเลเซียเพียงอย่างเดียวแต่ได้แพร่กระจายไปแล้วเป็นวงกว้าง เนื่องจากผู้ใช้บางรายค้นพบข้อบกพร่องในผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายออฟฟิเชียลในยุโรป แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสองเหตุการณ์นี้มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่

ยังมีเจ้าไหนปลอดภัยในปี 2026

หากจะให้สรุปคำตอบว่ากระเป๋าเจ้าไหนปลอดภัยที่สุดในปี 2026 เราอาจต้องยอมรับความจริงว่า “ไม่มีเจ้าไหนปลอดภัยเลย” แต่ในข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีนี้มีเพียงแค่เหตุการณ์ Coldcard เท่านั้น ที่เป็นการเจาะระบบของจริงจากการละเลยข้อผิดพลาดเก่าที่มองไม่เห็น

สำหรับเหตุการณ์อื่นๆ จะเป็นการเจาะระบบในห้องแล็บที่มิจฉาชีพทั่วไปไม่น่าจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ขั้นสูง ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือ “ข้อผิดพลาดระหว่างทาง” ที่ไม่ได้เกิดกับตัวผู้ผลิตแต่เกิดในกระบวนการขนส่งมาถึงมือผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลหลุด หรือการแอบดัดแปลงอุปกรณ์ 

ต้องรับมืออย่างไร?

ในส่วนของการรับมือ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อที่นักเทรดควรซื้อตรงจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการเท่านั้น พร้อมทั้งตรวจสอบสภาพบรรจุภัณฑ์ รอยฉีกขาด และซีลป้องกันการดัดแปลงอย่างละเอียดก่อนเปิดใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกแทรกแซงในไลน์การผลิต

ขณะเดียวกัน การดูแลรักษาความปลอดภัยหลังได้รับอุปกรณ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ผู้ใช้งานควรติดตามและอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่านแอปพลิเคชันทางการของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออุดช่องโหว่ทางเทคนิคใหม่ๆ ที่อาจถูกค้นพบในภายหลัง 

ที่สำคัญที่สุดคือต้องรักษากฎเหล็กเรื่องรหัส Seed Phrase  โดยห้ามพิมพ์ บันทึกภาพ หรือแคปหน้าจอลงในอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยเด็ดขาด การจดบันทึกไว้บนกระดาษหรือแผ่นโลหะแบบออฟไลน์ยังคงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และต้องจำไว้เสมอว่าฝ่ายสนับสนุนลูกค้าตัวจริงจะไม่มีวันทวงถามชุดคำเหล่านี้อย่างแน่นอน 

ท้ายที่สุดแล้ว Hardware Wallet ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง แต่สิ่งที่ต้องตระหนักให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือเราไม่สามารถมอบความไว้วางใจให้กับอุปกรณ์หรือชื่อเสียงของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งแบบไร้เงื่อนไขได้อีกต่อไป 

ที่มา: Beincrypto


มุมมองผู้เขียน : หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คริปโทฯ ก็จะเป็นได้เพียงแค่สินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไรเฉยๆ ไม่สามารถกลายมาเป็นสิ่งที่มีมูลค่าแท้จริง เนื่องจากใครจะกล้าลงทุนหากการเก็บรักษายังไม่สามารถทำได้