bitkub-banner

นักลงทุนแห่ถอนเงินจาก Ethereum ETF กว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงถอนเงินอย่างหนัก โดยมีเงินไหลออกสุทธิรวมประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2026 ถือเป็นเดือนที่มีเงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเปิดตัวในปี 2024
  • ข้อมูลจากตลาด ETF ระบุว่า มีเงินไหลออกจากกองทุน Ethereum ETF ใน 19 จาก 21 วันทำการ ขณะที่กองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock เป็นหนึ่งในกองทุนที่ถูกถอนเงินมากที่สุด
  • แรงถอนเงินเกิดขึ้นพร้อมกับราคา Ethereum ที่ลดลงประมาณ 17% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความต้องการลงทุนที่อ่อนแอลง และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา ETH หากนักลงทุนสถาบันยังคงลดการถือครองต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การถอนเงินจาก Ethereum ETF อย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณเชิงลบต่อความต้องการลงทุนผ่านช่องทางสถาบัน เนื่องจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุนสุทธิอาจทำให้กองทุนต้องขาย ETH ที่ถือครองเพื่อรองรับการถอนเงิน หากแรงไหลออกยังดำเนินต่อไปก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา Ethereum อย่างไรก็ตาม หากเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่กองทุน ก็อาจเป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนกำลังฟื้นตัว

ตลาดกองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังข้อมูลจาก SoSoValue และแพลตฟอร์มติดตามกระแสเงินทุน ETF เผยว่า กองทุน Ethereum ETF มีเงินไหลออกสุทธิสะสมประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งถือเป็นเดือนที่มีเงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเริ่มซื้อขายในเดือนกรกฎาคม 2024

ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม ระบุว่ากองทุน Ethereum ETF มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 1.55 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 21 วันทำการที่ผ่านมา โดยมีเงินไหลออกติดต่อกัน 5 วันล่าสุด รวมประมาณ 431.5 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ CoinMarketCap ยังรายงานว่า กองทุนดังกล่าวมีเงินไหลออกประมาณ 1.45 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 29 ตุลาคม โดยมีเงินไหลออกใน 18 จาก 21 วันทำการ สะท้อนให้เห็นว่าแรงถอนเงินไม่ได้เกิดขึ้นเพียงวันใดวันหนึ่ง แต่เป็นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดเดือน

BlackRock ETHA เป็นหนึ่งในกองทุนที่ถูกถอนเงินหนักที่สุด

เมื่อพิจารณาแยกตามกองทุน พบว่า iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock เป็นหนึ่งในกองทุนที่เผชิญแรงถอนเงินมากที่สุด

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามกระแสเงินทุน ETF ระบุว่า ETHA มีเงินไหลออกสุทธิประมาณ 700 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ขณะที่ Grayscale Ethereum Trust (ETHE) และกองทุนอื่น ๆ ก็เผชิญแรงถอนเงินเช่นกัน

เฉพาะวันที่ 30 ตุลาคม ETHA มีเงินไหลออกประมาณ 76.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน Ethereum ของ Grayscale มีเงินไหลออกประมาณ 34.1 ล้านดอลลาร์ และ BlackRock Staked Ethereum ETF (ETHB) มีเงินไหลออกประมาณ 19.5 ล้านดอลลาร์

ราคา Ethereum ร่วง 17% ในหนึ่งเดือน สะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลง

แรงถอนเงินจาก Ethereum ETF เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับตัวลงของราคา ETH โดยข้อมูลตลาดระบุว่า Ethereum ลดลงประมาณ 17% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และปิดตลาดวันที่ 29 ตุลาคมบริเวณ 2,249 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปิดต่ำกว่าแนวรับ 2,300 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม

สถานการณ์ดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง เนื่องจากเมื่อราคา ETH ลดลง นักลงทุนที่ถือครองหน่วยลงทุน ETF อาจเริ่มกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนและตัดสินใจไถ่ถอนเงินลงทุน ส่งผลให้เกิดแรงขายจากกองทุนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเกี่ยวข้องกับแรงถอนเงิน นั่นคือการทำ Basis Trade ของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ซื้อหน่วยลงทุน ETF พร้อมเปิดสถานะ Short ในตลาด Futures เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา

เมื่อส่วนต่างระหว่างราคา Futures และ Spot แคบลงจนผลตอบแทนจากกลยุทธ์ดังกล่าวไม่น่าสนใจ นักลงทุนกลุ่มนี้ก็อาจลดสถานะการลงทุน ส่งผลให้เงินไหลออกจาก ETF ได้ แม้ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนทุกคนกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นต่อ Ethereum โดยตรงก็ตาม

เงินทุนกำลังหนี Ethereum หรือเป็นเพียงการปรับพอร์ตระยะสั้น?

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ Ethereum ETF เผชิญเงินไหลออกอย่างหนัก กองทุน Bitcoin ETF ก็ไม่ได้เผชิญแรงถอนเงินในระดับเดียวกันตลอดทั้งเดือน โดยข้อมูลในช่วงปลายเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่า Bitcoin ETF ยังมีวันที่ได้รับเงินไหลเข้าสุทธิ ขณะที่ Ethereum ETF ยังคงเผชิญแรงถอนเงินต่อเนื่อง

ความแตกต่างดังกล่าวอาจสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันกำลังเลือกถือครอง Bitcoin มากกว่า Ethereum ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง หรืออาจเป็นเพียงการปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม เงินไหลออกจาก ETF ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนทุกคนกำลังขาย ETH ในตลาดทันที เพราะอาจมีทั้งการเปลี่ยนช่องทางลงทุน การปรับพอร์ต และการปิดสถานะ Arbitrage เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ผู้เขียนมองว่า เงินไหลออกกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวเป็นสัญญาณที่ตลาด Ethereum ไม่ควรมองข้าม เพราะสะท้อนว่าความต้องการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์สถาบันกำลังอ่อนแอลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับราคา ETH ที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าสถาบันกำลังหมดความสนใจใน Ethereum ทั้งหมด สิ่งที่ต้องจับตาคือกระแสเงินทุนในเดือนพฤศจิกายน หากเงินยังไหลออกต่อเนื่องก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา ETH แต่หากเริ่มมีเงินไหลกลับเข้ามา ก็อาจเป็นสัญญาณแรกของการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นในตลาด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง