สรุปข่าว
- สแกมเมอร์รายหนึ่งสูญเสียเงินที่ขโมยมาถึง 60 BTC ประมาณ 161 ล้านบาท หลังนำไปเก็บไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลง
- เหตุการณ์ Supply chain attack ครั้งนี้สร้างความเสียหายรวมกว่า $103.4 ล้าน และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้มากกว่า 530 ที่อยู่
- Ledger ได้สั่งยุติการจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายชั่วคราวในโซนเอเชียและยุโรป พร้อมประสานงานเจ้าหน้าแต่ยังไม่มีนโยบายชดเชยผู้เสียหาย
เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุการณ์ Supply chain attack ครั้งใหญ่ในโลกคริปโต ทว่าสแกมเมอร์รายหนึ่งกลับกลายเป็นเหยื่อเสียเองและต้องสูญเสียเงินที่ขโมยมากว่า 60 BTC (ประมาณ 161 ล้านบาท) หลังจากนำไปเก็บไว้ในอุปกรณ์ Ledger ที่ถูกดัดแปลงใส่ Spyware เพื่อขโมย Seed Phrase จนทำให้ใครหลายคนมองเหตุการณ์นี้ว่าเป็นกรรมติดจรวด
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกคริปโตได้ประสบกับคดีสุดตะลึงเมื่อสิ่งที่น่าจะปลอดภัยที่สุดอย่าง Hardware Wallet กลับถูกมือดีดัดแปลงเครื่องระหว่างคนส่งมือผู้ใช้แต่ไม่ใช่แค่เพียงคนธรรมดาเท่านั้นที่เดือดร้อน เพราะสแกมเมอร์เองก็โดนไปกับเขาด้วย
เรื่องมีอยู่ว่า Chainalysis แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลได้มีการตรวจพบว่า สแกมเมอร์รายหนึ่งได้สูญเสียเงินที่ขโมยมากว่า 60 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า $4.8 ล้าน (161 ล้านบาท) หลังจากที่มีการนำเงินที่ขโมยมาได้มาเก็บไว้ในอุปกรณ์ Ledgers ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ 3 เครื่องซึ่งถูกดัดแปลงใส่ spyware ให้ดักจับและบันทึก seed phrases
ที่น่าตลกร้ายไปกว่านั้นคือ มิจฉาชีพรายนี้เคยทำขบวนการ “หลอกให้ทำภารกิจ” ซึ่งเป็นการจ่ายเงินจ้างคนเพื่อปลอมยอดขายและเขียนรีวิวปลอมให้กับสินค้าจริง จากนั้นระบบก็แสดงยอดเงินติดลบขึ้นมา และเหยื่อก็จะถูกบอกให้เติมเงินของตัวเองเข้าไปก่อนเพื่อที่จะได้รับเงินค่าจ้างออกมา ก่อนที่จะถูกเชิดเงินหนีไป แต่สุดท้ายแล้วมิจฉาชีพกลุ่มนี้กลับโดนเพื่อนช่วยอาชีพดเล่นงานเสียเอง กลายเป็นกรรมติดจรวด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ Supply chain attack ครั้งนี้มีผู้เสียหายในปัจจุบันมากกว่า 530 บัญชี Address คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า $103.4 ล้าน ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์ Coldcard และการทำข้อมูลอ่อนไหวของลูกค้าหลุดจากพันธมิตรคู่ค้าขนส่งของ Trezor
ปัจจุบัน Ledger ตัดสินใจยุติการจัดจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายชั่วคราวทั้งในโซนเอเชีย และยุโรปที่มีการตรวจพบความผิดพลาด ซึ่งรวมถึงประเทศไทย และได้มีการประสานงานเพื่อสั่งอายัดสินทรัพย์ รวมถึงส่งหลักฐานให้กับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายแต่ไม่ได้มีการประกาศชดเชยให้กับผู้เสียหายแต่อย่างใด
ที่มา: Cointelegraph
มุมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญว่าผู้ใช้งานทุกคนควรซื้ออุปกรณ์จากช่องทางผู้ผลิตอย่างเป็นทางการโดยตรงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะแม้แต่สแกมเมอร์เองก็ยังไม่รอดเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

