bitkub-banner

เหรียญมีม Trump ร่วงยับ 17% หลังรีพับลิกันพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • TRUMP ดิ่ง 20% เหลือ 1.264 ดอลลาร์ ขณะที่ WLFI ร่วงกว่า 7% หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
  • Bitcoin และ Ethereum พุ่งสวนทาง บวก 4% และ 6% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดเหรียญมีมการเมืองสูญมูลค่ากว่า 16%
  • เหรียญตระกูลทรัมป์เผชิญความเสี่ยง หลังชัยชนะของเดโมแครตอาจเปิดทางให้ตรวจสอบธุรกิจคริปโทฯ ของครอบครัวทรัมป์มากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

เหรียญมีม Official Trump (TRUMP) ร่วงกว่า 20% และ World Liberty Financial (WLFI) ลดลงกว่า 7% หลังพรรคเดโมแครตพลิกคว้าชัยและครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ สวนทางกับ Bitcoin และ Ethereum ที่ปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่มีมคอยน์ทางการเมืองสูญเสียมูลค่าตลาดกว่า 16% นักวิเคราะห์มองว่าโทเคนกลุ่มนี้อ่อนไหวต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากกว่าสินทรัพย์หลัก และกำลังเผชิญคำถามสำคัญเกี่ยวกับแรงซื้อในระยะยาว

Official Trump (TRUMP) เหรียญมีมอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี Donald Trump ถูกผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กดดันอย่างหนัก โดยราคาเหรียญร่วงลงกว่า 20% เหลือ 1.264 ดอลลาร์ ส่วน World Liberty Financial (WLFI) ลดลงกว่า 7% มาอยู่ที่ 0.047 ดอลลาร์  สวนทางกับ Bitcoin และ Ethereum ที่กลับมาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ข้อมูลจาก CoinMarketCap ณ เวลา 00:32 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย ระบุว่า TRUMP และ WLFI เป็นสองโทเคนที่ปรับตัวลงหนักที่สุดในกลุ่มคริปโทฯ Top 100 ตามมูลค่าตลาด โดย TRUMP เปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 ส่วน WLFI เป็นโทเคนหลักของ World Liberty Financial โปรเจกต์ DeFi ที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวทรัมป์และเปิดตัวในปี 2024

เบื้องหลังแรงเทขายครั้งนี้มาจากชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงคว้าชัยเหนือความคาดหมายในรัฐเทกซัส 

ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้ทรัมป์มีอำนาจผลักดันนโยบายคริปโทฯ ผ่านรัฐสภาน้อยลง ขณะที่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของครอบครัวก็มีโอกาสถูกฝ่ายเดโมแครตเพ่งเล็งและตรวจสอบมากขึ้น

Bitcoin พุ่งสวนทาง แต่เหรียญตระกูล Trump ถูกเทขาย

ภาพที่เห็นได้ชัดในตลาดรอบนี้คือ Bitcoin และเหรียญการเมืองกำลังเดินไปคนละทิศคนละทางอย่างสิ้นเชิง โดย BTC ปรับตัวขึ้นกว่า 4% มาอยู่ที่ประมาณ 80,500 ดอลลาร์ ส่วน ETH พุ่งขึ้น 6% แตะ 2,433 ดอลลาร์ ขณะที่ BNB, XRP และ Solana ต่างปรับตัวขึ้น 3%, 2.6% และ 2.5% ตามลำดับ หนุนให้มูลค่าตลาดคริปโทฯ โดยรวมเพิ่มขึ้น 3.4% สู่ระดับ 2.69 ล้านล้านดอลลาร์

แต่สำหรับเหรียญที่มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์ ภาพกลับตรงกันข้ามอย่างชัดเจน MELANIA ซึ่งเป็นมีมคอยน์ของภรรยาของทรัมป์ร่วงลงเกือบ 13% เหลือประมาณ 0.066 ดอลลาร์ ส่วน VANCE ที่ตั้งชื่อตาม JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลงเกือบ 12% แม้ยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการกับเจ้าตัวก็ตาม

ขณะที่ตลาดเหรียญมีมทางการเมืองโดยรวมก็เผชิญแรงเทขายอย่างหนักเช่นกัน โดยมูลค่าตลาดหายไปกว่า 16% เหลือเพียง 477 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายกลับพุ่งขึ้น 123% แตะ 437 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

นักวิเคราะห์ตั้งคำถาม เหรียญการเมืองจะมีแรงซื้อจากปัจจัยอะไร?

Benjamin Sarquis Peillard ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Cap มองว่า นักลงทุนกำลังแยกการประเมินมูลค่า Bitcoin ออกจากโทเคนที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองอย่างชัดเจน

เขาอธิบายว่า Bitcoin ได้รับแรงขับเคลื่อนจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพคล่อง เงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน และภาวะเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่โทเคนการเมืองกลับอ่อนไหวต่อความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในกรุงวอชิงตันมากกว่า

นั่นหมายความว่า ต่อให้ตลาดคริปโทฯ โดยรวมกำลังฟื้นตัว เหรียญที่ผูกติดกับนักการเมืองก็ยังมีโอกาสถูกเทขายได้ หากนักลงทุนเริ่มมองว่าความเสี่ยงทางการเมืองกำลังเพิ่มขึ้น

Peillard มองว่า แรงขายรอบนี้อาจเป็นเพียงการตอบสนอระยะสั้นหลังการเลือกตั้ง แต่คำถามที่น่าคิดกว่านั้นคือ เมื่อกระแสทางการเมืองไม่เป็นใจเหมือนเดิม เหรียญเหล่านี้จะยังมีอะไรดึงดูดให้นักลงทุนเข้าซื้อและกัดฟันถือเหรียญต่อไป

ที่มา:cointelegraph


มุมมองผู้เขียน: แรงกดดันต่อ TRUMP และ WLFI อาจยังไม่จบลงง่าย ๆ เพราะชัยชนะของเดโมแครตไม่ได้กระทบแค่ความคาดหวังต่อนโยบายคริปโทฯ ของทรัมป์ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ธุรกิจของครอบครัวจะถูกตรวจสอบมากขึ้นด้วย ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือเหรียญเหล่านี้จะสามารถสร้างแรงซื้อจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากชื่อเสียงและกระแสการเมืองได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับ ราคาอาจยังเปราะบางต่อทุกความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อจากนี้