สรุปข่าว
- Gen Z ในสหรัฐฯ มีรายได้สูงกว่า Gen Y ในช่วงอายุเดียวกันประมาณ 20–40% เมื่อปรับตัวเลขตามเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นแล้ว โดยข้อมูลจาก PNC Economics ชี้ว่าค่ากลางรายได้รวมเพิ่มขึ้นราว 30.9%
- แม้รายได้และสถานะทางการเงินโดยรวมดีขึ้น แต่คนรุ่นใหม่ยังเผชิญปัญหาค่าที่อยู่อาศัยสูง และมีเงินสำรองสำหรับใช้จ่ายน้อยกว่าในบางตัวชี้วัด
- ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ในทุกประเทศจะมีรายได้สูงขึ้นในระดับเดียวกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาคริปโตโดยตรง แม้คนรุ่นใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้นอาจมีโอกาสนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าจะมีเงินเหลือสำหรับลงทุนเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อค่าครองชีพและค่าเช่าบ้านยังอยู่ในระดับสูง จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะมองว่าข้อมูลนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดคริปโตในระยะสั้น
รายได้เพิ่มขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ผลจากเงินเฟ้อ
คนรุ่น Gen Z ในสหรัฐฯ กำลังมีรายได้สูงกว่า Gen Y ในช่วงอายุเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปรับผลกระทบจากเงินเฟ้อแล้วก็ตาม โดยรายงาน Consumer Health Check: October 2026 จาก PNC Economics ระบุว่า Gen Z มีรายได้จริงสูงกว่าคนรุ่น Gen Y ราว 30% ในหลายตัวชี้วัด อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกมั่นคงทางการเงินมากขึ้นเสมอไป เพราะราคาที่อยู่อาศัยและค่าครองชีพยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
ข้อมูลจาก PNC Economics เปรียบเทียบรายได้ของ Gen Y ในปี 2015 กับ Gen Z ในปี 2025 โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานสถิติของสหรัฐฯ และปรับตามดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกำลังซื้อในช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้
ผลการศึกษาพบว่า ค่ากลางรายได้รวมของคนอายุ 19–27 ปีเพิ่มขึ้น 30.9% ขณะที่ค่ากลางรายได้จากค่าจ้างเพิ่มขึ้น 29.5% ส่วนรายได้เฉลี่ยจากข้อมูลค่าจ้างของคนอายุ 22–24 ปีเพิ่มขึ้น 28.1% และค่าจ้างรายสัปดาห์มัธยฐานของพนักงานประจำในช่วงอายุเดียวกันเพิ่มขึ้น 22.4%
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Gen Z มีรายได้จริงสูงกว่าคนรุ่นก่อนในวัยใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เพียงได้รับเงินเดือนมากขึ้นตามระดับราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นเท่านั้น
ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งขึ้นช่วยหนุน Gen Z
นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว รายงานยังพบว่า Gen Z เข้าสู่ตลาดแรงงานในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยกว่า Gen Y ซึ่งเริ่มทำงานในช่วงที่เศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกปี 2008
ข้อมูลของ PNC ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบคนอายุ 19–27 ปีในปี 2015 กับปี 2025 อัตราการมีงานทำของ Gen Z อยู่ที่ 67.2% เทียบกับ 63.6% ของ Gen Y ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงจาก 9.8% เหลือ 7.3%
สัดส่วนผู้มีงานทำเต็มเวลายังเพิ่มจาก 63.4% เป็น 67.4% ด้วย สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยเริ่มต้นอาชีพมีโอกาสเข้าสู่การทำงานเต็มเวลามากขึ้นในข้อมูลชุดนี้
อย่างไรก็ตาม รายงานยังเตือนว่า Gen Z เผชิญความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะผลกระทบจาก AI ที่อาจกดดันโอกาสทำงานของคนวัยเริ่มต้นอาชีพในบางสาขา
เงินเดือนสูงขึ้น แต่การซื้อบ้านกลับยากกว่าเดิม
แม้รายได้จริงจะเพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยกลับเป็นข้อยกเว้นสำคัญที่ทำให้ชีวิตของ Gen Z ไม่ได้ง่ายขึ้นตามรายได้
PNC ระบุว่า การผ่อนบ้านราคามัธยฐานในสหรัฐฯ ใช้สัดส่วนรายได้ของคนอายุ 25–26 ปีสูงถึง 65% เทียบกับ 39% ของ Gen Y ในช่วงอายุเดียวกันในอดีต นอกจากนี้ Gen Z ยังไม่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้านมากกว่าคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน และต้องจัดสรรรายได้ส่วนใหญ่ขึ้นให้กับค่าเช่าที่อยู่อาศัย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Gen Z ใช้จ่ายจากรายได้ในแต่ละเดือนเฉลี่ยประมาณ 66% เทียบกับ 60% ของ Gen Y ในตอนช่วงวัยเดียวกัน ขณะที่เงินในบัญชีที่สามารถนำมาใช้จ่ายต่อได้หากรายได้หยุดชะงัก มีเพียงประมาณ 25 วัน เทียบกับ 32 วันของคนรุ่นก่อน
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้ Gen Z จะมีรายได้สูงขึ้นและมีสถานะทางการเงินบางด้านที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และอาจมีเงินสำรองระยะสั้นน้อยกว่า
หากมองในมุมของตลาดการเงิน รายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้คนรุ่นใหม่แบ่งเงินไปลงทุนในหุ้น, กองทุนหรือคริปโตเคอร์เรนซีได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากพวกเขามีเงินเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็น
แต่ไม่ควรสรุปโดยตรงว่า Gen Z จะนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะรายงานนี้ไม่ได้ระบุว่ารายได้ส่วนเพิ่มถูกนำไปลงทุนในคริปโตมากน้อยเพียงใด อีกทั้งข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาในสหรัฐฯ ไม่ใช่ภาพแทนของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
ข้อมูลล่าสุดจาก PNC Economics ชี้ว่า Gen Z ในสหรัฐฯ มีรายได้จริงสูงกว่า Gen Y ในตอนที่อายุเท่ากันอย่างชัดเจน และมีตัวชี้วัดตลาดแรงงานหลายด้านที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีรายได้มากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะมีอิสระทางการเงินมากกว่าเสมอไป เมื่อราคาบ้าน, ค่าเช่าและค่าครองชีพยังเพิ่มแรงกดดันต่อคนวัยเริ่มต้นทำงาน ในมุมผู้เขียน ประเด็นที่น่าจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่แค่ Gen Z หาเงินได้มากขึ้นเท่าไร แต่คือพวกเขาจะเปลี่ยนรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กลายเป็นเงินออมและความมั่งคั่งระยะยาวได้จริงหรือไม่
ที่มา: PNC Economics, Cointelegraph

