<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

บริษัทสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนจะจ่ายเงินให้คุณถ้าหากคุณช่วยให้เพื่อนหาแฟนได้

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

“เมื่อผมมองไปที่วงการเกี่ยวกับด้านจัดหาคู่รัก ผมคิดว่ามันค่อนข้างที่จะแพงเกินไปที่จะลงทุนเมื่อคุณต้องสร้างเว็บไซต์มารองรับผู้คนเป็นจำนวนมาก ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายที่จะมาใช้งานจริงๆมีแค่นิดเดียว” กล่าวโดยนาย Ben Shimon จากการให้สัมภาษณ์ผ่าน Skype กับ Tel Aviv

“นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำไมผู้ให้บริการทางด้านจับคู่เดตส่วนใหญ่ถึงทำเว็บไซต์แบบ “ฟรีไซส์” คือใครๆก็ใช้ได้แต่ไม่เฉพาะเจาะจง และนั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเรากำลังมองหา”

นาย Ben Shimon หรือผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Matchpool หรือผู้ให้บริการด้านจับคู่แฟนผ่านอินเทอร์เนตที่มีระบบแบบใหม่และไม่เหมือนใคร นั่นคือการให้รางวัลผู้ที่ช่วยจับคู่จนหาแฟนได้ด้วยเหรียญ cryptocurrency

โดยจุดขายหลักๆของมันก็คือการให้ผู้จัดหาคู่รักสามารถเข้ามาเปิดใช้งานระบบ ‘ pool’ ซึ่งเป็นระบบที่จะจับเอาผู้ใช้งานที่มีความสนใจเหมือนๆกันเข้ามาอยู่ด้วยกัน คล้ายๆกับระบบกลุ่มบนเฟสบุค โดยผู้คนที่อยู่ในกลุ่มสามารถที่จะส่งข้อความหากันหรือจีบกันได้

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

เจ้าของ pool สามารถที่จะได้กำไรและส่วนแบ่งจากการหาคู่ในหลายๆด้าน เช่นการตั้งค่าธรรมเนียมประจำกลุ่มสำหรับคนที่อยากจะมาเข้าร่วม หรือเก็บค่าธรรมเนียมการส่งข้อความของสมาชิกในกลุ่มต่อคร้ง

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถที่จะปรับปรุงหรืออัพเกรดระบบกลุ่มโดยการใช้ smart contract เข้ามาช่วยแบ่งสัดส่วนเพศหญิงและเพศชายในกลุ่ม อย่างเช่น 50% เพศหญิง และอีก 50% เป็นเพศชาย หรือแม้กระทั่งระดับอายุ แทนที่จะเปิดให้ผู้คนกดเซิชหาเองแบบ OKCupid

ไม่ต่างกันสักเท่าไร

ในโพสของบล็อก Medium นั้น นาย Ben Shimon ได้เขียนไว้ว่าการช่วยเหลือทางด้านจัดหาคู่รักนั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติและไม่ได้ขัดต่อหลักศาสนาใดๆ และมันก็มีมานานหลายศตวรรษแล้ว แต่มันก็เป็นเรื่องจริงที่เราหลายๆคนไม่ได้อาศัยอยู่ในยุคแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

“ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้มันก็มีเกิดขึ้นกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีมาให้เห็นแบบโจ่งแจ้ง” เขากล่าว “คุณลองไปถามเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนๆของคุณดูว่าพวกเขาเจอคู่รักได้อย่างไร พวกเขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขามีคนแนะนำมาให้รู้จัก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่ปิดกั้น ลองนึกภาพดูสิถ้ามีคนรู้จักของคุณมาแนะนำหนุ่มๆมาให้คุณลองคุย มันคงจะรู้สึกปลอดภัยกว่าเดินไปเจอเองตามถนนแน่นอน”

แนวคิดของมันก็คือทางเจ้าของ pool จะช่วยสร้างบรรยากาศความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ อย่างน้อยก็เป็นจำนวนหนึ่ง โดยทางสมาชิกจะได้ริเริ่มคุยกันเองมากกว่าที่จะส่งข้อความหยาบคายลามกใส่กันเหมือนกับระบบอื่นๆที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

แน่นอน ถึงแม้คุณจะมีเจตนาดี แต่การพยายามพูดคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและซับซ้อน ก็เหมือนกับการทำเว็บไซต์สำหรับหาคู่ (หรือเว็บโซเชียลอื่นๆ) เมื่อคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดนั้นมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงอยู่แล้ว

การใช้ระบบเหรียญคริปโต

ด้วยสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูง เหตุใด Matchpool ถึงพยายามที่จะทำให้มันยากขึ้นด้วยการสร้างเหรียญ cryptocurrency มาเป็นของตัวเองอีกล่ะ

ประเด็นแรก นาย Ben Shimon ได้กล่าวว่าทางบริษัทนั้นได้มีความสนใจทางด้านแนวคิดของเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน เพราะการทำแบบนี้ทำให้ข้อมูลที่ถูกบันทึกแล้วไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงอีกได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังจะใช้เป็นจุดขายในเรื่องของการสร้างความไว้วางใจในโซเชียลระหว่างผู้ใช้งานด้วยกันเอง

ประเด็นที่สอง ตามแบบที่หลายๆบริษัทได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ โดยเหรียญ cryptocurrency นั้นจะช่วยเป็นจุดขายให้กับผู้ใช้งานที่ทำการใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนเงินทีละน้อยๆเป็นประจำ โดยเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินธรรมดาแบบทั่วไปที่มีค่าธรรมเนียมที่แพงซึ่งไม่คุ้มการโอนในปริมาณน้อยๆ

และปัจจัยข้อที่สาม เหรียญ ‘Guppy’ ของ Matchpool จะถูกใช้ในการดึงดูดผู้ใช้งาน ด้วยจำนวน 20% ของเหรียญที่ถูกสร้างออกมาเพื่อใช้ในการให้เป็นรางวัลในการสมัครสมาชิกเพื่อใช้งาน ซึ่งในตอนนี้จะแจกให้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น

เหตุผลหลักๆก็คือ เว็บไซต์ที่ช่วยในการจัดหาคู่ในปัจจุบันนั้นมักจะมีจำนวนผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยมีผลการวิจัยจาก Pew Center ที่กล่าวว่าผู้ชายชาวอเมริกันนั้นใช้เว็บช่วยจัดหาคู่มากกว่าผู้หญิง

“ผมเชื่อว่าถ้าหากเราให้รางวัลกับผู้ที่เข้ามาใช้งานเป็นกลุ่มแรกๆด้วยเงินจริงๆ (ซึ่งไม่ใช่เงินดอลลาร์) ก็จะช่วยให้เรากำจัดกำแพงในเรื่องของการมีผู้ใช้งานน้อยได้” กล่าวโดยนาย Ben Shimon โดยเขายังพาดพิงถึง PayPal ที่เคยนำเอากลยุทธ์แจกเงินที่ว่านี้ออกมาใช้เพื่อเพิ่มยอดผู้ใช้งานตอนแรกๆอีกด้วย

จากแนวคิดสู่ตลาด

ด้วยการเปิดขายระบบเหรียญที่ว่านี้ (บางครั้งก็เรียกว่าเหรียญล็อตแรก หรือ ICO) ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจจะไม่นานนักที่จะได้เห็นผลของการทำการตลาดในรูปแบบนี้

แต่คำถามที่ตามมาในตอนหลังของการสัมภาษณ์คือ อะไรคือความต้องการที่ส่งผลให้นาย Ben Shimon ต้องทำเว็บไซต์แบบนี้ออกมา

หรือมันอาจจะเป็นเพราะเขานั้นก็เหมือนกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กในหนังเรื่อง “The Social Network” ที่กำลังพยายามจะเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันเพื่อที่จะไล่ตามสาวคนที่เขาแอบชอบที่หนีเขาไปแล้วใช่หรือไม่

แต่สำหรับตอนนี้ เขาไม่ได้มองแบบนั้น

“คุณรู้มั้ย นั่นเป็นคำถามที่ยากมากเลย ผมคงไม่ทำลงไปเพื่อผู้หญิงหนึ่งคนหรอก”

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น