สรุปข่าว
- Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุน (CIO) ของ Bitwise ระบุว่าเหตุแฮก Binance มูลค่า $6.3 พันล้านไม่น่าส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะยาว เพราะประวัติศาสตร์ชี้ว่าเหตุแฮกครั้งใหญ่แทบไม่กระทบราคา Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ
- Hougan วิเคราะห์ย้อนหลังเหตุแฮกใหญ่ 10 ครั้ง พบว่าใน 30 วันถัดมา Bitcoin ปรับขึ้น 5 ครั้งและปรับลง 5 ครั้ง ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน
- ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายที่ราว $80,588 ใกล้ระดับสูงสุดของวัน ขณะที่ตลาดต้องติดตามความคืบหน้าการอายัดเงินที่ถูกขโมยและการฟอกเงินของแฮกเกอร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข้อมูลในอดีตชี้ว่าเหตุแฮกกระดานเทรดไม่ได้กำหนดทิศทางราคา Bitcoin เพราะไม่ได้กระทบตัวโปรโตคอล ราคากลับขึ้นมายืนเหนือ $80,000 หลังดิ่งไปราว 4% ในช่วงแรก แต่ตลาดยังต้องรอดูแรงขายจากเงินที่ถูกขโมยที่ยังไม่ถูกอายัด
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2569 Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ลงทุนของ Bitwise ออกบันทึกวิเคราะห์ตลาดประจำสัปดาห์ ระบุว่าเหตุแฮก Binance มูลค่า $6.3 พันล้านน่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดในระยะยาว ตามรายงานจาก Cointelegraph ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเหตุแฮกครั้งใหญ่แทบไม่เคยส่งผลต่อราคา Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตอนนี้ Bitcoin ซื้อขายที่ราว $80,588 ต่างจากช่วงที่ข่าวแฮกออกมาใหม่ ๆ ที่ราคาลงไปแตะราว $76,300
ย้อนดูเหตุแฮกใหญ่ 10 ครั้ง ราคาแยกกันครึ่งต่อครึ่ง
ข้อมูลที่ Hougan ใช้อ้างอิงคือการไล่ดูผลงานของ Bitcoin หลังเหตุแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 10 ครั้ง ซึ่งรวมถึง Mt. Gox, Wormhole และ FTX ผลที่ได้คือภายใน 30 วันหลังเกิดเหตุ Bitcoin ราคาสูงกว่าเดิม 5 ครั้งและต่ำกว่าเดิม 5 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสถิติที่ชัดเจนระหว่างเหตุเจาะระบบกระดานเทรดกับทิศทางราคา Bitcoin
Hougan ยังเน้นว่า Bitcoin ไม่ได้ถูกแฮก แต่คือ Binance ที่ถูกแฮก ความล้มเหลวด้านความปลอดภัยของกระดานเทรดไม่ได้เปลี่ยนอุปทานคงที่ 21 ล้านดอลลาร์ กลไกฉันทามติ หรือความสมบูรณ์ของบล็อกเชน Bitcoin แต่อย่างใด
โครงสร้างตลาดตอนนี้ต่างจากยุค Mt. Gox
บันทึกของ Hougan ชี้ว่าโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปจากรอบก่อนมาก ทั้ง Bitcoin ETF แบบซื้อขายจริง การเก็บรักษาสินทรัพย์ระดับสถาบัน และการเก็บใน Cold Wallet แบบหลายลายเซ็น ช่วยให้เงินทุนสถาบันไม่ได้ผูกกับความเสี่ยงจาก Hot Wallet ของกระดานเทรดโดยตรง
ฝั่ง Binance เองใช้เงินสำรองของบริษัทและกองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) ชดเชยส่วนที่ผู้ใช้ขาดหาย ทำให้ไม่เกิดปัญหาล้มละลายที่ลุกลามไปสู่ตลาดวงกว้าง นอกจากนี้การที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐฯ ร่วมมือกับกระดานเทรดอื่นอายัดเงินที่ถูกขโมยได้เกือบครึ่ง ก็ช่วยลดแรงเทขายในตลาดเปิดลงไปมาก
ย้อนไทม์ไลน์เหตุแฮกและปฏิกิริยาของตลาด
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 เมื่อแฮกเกอร์เจาะ Hot Wallet ของ Binance บนหลายบล็อกเชนพร้อมกันภายใน 20 นาที และดึงสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปราว $6.3 พันล้าน นับเป็นการโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Binance ระงับการถอนชั่วคราว และ Bitcoin ร่วงราว 4% ลงไปแตะระดับต่ำสุดราว $76,320 ถึง $76,368 สอดคล้องกับการปรับฐานของตลาดหุ้นที่ Nasdaq 100 ลดลงราว 3%
ต่อมา FBI และบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Chainalysis และ TRM Labs ระบุว่าเหตุนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ TraderTraitor ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ (Lazarus Group) ส่วน Changpeng Zhao (CZ) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ชื่นชมหน่วยงานสหรัฐฯ ที่ช่วยติดตามและอายัดเงินที่ถูกขโมย ก่อนหน้านี้ Hougan เคยให้สัมภาษณ์ว่าราคาน่าจะฟื้นภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งตอนนี้ราคาที่เหนือ $80,000 ก็สอดคล้องกับที่เขาคาด
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า แฮกเกอร์ย้าย Solana ที่ขโมยไปแล้วราว 81% และฟอกเงินต่อผ่าน THORChain ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ตลาดยังต้องติดตามต่อ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อมูล 5 ต่อ 5 ของ Hougan สมเหตุสมผล เพราะราคา Bitcoin ขึ้นกับปัจจัยมหภาคและสภาพคล่องมากกว่าข่าวความปลอดภัยของกระดานเทรดรายใดรายหนึ่ง และการที่ราคากลับมายืนเหนือ $80,000 ได้ภายในไม่กี่วันก็ยืนยันภาพนี้ได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องระวังว่าตัวอย่างแค่ 10 ครั้งไม่ใช่หลักประกัน และเงินที่ถูกขโมยครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ถูกอายัดคือความเสี่ยงที่ควรจับตา ถ้าแฮกเกอร์เทขายออกมาเป็นก้อนก็อาจสร้างแรงกดดันระยะสั้นได้ อีกเรื่องที่ควรระวังคือบางโพสต์ใน X แอบอ้างคำพูดของ Hougan ว่า “ไม่มีผู้ขายเหลือในตลาดแล้ว” ซึ่งไม่เกี่ยวกับบันทึกฉบับนี้ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนเชื่อ
ที่มา: Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Bastiaan_ETH
