bitkub-banner

ภัยใหม่องค์กรคริปโทฯ หลอกนัดประชุมทีมก่อนแฮ็ก SignalPlus ทำ Binance-Deribit ผวาตัด API 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • SignalPlus แพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์คริปโต แจ้งถูกเจาะระบบหลังวิศวกรคนหนึ่งโดนลวงด้วยลิงก์ประชุม Microsoft Teams ปลอมที่ส่งจากบัญชี Telegram ของผู้ติดต่อซึ่งถูกยึด ความเสียหายรวมไม่ถึง $82,000 ตามที่บริษัทระบุ
  • Binance และ Deribit ตัดคีย์ API ที่เชื่อมกับ SignalPlus เพื่อป้องกันไว้ก่อน โดยทั้งสองแห่งบอกว่าระบบของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบ
  • SignalPlus ปิดบริการชั่วคราว คาดว่ากลับมาเต็มรูปแบบภายในไม่กี่วัน และยอมรับว่าไม่ได้บังคับใช้ IP whitelisting กับการเชื่อม API

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

เหตุนี้เกิดกับเครื่องมือของบริษัทภายนอก ไม่ใช่ระบบของกระดานเทรดใหญ่ และความเสียหายที่แจ้งยังเล็กมาก ผลต่อราคาคริปโตจึงจำกัด แต่เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำว่าการหลอกคนในบริษัทเป็นช่องทางโจมตีหลักของวงการ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน SignalPlus แพลตฟอร์มเทรดคริปโตฟิวเจอรสที่เน้นออปชันสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ แจ้งว่า แพลตฟอร์มเพิ่งถูกเจาะระบบ หลังวิศวกรคนหนึ่งโดนลวงด้วยลิงก์ประชุม Microsoft Teams ปลอมที่ส่งมาจากบัญชี Telegram ของผู้ติดต่อซึ่งถูกยึดไป บริษัทระบุว่าความเสียหายรวมไม่ถึง $82,000 ขณะที่ Binance และ Deribit ตัดคีย์ API ที่เชื่อมกับ SignalPlus เพื่อป้องกันไว้ก่อน ตามรายงานจาก Cointelegraph และโพสต์บน X ของ SignalPlus กับ Binance

Binance และ Deribit ตัดคีย์ API เพื่อป้องกันไว้ก่อน

คีย์ API คือกุญแจที่ให้โปรแกรมภายนอกส่งคำสั่งซื้อขายและดูข้อมูลบัญชีบนกระดานเทรดแทนผู้ใช้ ซึ่ง SignalPlus ใช้เชื่อมกับกระดานหลายแห่ง Binance ระบุในโพสต์บน X ว่าหลังได้รับรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจาก SignalPlus ได้ถอดคีย์ API ที่เชื่อมกับ SignalPlus ทั้งหมดไว้ก่อน พร้อมยืนยันว่าระบบของ Binance ไม่ได้รับผลกระทบและเงินของผู้ใช้ยังปลอดภัย

ด้าน Deribit กระดานเทรดออปชันคริปโต แจ้งลูกค้าว่าการเทรด การติดตามสถานะ และระบบอัตโนมัติที่ทำผ่าน SignalPlus หยุดทำงานแล้ว และบอกว่าระบบของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตามที่ Cointelegraph รายงาน

Yi He ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance โพสต์ว่า Binance ขอให้แพลตฟอร์มภายนอกทุกแห่งที่เชื่อมกับ Binance ทบทวนระบบความปลอดภัย เฝ้าดูความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ และติดต่อ Binance ทันทีหากพบปัญหา พร้อมบอกว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง

เริ่มจากลิงก์ประชุมปลอมที่ส่งผ่านบัญชี Telegram ของผู้ติดต่อ

SignalPlus เล่าบน X ว่าบริษัทถูกโจมตีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ต้นเรื่องคือบัญชี Telegram ของผู้ติดต่อที่บริษัทผู้ให้บริการภายนอกซึ่งถูกยึดไป ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นคนคนนั้นแล้วส่งลิงก์ประชุม Teams ปลอมให้วิศวกรของ SignalPlus ทำให้เครื่องของเขาถูกเจาะ จากนั้นผู้โจมตีรออยู่เงียบ ๆ ก่อนใช้สิทธิ์ของวิศวกรเข้าสู่เครือข่ายภายในของบริษัท

เหตุนี้เกิดไม่กี่วันหลัง Binance เปิดรายละเอียดเหตุแฮกมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งตามรายงานของ Binance เริ่มจากการหลอกวิศวกรผ่านการสัมภาษณ์งานปลอม ส่วน Yi He บอกเมื่อวันอังคารว่าปีนี้ Binance ตรวจพบและป้องกันภัยไซเบอร์ที่สงสัยว่าเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือได้ 57 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ต้นทางยังไม่ได้ระบุว่าผู้โจมตี SignalPlus คือใคร หรือเกี่ยวข้องกับเหตุของ Binance และเกาหลีเหนือหรือไม่

SignalPlus สัญญาชดเชยเต็มจำนวน แต่ยอมรับว่าไม่ได้บังคับจำกัดไอพี

SignalPlus ระบุว่าตรวจพบและควบคุมการเจาะระบบได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มเล็กที่ไม่ได้เปิด IP whitelisting หรือการจำกัดให้เรียกใช้ API ได้เฉพาะที่อยู่ไอพีที่อนุมัติไว้ ความเสียหายรวมไม่ถึง $82,000 และผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดจะได้รับการชดเชยเต็มจำนวน ขณะที่บริการปิดชั่วคราวและคาดว่าจะกลับมาเต็มรูปแบบภายในไม่กี่วัน

บริษัทยอมรับว่าไม่ได้บังคับใช้ IP whitelisting กับการเชื่อม API กับกระดานเทรด และรับผิดชอบความบกพร่องนี้ พร้อมบอกว่าจะเข้มงวดข้อกำหนดการเข้าถึง API และเสริมระบบควบคุมความปลอดภัยภายใน

ข้อควรระวังคือตัวเลขความเสียหายและการชดเชยเป็นข้อมูลที่ SignalPlus แจ้งเอง ยังไม่มีการยืนยันจากภายนอก และตามที่ Cointelegraph รายงาน บริษัทเริ่มชดเชยผู้ใช้แล้ว แต่ยังไม่ชัดว่าจ่ายครบหรือยัง

ที่มา: Cointelegraph


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุนี้ไม่ได้มาจากช่องโหว่ของกระดานเทรด แต่เริ่มจากการหลอกคนในบริษัทเครื่องมือที่ผู้ใช้ผูกคีย์ API ไว้ด้วย ซึ่งทำให้เห็นว่าความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ที่กระดานที่เราใช้ แต่อยู่ที่ทุกบริษัทที่เราให้กุญแจไป สำหรับคนไทยที่เชื่อม API ของกระดานเข้ากับบอทหรือเครื่องมือของบริษัทอื่น ลองกลับไปดูว่าคีย์เปิดสิทธิ์อะไรไว้บ้าง และตั้งจำกัดไอพีแล้วหรือยัง เพราะ SignalPlus เองยังยอมรับว่านี่คือจุดอ่อน สิ่งที่ควรจับตาต่อคือบริษัทจะกลับมาเปิดบริการได้เมื่อไร มีกระดานอื่นตัดคีย์ตามหรือไม่ และตัวเลขความเสียหายจะมีการยืนยันจากภายนอกหรือเปล่า