สรุปข่าว
- ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางมาเลเซีย เข้าร่วมโครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ในฐานะสมาชิกฝ่ายกำหนดนโยบาย เพื่อศึกษาการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยสเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และเงินฝากธนาคารในรูปแบบโทเคน
- โครงการนี้มีพันธมิตรระดับโลกร่วมทัพ ทั้งกลุ่มธนาคารโลก Visa, Mastercard, Ripple, Circle, Coinbase, Stripe รวมถึง JPMorgan และ Standard Chartered
- BLOOM ริเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อทดลองการชำระเงินดิจิทัลหลายรูปแบบ ควบคู่กับการทดสอบ CBDC สำหรับสถาบันการเงินของสิงคโปร์
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ข่าวนี้เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดคริปโทฯ โดยเฉพาะกลุ่มสเตเบิลคอยน์ และโทเคนที่เชื่อมโยงกับระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับสเตเบิลคอยน์ที่เพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อราคา น่าจะจำกัดอยู่ในรูปของความเชื่อมั่น เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการทดลองและศึกษาวิจัย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางมาเลเซีย ได้เข้าร่วมโครงการ BLOOM (Borderless, Liquid, Open, Online, Multi-currency) ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) อย่างเป็นทางการ ในฐานะสมาชิกฝ่ายกำหนดนโยบาย เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย สเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และ เงินฝากธนาคารในรูปแบบโทเคน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ยังรวบรวมพันธมิตรระดับโลกจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งกลุ่มธนาคารโลก , ยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินอย่าง Visa และ Mastercard, บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านฟินเทคและคริปโท เช่น Ripple, Circle, Coinbase, Stripe ตลอดจนสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง JPMorgan และ Standard Chartered
โดยโครงการ BLOOM ได้ริเริ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อทดลองการชำระเงินดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ควบคู่ไปกับการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC) สำหรับสถาบันการเงินของสิงคโปร์
การทดสอบธุรกรรมจริง ทิศทางเชิงนโยบาย และมุมมองจากธนาคารกลางแห่งประเทศไทย
Ripple ประกาศเข้าร่วมโครงการ BLOOM เป็นครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคม โดยระบุว่าจะทดลองชำระเงิน เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ด้วย RLUSD บนเครือข่าย XRP Ledger
การทดลองนี้ทำร่วมกับ Unloq บริษัทฟินเทคด้านซัพพลายเชน โดยใช้แพลตฟอร์ม SC+ เพื่อทำให้การปล่อยชำระเงิน เป็นไปโดยอัตโนมัติ เมื่อมีเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้าครบถ้วน
ทั้งนี้ MAS ระบุว่า การดำเนินงานจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ธนาคารจะจัดการเงินดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ สำหรับธุรกรรมข้ามพรมแดนอย่างไร เครือข่ายที่แตกต่างกันจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร รวมถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยง เช่น การตรวจสอบตัวตน การคัดกรองรายชื่อบุคคล หรือองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร และการควบคุมธุรกรรม
โดย Leong Sing Chiong รองกรรมการผู้จัดการของ MAS กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “อนาคตของระบบการเงินจะประกอบด้วยเงินดิจิทัลหลายรูปแบบ ซึ่งทำงานอยู่ในสถาบันการเงิน และตลาดที่แตกต่างกัน”
ด้าน Aznan bin Abdul Aziz รองผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย กล่าวว่า การชำระเงินข้ามพรมแดน โดยใช้เงินดิจิทัลหลายรูปแบบ กำลังกลายเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้ชัดเจนมากขึ้น
ขณะที่ ดารณี แซ่จู รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ BLOOM จะช่วยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถศึกษาแนวทางการกำกับดูแลเงินในรูปแบบโทเคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการชำระเงินข้ามพรมแดน และการชำระบัญชีระหว่างสถาบันการเงิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรอบด้าน
ที่มา : theblock
มุมมองผู้เขียน : การที่ธนาคารกลางสามประเทศ ร่วมหารือกับยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินอย่าง Visa, Mastercard และผู้เล่นในวงการคริปโทฯ เช่น Ripple และ Circle สะท้อนว่า เส้นแบ่งระหว่างการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเลือนรางลงอย่างชัดเจน โดยประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ ความสามารถในการทำงานร่วมกันข้ามเครือข่ายและกรอบการบริหารความเสี่ยง ซึ่งหากปลดล็อกสองปัจจัยนี้ได้ ไทยอาจมีโอกาสเห็นการใช้สเตเบิลคอยน์ภายใต้การกำกับดูแลสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนเร็วกว่าที่คาดไว้

