สรุปข่าว
- Japan Tax-Free จับมือ UPBOND เปิดให้รับเงินคืนภาษีผ่าน JPYC ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2026
- ใช้บล็อกเชน Avalanche ช่วยโอนเงินคืนเข้ากระเป๋าคริปโทโดยตรง พร้อมบันทึกธุรกรรมบนบล็อกเชนเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
- เพิ่มกรณีใช้งานจริงให้ Stablecoin นักท่องเที่ยวสามารถถือ JPYC ไว้ใช้จ่ายในอนาคตหรือแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoin อื่น เช่น USDC ได้ ภายใต้เงื่อนไขของบริการ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Japan Tax-Free ร่วมมือกับ UPBOND เปิดบริการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่าน JPYC ซึ่งเป็น Stablecoin สกุลเงินเยน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 โดยใช้เครือข่าย Avalanche ในการโอนเงินคืน หลังญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้ระบบ Refund ที่กำหนดให้ชำระราคาสินค้ารวมภาษีเต็มจำนวนก่อน แล้วจึงขอคืนภาษีหลังผ่านการตรวจสอบจากศุลกากร ระบบใหม่นี้มุ่งเพิ่มความโปร่งใสและลดการพึ่งพาตัวกลางในการโอนเงิน ขณะที่นักท่องเที่ยวสามารถถือ JPYC ไว้ใช้จ่ายหรือแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoin อื่นได้ ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและยอดเงินคืนสุทธิยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริการ
Japan Tax-Free สตาร์ทอัพสัญชาติญี่ปุ่น ร่วมมือกับ UPBOND ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินคริปโทฯ ประกาศเปิดให้บริการคืนภาษีผ่านแพลตฟอร์ม JapanRefund โดยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกรับเงินคืนในรูปแบบ JPYC ซึ่งเป็น Stablecoin สกุลเงินเยน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป และใช้เครือข่าย Avalanche ในการโอนสินทรัพย์
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนระบบคืนภาษีของญี่ปุ่นเป็นรูปแบบ Refund ซึ่งกำหนดให้นักท่องเที่ยวต้องชำระราคาสินค้าเต็มจำนวนที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ก่อนนำสินค้าไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบก่อนเดินทางออกนอกประเทศ จึงจะสามารถรับเงินภาษีคืนได้ภายหลัง
ระบบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการนำสินค้าปลอดภาษีไปขายต่ออย่างผิดกฎหมาย โดยยกเลิกระบบเดิมที่ร้านค้าหักภาษีออกจากราคาสินค้าตั้งแต่ตอนซื้อ ทำให้ช่องทางการคืนเงินกลายเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
JPYC เป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าผูกกับเงินเยนญี่ปุ่นแบบ 1:1 และจัดอยู่ในประเภทเครื่องมือชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย Payment Services Act ของญี่ปุ่น ซึ่งมีสถานะทางกฎหมายแตกต่างจากสินทรัพย์คริปโททั่วไป
Japan Tax-Free ระบุว่า การคืนภาษีผ่านบัตรเครดิต หรือการโอนเงินระหว่างประเทศอาจมีค่าธรรมเนียมจากบริษัทบัตรเครดิตและผู้ให้บริการโอนเงิน ซึ่งถูกหักออกจากยอดเงินคืน และทำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายได้ยาก บริษัทจึงมองว่า การใช้ JPYC เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนจากตัวกลาง โดยส่งเงินคืนตรงไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของนักท่องเที่ยวผ่านบล็อกเชน
เงินคืนจะถูกโอนหลังจากนักท่องเที่ยวผ่านการตรวจสอบสินค้าจากศุลกากร และบริษัทดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ประวัติการโอนจะถูกบันทึกไว้บนบล็อกเชน ทำให้สามารถตรวจสอบธุรกรรมย้อนหลังได้ โดยบริษัทระบุว่าระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการรับเงิน ค่าธรรมเนียม และยอดเงินสุทธิที่นักท่องเที่ยวได้รับยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริการ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า การใช้ Stablecoin จะทำให้การคืนภาษีไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งหมด
นอกจากการรับเงินคืนแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถถือ JPYC ไว้เป็นเงินเยนดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายในการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งต่อไป หรือแลกเปลี่ยนบนบล็อกเชนเป็น Stablecoin สกุลเงินอื่น เช่น USDC ได้อีกด้วย ขณะที่การรับเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลช่วยลดความจำเป็นที่ร้านค้าต้องจัดการข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคารของนักท่องเที่ยวโดยตรง
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดแผนที่ JapanTaxFree ประกาศไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 หลังบริษัทจับมือกับ JPYC Inc. เพื่อพัฒนาระบบคืนภาษีผ่าน Stablecoin ก่อนนำระบบกระเป๋าเงินของ UPBOND เข้ามาเชื่อมต่อ เพื่อให้สามารถเริ่มให้บริการได้พร้อมกับการเปลี่ยนระบบคืนภาษีของญี่ปุ่นในวันที่ 1 พฤศจิกายน
Japan Tax-Free ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 และได้รับอนุญาตให้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการส่งข้อมูลบันทึกการซื้อสินค้าแทนร้านค้าไปยังสำนักงานภาษีแห่งชาติของญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนเพิ่มฟังก์ชันคืนภาษีเข้าไปใน Agentic Wallet ของ UPBOND โดยจะประกาศกำหนดการให้บริการเพิ่มเติมในภายหลัง
ด้าน คุนิโทโมะ อิชิอิ (Kunitomo Ishii) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Japan Tax-Free กล่าวว่า การเปลี่ยนไปใช้ Refund System ทำให้การคืนภาษีกลายเป็นกระบวนการที่ต้องส่งมอบเงินให้นักท่องเที่ยวอย่างถูกต้องภายหลัง โดยความท้าทายสำคัญคือการทำให้เงินคืนถูกส่งถึงผู้รับอย่างโปร่งใสและปลอดภัย
สำหรับตลาดคริปโทฯ การนำ JPYC มาใช้คืนภาษีถือเป็นอีกกรณีศึกษาของการนำ Stablecoin ไปใช้ในระบบการเงินจริงนอกเหนือจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หากมีนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการเพิ่มขึ้น ก็อาจช่วยขยายการใช้งาน JPYC และเพิ่มธุรกรรมบนเครือข่าย Avalanche ได้
ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: การนำ JPYC มาใช้คืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาของ Stablecoin เพราะเป็นการขยายการใช้งานจากตลาดซื้อขายคริปโทฯ เข้าสู่บริการทางการเงินจริง หากระบบได้รับการตอบรับที่ดี ก็อาจช่วยเพิ่มการยอมรับเงินเยนดิจิทัลและสร้างธุรกรรมบน Avalanche ในระยะยาว

