bitkub-banner

3 ตัวชี้วัดสำคัญจากนักเทรดมืออาชีพที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin อาจร่วงลงในเร็ว ๆ นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

สำหรับนักเทรดคริปโตมือใหม่นั้น การเกิด FOMO หรือการแห่ไปซื้อเหรียญตอนราคาพุ่งนั้นถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แบบปกติอย่างมาก โดยความพยายามในการหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ซื้อ Bitcoin (BTC) หลังจากที่ราคาพุ่งไปถึง 15% จนพุ่งทะลุระดับ 12,000 ดอลลาร์และ 13,000 ดอลลาร์ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงนั้นถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

ในขณะเดียวกันนักเทรดมืออาชีพที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่นั้นดูเหมือนจะรู้ดีว่าจะรับมือกับการ FOMO นี้อย่างไร โดยข้อมูลจากกราฟด้านล่างเผยให้เห็นว่าพวกเขาเปิด short เพิ่มขึ้นอย่างมากในวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนการพุ่งขึ้นของราคาไปแตะระดับ 12,000 ดอลลาร์

อัตราการถูกล้างพอร์ท ข้อมูลจาก Coinalyze.net

นักลงทุนส่วนใหญ่นั้นลืมคิดไปว่าการเป็นมืออาชีพที่ดีนั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำกำไรให้ได้ในทุก ๆ ครั้งไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือการเอาตัวรอดให้ได้ในทุก ๆ สภาพตลาด แม้ว่ามันจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ก็ตาม

เมื่อราคา Bitcoin พุ่งไปแตะ 13,217 ดอลลาร์ ก็มีเม็ดเงินราว ๆ 350 ล้านดอลลาร์ที่ถูกล้างพอร์ทหายไป นอกจากนี้ข้อมูลการเปิดสัญญาฟิวเจอร์เผยว่ามันไม่ได้มีการเปิด short ที่มากเกินไปอีกด้วย

สัญญาแบบ perpetual (สัญญาแบบไร้วันหมดอายุ) นั้นมีค่าธรรมเนียมที่มักจะคิดกับผู้เปิด position ในทุก ๆ 8 ชั่วโมง เมื่อการเปิด short นั้นต้องการ leverage มากกว่าฝั่ง long ส่งผลทำให้อัตรา funding rate กลายเป็นติดลบ ดังนั้นนัก short จึงต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าธรรมเนียมแทน

อัตรา funding rate ของ BTC perpetual contract ข้อมูลจาก Digital Assets Data

กราฟด้านบนเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว และแม้ว่าราคานั้นจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงขนาดไหนก็ตาม แต่นักเปิด short เหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกบีบให้ออกจาก position ของพวกเขาแต่อย่างใด

ข้อมูลยังเผยอีกด้วยว่านักเทรดมืออาชีพนั้นได้ cut loss ไปตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา และพวกเขาก็ยังเฝ้ามองตลาดอยู่โดยที่ไม่คิดจะเปิด long แต่อย่างใด โดยข้อมูลดังกล่าวนั้นได้รับการแบคไว้ด้วยอัตรา long-to-short ratio และอัตรา premium ของนักเทรดอันดับต้น ๆ บนเว็บเทรดคริปโตหลายแห่ง

นักเทรดปิด Short แต่ก็ยังไม่อยากเปิด Long

โดยอ้างอิงจากอัตราการเปิด long-to-short ratio บนเว็บ Huobi นั้น ข้อมูลเผยว่าปัจจุบันไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกว่ามีการแห่กันเข้ามาซื้อแต่อย่างใด โดยข้อมูลบ่งชี้ว่านักเทรดอันดับต้น ๆ นั้นยังไม่มั่นใจว่าการพุ่งขึ้นของราคาในครั้งนี้จะอยู่ได้นาน แม้ว่าจะมีการปิด short ไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

Huobi Top Trader Long/Short ที่มา: Huobi

อัตราส่วน long-to-short นั้นเคยมีสถานะที่เป็นกลางจนกระทั่งวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมันเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่นักเทรดอันดับต้น ๆ ตัดสินใจที่จะเปิด short เมื่อราคาของ Bitcoin พุ่งทะลุแนวต้าน 12,500 ดอลลาร์ไปแล้ว และเมื่อราคานั้นมีแนวรับที่แข็งแกร่งอย่างมาก ส่งผลทำให้นักเทรดเหล่านั้นปิด short กันอย่างมากมาย

แต่กระนั้นก็ยังไม่มีสัญญาณการเปิด long ที่มากขึ้นบนเว็บ Huobi แต่อย่างใด โดยอัตราการเปิด long บนเว็บเทรดดังกล่าวเคยเพิ่มขึ้นถึง 10% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

OKEx Long/Short ที่มา  OKEx

สำหรับตลาด OKEx นั้นดูเหมือนว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาดูเหมือนว่าจะใกล้เคียงกัน โดยแม้ว่าการเปิด short นั้นจะเกิดขึ้นตอนราคาพุ่งไปแตะ 12,000 ดอลลาร์ แต่ตัวชี้วัดดังกล่าวก็ยังคงเผยให้เห็นว่าตลาดยังคงมีการเปิด short เป็นหลัก โดยเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

หากเราจะหาตัวยืนยันว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ของตลาดหรือไม่ เราสามารถหาคำตอบได้ในการเฝ้าดูข้อมูล futures contract premium โดยสัญญาเหล่านั้นมักจะถูกเทรดโดยมีอัตราพรีเมียมบนตลาดในรูปแบบต่าง ๆ

สำหรับตลาดขาขึ้นนั้น จะส่งผลทำให้นักซื้อขายฟิวเจอร์มีการผลักดันราคาให้สูงกว่าตลาด spot โดยหากเรามาลองดูราคาในตลาด futures ตอนนี้และพบว่าราคานั้นสูงกว่าตลาดธรรมดา ก็จะบ่งบอกได้ว่าเทรนด์ขาขึ้นนั้นยงคงอยู่

ก่อนหน้านี้มีรายงานจาก Digital Assets Data ที่เผยให้เห็นว่าตลาดฟิวเจอร์มีอัตราพรีเมียมที่สูงถึง 1.8% ซึ่งถือเป็นระดับเดียวกันกับของสามสัปดาห์ที่แล้วตอนที่ราคา Bitcoin ยังอยู่ที่ระดับ 11,500 ดอลลาร์ นอกจากนี้ข้อมูลดังกล่าวยังบ่งบอกอีกด้วยว่านักเทรดนั้นยังไม่กล้าซื้อ Bitcoin มากนัก แม้ว่าราคาจะเพิ่มขึ้นมาถึง 13% แล้วก็ตาม