โหมดกลางคืน
โฆษณาที่คุณอาจสนใจ

กระแสความนิยมของ Bitcoin และ Cryptocurrency อื่นๆ มีแต่จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นเคียงคู่ไปเช่นกัน หลังจาก Bitcoin ผ่านบททดสอบใหญ่จาก BIP91 ซึ่งก็ได้จบลงด้วยดีที่จะไม่เกิดการแบ่งแยกเป็น 2 เหรียญขึ้น ทำให้ราคากลับขึ้นมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นอีกครั้ง ความเชื่อมั่นจึงเริ่มกลับมา

การลงทุนใน Cryptocurrency จึงเริ่มเป็นอะไรที่คนสนใจ ทำให้เกิดการดึงดูดให้คนที่ไม่ได้ศึกษาในเชิงลึก และไม่ได้มีความเข้าใจที่แท้จริงเข้ามาลงเงินในสิ่งนี้ได้ คนเหล่านี้อาจจะโดนกลลวงจากแชร์ลูกโซ่หรือองค์กรที่หลอกลวงโดยนำ Cryptocurrency มาบังหน้าได้ และเมื่อเกิดการโกงที่มากขึ้น ข่าวแย่ๆเหล่านี้จะส่งผลร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของ Cryptocurrency ในสายตาของคนส่วนมาก ยิ่งทำให้คนต่อต้านมากขึ้น ในบทความนี้ Siam Blockchain จะมาสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกๆท่าน ปลอดภัยจากภัยหลอกลวงอันตรายจากการลงทุนใน Cryptocurrency

4 รูปแบบกลโกงแฝง Cryptocurrency

การนำ Cryptocurrency มาใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงนั้น หลักๆแล้วมักจะมีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ

  1. Cloud Mining
  2. การลงทุนโดยใช้ Cryptocurrency
  3. Cryptocurrency ปลอม
  4. เว็บเทรด Cryptocurrency
โฆษณาที่คุณอาจสนใจ

นี่คือ 4 รูปแบบหลักที่ผู้อ่านทุกท่านจะต้องระวัง และทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราถูกเสนอหรือหยิบยื่นมาอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะทำการลงทุนใดๆ

Cloud Mining

Cloud Mining ถือเป็นสิ่งที่สร้างความสะดวกสบายให้กับนักลงทุน Cryptocurrency ระดับเริ่มต้นที่สนใจการขุดได้เป็นอย่างดี โดยการที่เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลา และทรัพยากรในการดูแลเหมืองขุดของเราเอง แต่เราจะทำการซื้อหรือเช่ากำลังขุดจากเหมืองออนไลน์นี้ สำหรับบาง Cloud Mining มีการเปิดเผยชัดเจนว่าเหมืองอยู่ที่ไหน มีการถ่ายวีดีโอทัวร์รอบโรงงาน แต่สำหรับบางเจ้าก็ไม่ได้มีการเปิดเผยที่มากมายขนาดนั้น โดยที่ Cloud Mining บางเจ้าก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของกำลังขุดที่ปล่อยขายอยู่ 100% บางส่วนอาจจะทำการซื้อกำลังขุดมาจาก Cloud Mining เจ้าอื่นก็ได้ แต่ยังไงก็ตาม Cloud Mining ก็เป็นการลงทุนที่เสี่ยง ถึงแม้เจ้าที่เราลงเงินไปจะมีชื่อเสียงก็ตาม แต่ไม่ได้แปลว่าเขาพลาดไม่ได้ ล่าสุด Genesis Mining ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ของฝั่งยุโรปก็โดน hack ได้

วิธีป้องกันตัวเอง

ถ้าต้องการลงทุนใน Cloud Mining จริงๆ

  1. เลือกผู้ให้บริการที่โปร่งใส จัดการอย่างมีระบบ น่าเชื่อถือ ไม่มีข่าวเสียหายในอดีต หรือถ้ามีก็ต้องพิจารณาจากการแก้ปัญหานั้นๆว่าทำได้อย่างถูกต้องและยุติธรรมต่อลูกค้าหรือไม่
  2. หมั่นนำเงินที่ได้จากการขุด Cloud Mining ออกมาเก็บในที่ที่ปลอดภัยอยู่เป็นประจำ

การลงทุนโดยใช้ Cryptocurrency

Cryptocurrency ทำให้การทำธุรกรรมและการใช้จ่ายเงินเกิดได้ง่ายขึ้น ทำให้มีธุรกิจในเชิงของการลงทุนเกิดขึ้นมาใหม่ๆเรื่อยๆ แต่เดิมการลงทุนด้วยเงินในอะไรสักอย่างนั้นจะต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง เช่น จะต้องเปิดพอร์ตหุ้น และตลาดหุ้นก็ต้องมีหน่วยงานมาคอยรองรับและตรวจสอบ แต่สำหรับ Cryptocurrency ที่มีความอิสระและไร้ศูนย์กลาง ทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้จากปลายนิ้วสัมผัส บ้างก็อ้างว่า เป็นการนำ Cryptocurrency ที่เราลงทุน ไปทำการแลกเปลี่ยนและเทรดแล้วจะนำกำไรมาแบ่ง ซึ่งทำกำไรได้ดีและคงที่มาก หรือ บ้างก็อ้างว่าเป็นการระดมทุน ICO สำหรับโปรเจ็คใหม่ที่มีคอนเซปต์สวยหรู แต่ความจริงแล้วอาจจะยังไม่เริ่มพัฒนา หรือยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำได้จริงหรือไม่

วิธีป้องกันตัวเอง

  1. อยากให้ทุกท่านฉุกคิด และทำความเข้าใจว่า การลงทุนไม่ว่าอะไรก็ตาม แม้แต่สุดยอดนักลงทุน ก็ต้องมีจังหวะขาลงที่ขาดทุนบ้าง การที่เราเจอกับโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นการลงทุนที่มีแต่ได้กับได้ ด้วยกำไรที่สูงและสม่ำเสมอนั้น แทบเป็นไปไม่ได้จริง
  2. การลงทุนที่สำเร็จไม่ใช่การที่เราชนะตลอด ไม่ใช่การที่เราหยั่งรู้ได้ล่วงหน้าอย่างถูกต้องแม่นยำว่าควรจะลงทุนกับอะไรในจังหวะไหน แต่การกระจายและจัดการกับความเสี่ยงอย่างชาญฉลาดและรอบคอบต่างหากที่สร้างความสำเร็จให้กับการลงทุน เพราะเราไม่สามารถตอบได้เลยว่าเราจะได้หรือเราจะเสียกันแน่

Cryptocurrency ปลอม

เงินดิจิตอลสกุลใหม่ปรากฎตัวขึ้นมาในทุกๆวัน แต่ละเหรียญนั้นก็มีข้อแตกต่างและจุดประสงค์ของตัวเองในการสร้างมันขึ้นมา เหรียญเหล่านี้มักมีอะไรที่เหมือนๆกัน อย่างเช่น ใช้ Blockchain เหมือนกัน ใช้ Proof of Work สำหรับการขุดเหมือนกัน หรือถูกใช้งานเหมือนเป็นสกุลเงินได้เหมือนกัน แต่ภัยร้ายที่มักแอบแฝงเข้ามาได้คือ Cryptocurrency ปลอมที่อาจจะสร้างโดยองค์กรแชร์ลูกโซ่ที่จะล่อลวงให้คนมาเข้าร่วมกลุ่มและลงทุนในสิ่งนี้ อีกทั้งอาจจะยังมีการแบ่งลำดับขั้นให้สำหรับผู้ที่ชักชวนคนมาลงทุนเพิ่มพร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

ถ้าเห็นมาแนวอย่างนี้ ไม่ต้องสงสัยครับว่ามันคือแชร์ลูกโซ่แน่นอน ถึงแม้เหรียญจอมปลอมบางเจ้าจะทำการบ้านมาดี อ้างว่าตนเองนั้นตั้งอยู่บน Blockchain อันสุดแสนจะน่าเชื่อถือก็ตาม พร้อมทั้งมี Blockexplorer ของตัวเองด้วย ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะพูดจริงตามที่ว่ามา มันอาจจะเป็นเว็บที่ทำหลอกๆให้ดูเหมือนว่ามี Block และ Transaction เกิดขึ้นเรื่อยๆก็ได้

วิธีการป้องกันตัวเอง

  1. ศึกษาหลักการทำงานของเหรียญนั้นในเชิงลึก
  2. สิ่งที่ควรเน้นคือการศึกษาว่าเหรียญนี้มีความโดดเด่นต่างจากเหรียญอื่นๆยังไง ถ้าเหรียญนี้ไม่ได้นำเสนออะไรที่ใหม่ๆ ให้โยนทิ้งได้เลย เพราะในเมื่อในตลาดมันมีอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ของซ้ำๆเดิมๆจะมาทำรายได้หรือมีอนาคต
  3. อย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างว่ามีคนดัง ที่น่าเชื่อถือเป็นผู้พัฒนาและเป็นเจ้าของ หรือใช้เทคโนโลยี Blockchain เหมือนเหรียญอื่นๆ ให้ศึกษาและพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อนว่าคนดังเหล่านี้น่าเชื่อถือจริงแน่ๆนะ และ Blockchain นี้มันย้อมแมวหรือเหล่า
  4. ถ้าเข้าเว็บ Coinmarketcap แล้วไม่เจอชื่อเหรียญนี้ ก็ควรจะคิดทบทวนซ้ำๆก่อนลงทุนแล้วล่ะครับว่าจะเสี่ยงกับเหรียญนี้หรือไม่ เพราะเว็บนี้คือเว็บที่รวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนทั้ง Market Cap และ Daily Trade Volume ของแต่ละเหรียญ ถ้าเค้ามาอยู่ในเว็บนี้แล้ว แปลว่าต้องมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
  5. เว็บ BadBitcoin.org เป็นที่รวมเว็บหรือเหรียญที่หลอกลวงชาวบ้านไว้โดยเป็นฝีมือของผู้ใช้งานทั่วไปในวงการ Cryptocurrency ที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ้ามีชื่ออยู่ในเว็บนี้ก็ให้ระวังตัวไว้ให้มากยิ่งขึ้น

เว็บเทรด Cryptocurrency

การเทรด Cryptocurrency น่าจะเป็นช่องทางการลงทุนที่ง่ายที่สุด แต่ก่อนนั้นมีไม่กี่เว็บเทรดที่คนไทยเข้าถึงได้ แต่ ณ ตอนนี้เริ่มมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางตัวเลือกก็อาจจะเป็นของปลอมที่สร้างมาหลอกลวงก็ได้

วิธีป้องกันตัวเอง

  1. ศึกษาที่มาที่ไปของบริษัท และเจ้าของบริษัท ว่าเคยมีข่าวเสียหายหรือไม่ และจดทะเบียนมานานแค่ไหน ผลประกอบการเป็นอย่างไร ได้รับการอนุมัติจากธนาคารแห่งชาติหรือไม่
  2. ศึกษาข้อมูลความโปร่งใสของบริษัท ว่ามีการแจกแจงชัดเจน อย่างเช่น https://bx.in.th/info/transparency/ แบบนี้หรือไม่ และถ้ามีแล้ว ให้เข้าไปตรวจสอบด้วยว่าข้อมูลเหล่านี้จริงเท็จแค่ไหน เราอาจจะเจอกรณีแปลกๆที่ปริมาณเหรียญที่เทรดๆกันอยู่ อาจจะมากกว่าปริมาณที่เว็บเทรดถือไว้ ณ ปัจจุบันก็ได้
  3. ดูระบบความปลอดภัยที่เว็บนั้นๆมีให้ ถ้ามีระบบอย่าง 2 Factor Authentication หรือ SMS Verification และมาตรการความปลอดภัยที่ดูมีมาตรฐานเป็นสากล ก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ถ้าไม่มี หรือมีแค่ไม่กี่อย่างและทำงานได้ไม่ดีด้วย ก็ให้เพิ่มความระมัดระวัง
  4. นำเหรียญที่อยู่ในเว็บเทรดออกไปเก็บใน Wallet ที่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

สรุปสัญญาณอันตรายแชร์ลูกโซ่ Cryptocurrency ที่คุณต้องรู้

  1. อ้างว่าได้กำไรสูง สม่ำเสมอ และรวดเร็ว
  2. การได้กำไร หรือได้ผลตอบแทน มีการนำระบบของการเชื้อเชิญคนเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก ทั้งนี้ อย่าสับสนระหว่างระบบ Affliate หรือ Referral ของเว็บเทรดต่างๆ ซึ่งเป็นแค่การตลาดของการเพื่อนชวนเพื่อนธรรมดา ที่เราจะได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในฐานะผู้เชิญชวน แต่ถ้ารายได้หลักมาจากการเชิญชวน หรือยิ่งมีการสร้างลำดับขั้นแตกกิ่งแบ่งสายอัพไลน์ดาวน์ไลน์แล้วล่ะก็ ให้มั่นใจได้เลยว่านี่คือแชร์ลูกโซ่แน่นอน เพราะ Cryptocurrency มีมูลค่าได้จากการแลกเปลี่ยน และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ไม่ใช่รูปแบบจากการเชื้อเชิญแบบนี้
  3. ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง หรือใครเป็นเจ้าของ โดยมักจะมีการอ้างชื่อคนนู้นคนนี้ว่ามีชื่อเสียง เป็นนักลงทุนชื่อดังจากต่างประเทศ แต่ลองเสียเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาสักนิด อาจจะเจอข่าวไม่ดี พัวพันกับการฉ้อโกง
  4. ไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น เว็บไซต์แบบ Bitcoin.org จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มจึงจะได้ข้อมูล เพราะถ้าเปิดข้อมูลให้เข้าถึงได้ง่ายๆ เดี๋ยวก็รู้กันหมดว่าโกง
  5. Blockchain เป็น Closed Source หรือเป็น Blockchain แบบส่วนตัว ถ้า Search Google ว่า “ชื่อเหรียญ source code” แล้วไม่เจอเว็บที่เก็บ Source Code ของโปรแกรม Blockchain ของเหรียญนั้นๆ ให้ระวังไว้ และบางเหรียญใช้ Private Blockchain ไม่เหมือน Public Blockchain แบบ Bitcoin หรือ Ethereum ก็ให้ระวังไว้เช่นกัน เพราะเหตุผลที่พวกเขาไม่เปิดเผย Source Code หรือ Blockchain สู่สาธารณะ เพราะพวกเขาอาจมีความลับบางอย่างอยู่ ว่าเหรียญนั้นอาจจะไม่ได้ทำงานแบบที่โฆษณาไว้จริงๆ
  6. มีแต่ระบบแลกเปลี่ยนกันภายใน ไม่มีกระดานเทรดที่รองรับ
  7. ไม่มีชื่อใน Coinmarketcap และ/หรือ มีชื่อใน
  8. BadBitcoinไม่มีการแจกแจงข้อมูลในการทำธุรกิจอย่างชัดเจนและโปร่งใส เช่น การโชว์เหมือง Cloud Mining ให้ดู หรือ การโชว์จำนวน และ Transaction ของเหรียญในกระดานเทรดนั้นๆ
  9. ไม่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท หรือเพิ่งจดทะเบียนใหม่ๆ หรือจดทะเบียนมานานพอสมควรแต่ไม่เห็นผลประกอบการ สำหรับ Cryptocurrency ที่ถูกสร้างใหม่มักจะไม่มีใครจดบริษัทมาเป็นเจ้าของมันเนื่องมาจากความไร้ศูนย์กลาง แต่สำหรับ Cloud Mining หรือ เว็บเทรด แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา

ทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวไปไกลมากขึ้น เมื่อมีทั้งการเกิดขึ้นมาของ Bitcoin, Blockchain หรือ Cryptocurrency ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็ทำเงินได้อย่างมหาศาล ทำให้เป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ชอบฉวยโอกาสจากความไม่รู้ ความประมาท และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคน เพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเอง หลังจากอ่านบทความนี้จบ เชื่อว่า Siam Blockchain จะสามารถให้ความรู้กับผู้อ่าน และยังสร้างความตื่นตัวในการระมัดระวังแชร์ลูกโซ่และการหลอกลวงที่ใช้ Cryptocurrency มาบังหน้าได้มากขึ้น เพื่อลดโอกาสการโดนหลอกและทำให้สังคมของ Cryptocurrency เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และสังคมแห่งความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้ สืบต่อไป

Comments

comments