bitkub-banner

ก.ล.ต. เปิดตัวเลขตลาดคริปโทฯ วอลุ่มเทรด ก.ย. พุ่ง 24.26% ส่อง 5 เหรียญที่คนไทยเทรดมากที่สุด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดคริปโทฯ ไทยเดือนกันยายน 2569 คึกคักขึ้น มูลค่าตลาด DA Exchange เพิ่ม 12.45% แตะ 8.34 หมื่นล้านบาท ขณะที่วอลุ่มซื้อขายเฉลี่ยต่อวันพุ่ง 24.26% สู่ 2.07 พันล้านบาท
  • USDT ครองสัดส่วนมูลค่าซื้อขายสูงสุด 61% ตามด้วย Bitcoin 14%, Ethereum 5%, XRP 4% และ NEAR 3% ตามข้อมูลในอินโฟกราฟิก ก.ล.ต.
  • Bitcoin, Ethereum และ BNB ฟื้นตัวในเดือนกันยายน แต่ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปียังติดลบ 27.06%, 36.10% และ 23.93% ตามลำดับ 

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ก.ล.ต. เผยตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเดือนกันยายน 2569 มีมูลค่าตลาด DA Exchange เพิ่มขึ้น 12.45% แตะ 8.34 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันพุ่ง 24.26% สู่ 2.07 พันล้านบาท โดย USDT ครองสัดส่วนมูลค่าซื้อขายสูงสุดที่ 61% ตามด้วย Bitcoin, Ethereum, XRP และ NEAR อย่างไรก็ตาม แม้ Bitcoin และ Ethereum จะฟื้นตัว 8.52% และ 10.43% ในเดือนกันยายน แต่ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปียังติดลบหนักที่ 27.06% และ 36.10% สะท้อนว่าการฟื้นตัวระยะสั้นยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการกลับตัวของตลาด

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดือน ประจำเดือนกันยายน 2569 โดยพบว่า ภาพรวมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทยกลับมาส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับทิศทางการรีบาวด์ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

ข้อมูลระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินรวมบนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย (Digital Asset Exchange) เช่น Bitkub และ Binance TH ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.45% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขยับขึ้นแตะระดับ 8.34 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันพุ่งสูงขึ้นถึง 24.26% มาอยู่ที่ระดับ 2.07 พันล้านบาท

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในมิติของจำนวนบัญชีผู้ลงทุนที่มีการเคลื่อนไหวซื้อขายจริง (Active Accounts) ในเดือนกันยายน พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% มาอยู่ที่ระดับ 1.31 ล้านบัญชี 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างตลาดในเชิงลึกว่า มูลค่าการซื้อขายที่ขยายตัวก้าวกระโดดไม่ได้เกิดจากการหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนหน้าใหม่เป็นหลัก แต่เกิดจากกลุ่มผู้ลงทุนเดิมในระบบที่เพิ่มขนาดคำสั่งซื้อขายและหมุนเวียนสภาพคล่องถี่ขึ้นในช่วงที่ราคาสินทรัพย์เริ่มฟื้นตัว

เปิด 5 เหรียญคริปโทฯ ที่มีวอลุ่มซื้อขายสูงในไทย

ข้อมูลจากอินโฟกราฟิกของ ก.ล.ต. เผยให้เห็นว่า Tether (USDT) เป็นเหรียญที่มีมูลค่าซื้อขายรายวันสูงสุดในไทย ประจำเดือนกันยายน 2569 โดยมีมูลค่าซื้อขาย 1,270 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 61% ตามด้วย Bitcoin (BTC) ในอันดับ 2 ที่มีมูลค่าซื้อขาย 289 ล้านบาท หรือ 14%

ขณะที่ Ethereum (ETH) อยู่ในอันดับ 3 ด้วยมูลค่าซื้อขาย 93 ล้านบาท คิดเป็น 5% ตามด้วย XRP ในอันดับ 4 มูลค่า 76 ล้านบาท หรือ 4% และ NEAR ในอันดับ 5 มูลค่า 70 ล้านบาท หรือ 3%

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า USDT มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า Bitcoin ถึงกว่า 4 เท่าตัว ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของเหรียญกลุ่ม Stablecoin ในฐานะสินทรัพย์อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐที่นักลงทุนไทยใช้เป็นแหล่งพักเงินและเป็นตัวกลางหลักในการหมุนเวียนซื้อขายในตลาดคริปโทฯ ขณะที่ Bitcoin ยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลักที่นักลงทุนใช้ซื้อขายเพื่อเปิดรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคา 

ส่วนเหรียญที่น่าจับตาคือ NEAR ซึ่งสามารถก้าวขึ้นมาติดท็อป 5 ของกระดานเทรดไทยได้สำเร็จ แม้สัดส่วน 3% จะยังห่างจาก USDT และ Bitcoin ค่อนข้างมาก แต่การปรากฏชื่ออยู่ในกลุ่มนี้ทำให้ NEAR เป็นอีกหนึ่งเหรียญ Altcoin ที่นักเทรดชาวไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจ

Bitcoin–Ethereum ฟื้นในเดือนกันยายน แต่ผลตอบแทนรายปียังติดลบหนัก

แม้ตลาดคริปโทฯ โลกจะฟื้นตัวในเดือนกันยายน แต่หากมองผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ภาพยังไม่สดใสนัก โดย Bitcoin ปรับขึ้น 8.52% ในเดือนกันยายน ทว่าผลตอบแทนรายปียังติดลบ 27.06% ส่วน Ethereum เพิ่มขึ้น 10.43% ในเดือนเดียว แต่ผลตอบแทนรายปีติดลบถึง 36.10%

ด้าน BNB เพิ่มขึ้น 13.07% ในเดือนกันยายน แต่ผลตอบแทนรายปียังติดลบ 23.93% เช่นกัน สะท้อนว่าการฟื้นตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยังไม่สามารถชดเชยการปรับตัวลดลงตลอดปีได้

เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นในกราฟของ ก.ล.ต. ตลาดหุ้นกลุ่ม Emerging Markets ให้ผลตอบแทนรายปี 26.66% ขณะที่ MSCI Asia เพิ่มขึ้น 25.32% ดัชนี SET เพิ่มขึ้น 22.35% และ MSCI World เพิ่มขึ้น 13.84% ส่วนทองคำให้ผลตอบแทน 7.73%

ตัวเลขสรุปภาวะตลาดจาก ก.ล.ต. ประจำเดือนกันยายน 2569 จึงสะท้อนภาพตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยที่มีสภาพคล่องและมูลค่าการซื้อขายกลับมาคึกคักตามจังหวะการรีบาวด์ระยะสั้น แต่ในระยะยาว นักลงทุนยังจำเป็นต้องแยกภาพการฟื้นตัวรายเดือนออกจากผลตอบแทนรายปี  โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ที่ยังติดลบเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า


มุมมองผู้เขียน: ตัวเลขวอลุ่มซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณว่าตลาดคริปโทฯ ไทยกลับมาคึกคักมากขึ้น แต่จำนวนบัญชี Active กลับเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% สู่ 1.31 ล้านบัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตา เพราะอาจสะท้อนว่า การเติบโตของตลาดยังไม่ได้มาพร้อมกับการขยายฐานผู้ใช้ในวงกว้างเหมือนในตลาดโลก