bitkub-banner

Morgan Stanley ร่วมใช้ระบบของ DTCC แปลงหุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นโทเคน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Morgan Stanley ถูกรายงานว่าเข้าร่วมใช้บริการ DTCC Tokenization Service เพื่อแปลงหุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ ให้อยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน
  • ตัวเลข “$10 ล้านล้าน” ที่ปรากฏในข่าวต้นทางไม่ใช่ขนาดของ Morgan Stanley แต่เป็นประมาณการตลาด RWA ทั้งโลกภายในปี 2030 ของ Amy Oldenburg
  • การเทรดหุ้นโทเคนบนระบบภายในของธนาคารสำหรับลูกค้าถูกเลื่อนไปไตรมาสแรกปี 2027 จึงต้องจับตาความคืบหน้าหลังจากนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้เป็นสัญญาณการยอมรับบล็อกเชนจากสถาบันการเงินดั้งเดิม แต่เป็นความเคลื่อนไหวด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้ผูกกับเหรียญใดโดยตรง และบริการ DTCC เปิดตัวไปตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมแล้ว จึงยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นราคาแบบทันที

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2569 เวลา 16:43 น. ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Watcher.Guru ระบุว่า Morgan Stanley กลายเป็นหนึ่งในธนาคารรายใหญ่รายแรก ๆ ที่นำหุ้นและพันธบัตรสหรัฐฯ ไปทำโทเคนไนซ์บนบล็อกเชน ข้อมูลจากการค้นคว้าเพิ่มเติมระบุว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการที่ Morgan Stanley เข้าใช้บริการ DTCC Tokenization Service (DTS) ซึ่งแปลงหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นโทเคนดิจิทัล หลังธนาคารยืนยันกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนในโพสต์ต้นทางต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง

ตัวเลข $10 ล้านล้านไม่ใช่ขนาดของ Morgan Stanley

โพสต์ต้นทางเรียก Morgan Stanley ว่าเป็นธนาคาร “มูลค่า $10 ล้านล้าน” แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วชี้ว่า Morgan Stanley บริหารสินทรัพย์โดยตรงประมาณ $1.5-1.8 ล้านล้าน และมีสินทรัพย์ของลูกค้ารวมราว $6-7 ล้านล้าน ตัวเลข $10 ล้านล้านน่าจะมาจากการเข้าใจผิดประมาณการของ Amy Oldenburg หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคาร ซึ่งคาดว่าตลาดสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์ (RWA) ทั่วโลกอาจแตะ $3-10 ล้านล้านภายในปี 2030

ไม่ใช่การเปิดตัวเดี่ยว แต่เป็นหนึ่งใน 20 สถาบันของ DTCC

Morgan Stanley ไม่ได้สร้างแพลตฟอร์มโทเคนไนซ์ขึ้นเอง แต่เป็นสถาบันที่เข้าร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานของ DTCC ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อ 28 ต.ค. 2569 โดยมี 20 สถาบันการเงินผู้ก่อตั้งลงนามเข้าร่วม อาทิ JPMorgan, Citigroup, Bank of America, Fidelity, State Street และ UBS ระบบนำร่องครอบคลุม 34 หลักทรัพย์ เช่น หุ้นใน Russell 1000, ETF และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าตลาดรวมราว $30 ล้านล้าน ทำงานบน Canton Network และบล็อกเชน Hyperledger Besu ส่วนตัวของ DTCC

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า DTCC เปิดบริการโทเคนไนซ์พร้อมกับสถาบันการเงินรายใหญ่ อ่านข่าวเดิม

โทเคนไนซ์ในที่นี้หมายถึงอะไร และนักลงทุนทั่วไปจะเห็นเมื่อไหร่

บริการของ DTCC ไม่ได้ออกหลักทรัพย์คริปโตใหม่ แต่สร้างโทเคนที่เป็นตัวแทนแบบ 1 ต่อ 1 ของหลักทรัพย์จริงที่ฝากไว้กับ DTC โดย DTC ยังเป็นผู้ถือทะเบียนความเป็นเจ้าของทางกฎหมายตามเดิม ประโยชน์หลักอยู่ที่การเคลื่อนย้ายหลักประกันระหว่างสถาบันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่การเทรดสำหรับนักลงทุนรายย่อย

ส่วนบริการเทรดหุ้นโทเคนสำหรับลูกค้าบนระบบเทรดทางเลือก (ATS) ภายในของ Morgan Stanley ถูกเลื่อนจากปลายปี 2569 ไปเป็นไตรมาสแรกปี 2570 ดังนั้นนักลงทุนทั่วไปคงยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมในเร็ว ๆ นี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้อย่าเพิ่งอ่านเป็นสัญญาณบวกแรงต่อราคาคริปโต เพราะแกนของเรื่องคือสถาบันใหญ่ค่อย ๆ เอาบล็อกเชนไปใช้ในระบบหลังบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อกระแส RWA ในระยะยาว แต่โทเคนส่วนใหญ่ในระบบนี้ไม่ได้ซื้อขายเปิดเหมือนเหรียญทั่วไป อีกอย่างตัวเลข $10 ล้านล้านที่แชร์กันก็คลาดเคลื่อน ควรอ่านต้นทางให้ดีก่อนเชื่อ สิ่งที่น่าจับตาคือความคืบหน้าของ ATS ในไตรมาสแรกปี 2570 และดูว่าสถาบันอื่นใน 20 รายจะเริ่มใช้งานจริงตามมาเร็วแค่ไหน

ที่มา: Watcher.Guru

ภาพจาก AI