bitkub-banner

ใครกลัวแต่กูรูลุย Tom Lee กาง 6 เหตุผล ฟองสบู่ AI ยังไม่แตกตอนนี้ ลุ้นหุ้น-คริปโทฯ วิ่งต่อ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tom Lee จาก Fundstrat ยืนยันว่าฟองสบู่หุ้น AI ยังไม่แตก โดยยก 6 เหตุผลสนับสนุนความเห็นของเขา
  • ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหญ่ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันยังถือครองสินทรัพย์นี้น้อยกว่าเกณฑ์
  • บริษัท Bitmine เป็นคลังสำรองที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 4.9% ของอุปทาน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Tom Lee จาก Fundstrat ออกมาสยบความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ฟองสบู่ AI จะแตก โดยระบุว่าปัจจัยพื้นฐานทั้งประสิทธิภาพของ AI และสภาพตลาดโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้เขายังมองว่าตลาดคริปโตกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ขาขึ้นในไตรมาสที่ 4 ขณะที่ตัวเขาเองก็ได้สะสม Ethereum ผ่านบริษัท Bitmine จนมีสัดส่วนถึง 4.9% ของอุปทานทั้งหมดแล้ว

Tom Lee ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Fundstrat Capital และผู้จัดการกองทุนหลักของตระกูล Granny Shots ETF ได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มเติมในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญกับการพักฐาน โดยยืนยันความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าต่อการลงทุนในธีม AI แม้ว่าผลประกอบการของกองทุนตัวเองในช่วงที่ผ่านมาจะปรับตัวลดลงและทำผลงานได้ตามหลังดัชนีตลาดรวม 

ในรายงานอัปเดตประจำสัปดาห์ของวันที่ 19 ตุลาคม Tom Lee ยอมรับว่า กองทุน Fundstrat Granny Shots US Large Cap ETF (GRNY) ที่เขาบริหารอยู่ปรับตัวลดลง 5.44% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร่วงจากระดับ 28.45 ดอลลาร์ในวันที่ 9 ตุลาคม ลงมาอยู่ที่ 26.90 ดอลลาร์ในวันที่ 23 ตุลาคม ส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ลดลงมาอยู่ที่ 9.69% ตามหลังดัชนี S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นไปได้ 12.14% ณ ราคาปิดตลาดวันจันทร์ 

ทั้งนี้ หุ้น 5 อันดับแรกที่ฉุดผลตอบแทนของกองทุน GRNY มากที่สุดล้วนเป็นบริษัทที่อยู่ในจุดคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งสิ้น ได้แก่ Intel (INTC), Micron Technology (MU), Vertiv Holdings (VRT), KLA Corp (KLAC) และ Arista Networks (ANET) อย่างไรก็ดี Lee ยืนยันชัดเจนว่าเขากำลังใช้จังหวะที่หุ้น AI ย่อตัวลงมานี้ในการเข้าสะสมเพิ่ม

และเพื่อบรรเทาความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อกระแสฟองสบู่ Lee ได้กาง 6 ปัจจัยสำคัญที่เป็นเสาหลักในการสนับสนุนมุมมองขาขึ้นของหุ้นในกลุ่ม AI

1.ทักษะความฉลาดเป็นของจริง

เริ่มจากปัจจัยแรกคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ Lee เปรียบเปรยว่า ก้าวล้ำราวกับมาจากต่างดาว โดยยกตัวอย่างโมเดลของ OpenAI ที่เพิ่งสามารถแก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงได้ถึง 771 ข้อภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง  คิดเป็นการค้นพบทางคณิตศาสตร์ในสัดส่วนกว่า 81% ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

2.พนักงานทำงานได้มากขึ้น

ปัจจัยที่ 2 คือ AI เริ่มสร้างผลลัพธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้จริง สะท้อนจากตัวเลขการสร้างรายได้ต่อหัวของพนักงานในบริษัทกลุ่ม S&P 500 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการเปิดตัว ChatGPT 

3.ของยังไม่ล้นตลาด

ปัจจัยที่ 3 Lee ชี้ว่าปัญหาการขาดแคลนและคอขวดของฮาร์ดแวร์ในปัจจุบัน เป็นหลักฐานชั้นดีที่ยืนยันว่าอุตสาหกรรมนี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาด 

4.ความกังวลเรื่องเงินทุนอาจช่วยป้องกันฟองสบู่

ตามมาด้วยปัจจัยที่ 4 ซึ่งเขามองว่าความต้องการใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลของธุรกิจ AI กำลังถูกคัดกรองด้วยความระมัดระวังของตลาดที่ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกลไกความกลัวนี้เองที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นจริง 

5.การขายชอร์ตของเฮดจ์ฟันด์

ส่วนปัจจัยที่ 5 คือ  การที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์จำนวนมากแห่เข้ามาเปิด Short หุ้นกลุ่มนี้อย่างหนัก  แม้ภายนอกจะดูเหมือนการยอมจำนน แต่สำหรับเขานั้นมองเห็นการลดความเสี่ยงโดยทั่วไปก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงเท่านั้น

6.การเปรียบเทียบกับ Cisco ในปี 1997

สุดท้ายนี้ เขายกตัวอย่างประวัติศาสตร์โดยเปรียบเทียบการปรับฐานที่เราเห็นในหุ้น AI ทุกวันนี้กับหุ้น Cisco ในปี 1997 โดยตั้งข้อสังเกตว่า ในเวลานั้นราคาหุ้น Cisco เคยร่วงลงไปลึกถึง 40% ก่อนจะพลิกกลับมาวิ่งทะยานขึ้นถึง 100 เท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีถัดมา 

ไม่ใช่ AI อย่างเดียวที่จะรุ่ง

นอกเหนือจากการเติบโตของ AI ที่เป็นกระแสหลักแล้ว Lee ยังมองว่าอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีเองก็พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหญ่ โดยที่เขาเองมองว่าในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ นักลงทุนสถาบันที่ยังมีสัดส่วนการถือครองคริปโทฯ ต่ำกว่าเกณฑ์จะเริ่มทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเข้ามา

Lee ย้ำชัดว่าขาขึ้นที่เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ “บทโหมโรง” เท่านั้น และขาขึ้นของจริงจะมาหลังจากนี้ ทว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้ระบุว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไรและจะกินเวลายาวนานขนาดไหน

ปัจจุบัน Bitmine บริษัทที่เขาดูแลอยู่เป็นคลังสำรองที่มีการถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลกด้วยสัดส่วนอุปทานกว่า 4.9% จากเป้าหมายในการถือครอง 5%

ที่มา: Benzinga


มุมมองผู้เขียน: ความเห็นเชิงบวกของ Tom Lee สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นต่อการเติบโตต่อเนื่องของเทคโนโลยี AI และสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ตลาดจะเผชิญความผันผวนระยะสั้น แต่นักลงทุนควรติดตามกระแสเงินทุนสถาบันและปัจจัยแวดล้อมอย่างใกล้ชิด