bitkub-banner

Charles Schwab ผู้ดูแลสินทรัพย์ 13 ล้านล้านดอลลาร์ เปิดให้ลูกค้าซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum โดยตรงแล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Charles Schwab บริษัทบริการทางการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดให้ลูกค้ารายย่อยที่ผ่านเกณฑ์สามารถซื้อขาย Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) ได้โดยตรงผ่านบริการ Schwab Crypto
  • บริการดังกล่าวทยอยเปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม บริษัทประกาศว่าลูกค้ารายย่อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถเข้าถึงบริการได้แล้ว
  • ลูกค้าสามารถซื้อขายคริปโตควบคู่กับหุ้นและสินทรัพย์ลงทุนอื่น ๆ ผ่านแพลตฟอร์มของ Schwab โดยมีค่าธรรมเนียม 0.75% ต่อธุรกรรม 

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การเปิดให้ลูกค้าของสถาบันการเงินรายใหญ่เข้าถึง Bitcoin และ Ethereum โดยตรง ช่วยเพิ่มช่องทางให้เงินทุนจากนักลงทุนกระแสหลักเข้าสู่ตลาดคริปโตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการเปิดบริการครั้งนี้ทำให้เกิดเงินทุนไหลเข้าตลาดทันที ผลกระทบต่อราคาจึงขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้จริงและปริมาณการซื้อขายที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

Charles Schwab บริษัทบริการทางการเงินและนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เดินหน้าขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดคริปโตผ่านบริการ Schwab Crypto ซึ่งเปิดให้ลูกค้ารายย่อยที่ผ่านเกณฑ์สามารถซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ได้โดยตรง โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 บริษัทประกาศว่าลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถเข้าถึงบริการได้แล้ว หลังจากทยอยเปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำคริปโตเข้าสู่ระบบการลงทุนแบบดั้งเดิม เนื่องจากลูกค้าสามารถจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กับหุ้น กองทุน และการลงทุนประเภทอื่นภายในระบบของ Schwab ได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตแยกต่างหาก

ค่าธรรมเนียม 0.75% พร้อมระบบซื้อขายในแพลตฟอร์มเดียว

บริการ Schwab Crypto รองรับการซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum ผ่านเว็บไซต์ Schwab.com แอปพลิเคชัน Schwab Mobile และแพลตฟอร์ม thinkorswim โดยบริษัทกำหนดค่าธรรมเนียมไว้ที่ 0.75% ของมูลค่าธุรกรรมแต่ละครั้ง 

ในด้านการดูแลสินทรัพย์ Charles Schwab Premier Bank ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ขณะที่ Paxos ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการดำเนินคำสั่งซื้อขายและการดูแลสินทรัพย์ชั้นรอง

อย่างไรก็ตาม บริการนี้ยังมีข้อจำกัด โดยไม่เปิดให้ใช้งานในรัฐนิวยอร์ก รัฐลุยเซียนา ดินแดนของสหรัฐฯ และลูกค้าที่อยู่นอกสหรัฐฯ ตามเงื่อนไขของบริษัท นอกจากนี้ คริปโตที่ถือผ่านบริการดังกล่าวไม่ได้รับความคุ้มครองจาก FDIC หรือ SIPC เช่นเดียวกับเงินฝากธนาคารหรือหลักทรัพย์บางประเภท 

ทำไมการเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสำคัญต่อตลาดคริปโต?

Charles Schwab มีฐานลูกค้ารายย่อยขนาดใหญ่ และก่อนหน้านี้บริษัทระบุว่าลูกค้าของตนถือครองผลิตภัณฑ์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อ้างอิงคริปโต หรือ Spot Crypto ETPs ประมาณ 20% ของตลาดดังกล่าวในช่วงที่ประกาศเปิดตัวบริการ 

การเพิ่มช่องทางซื้อขายคริปโตโดยตรงจึงอาจช่วยลดอุปสรรคสำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับระบบโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนบางกลุ่มเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขเปิดเผยที่ชัดเจนว่ามีลูกค้าเปิดบัญชี Schwab Crypto แล้วกี่ราย หรือมีเงินทุนไหลเข้าสู่บริการมากเพียงใด จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเปิดบริการจะสร้างแรงซื้อ Bitcoin และ Ethereum มากแค่ไหนในระยะสั้น


ผู้เขียนมองว่า การเปิดให้ลูกค้าของ Charles Schwab ซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum โดยตรงเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อการยอมรับคริปโตในระบบการเงินกระแสหลัก เพราะช่วยให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าถึงนักลงทุนที่ใช้บริการโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมอยู่แล้วมากขึ้น แต่สิ่งที่ควรจับตาต่อไปไม่ใช่เพียงชื่อเสียงของสถาบันการเงิน หากเป็นจำนวนผู้ใช้จริงและปริมาณซื้อขายที่เกิดขึ้น เพราะตัวเลขเหล่านี้จะช่วยบอกได้ว่าการเปิดบริการครั้งนี้สร้างอุปสงค์ใหม่ให้ตลาดคริปโตได้มากน้อยเพียงใด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง