<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

Blockchain จะมาปฏิวัติวงการการเกษตรกรรมอีกครั้ง กล่าวโดย CEO ของ Greenspec

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

นาย Kimani Mbugua หรือ CEO ของ Greenspec หรือบริษัทเชื้อสายเคนย่า ที่เชี่ยวชาญทางด้านการเกษตรกรรมได้กล่าวว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นจะมาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรได้อย่างมาก

หโดยในงานสัมนาเกี่ยวกับบิทคอยน์นามว่า BelfricsKenya’s Bitcoin Exchange ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ที่ Villa Rosa Kempinski ในเมือง Nairobi ประเทศเคนย่า นาย Kimani ได้อธิบายว่าถึงแม้มันจะไม่มีการพูดถึงการนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในวงการเกษตรกรรมมาก แต่วงการนี้สามารถที่จะรับเอาผลประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ได้เต็มๆ

นาย Kimani หรือที่หลายๆคนในประเทศรู้ดีว่าเป็นนักเคลื่อนไหวทางด้านเทคโนโลยี Blockchain ในวงการอุตสาหกรรมเกษตร ได้กล่าว่า

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

“แอพของ Blockchain นั้นมีกุญแจสำคัญสามดอกที่มีศักยภาพสูงที่สามารถนำมาปรับใช้ในวงการเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารแบบ real-time, ระบบ supply chain และการจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์”

ระบบ Food chain supply

เขาได้กล่าวว่าความต้องการของผู้บริโภคสำหรับอาหารสะอาดและรวมถึงความโปร่งใสด้านการผลิตอาหารรวมถึงอาหารออแกนิคที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังเลือกบริโภคนั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ปลูกและรวมถึงผู้ผลิตกำลังประสบปัญหาความยุ่งยากในการดึงข้อมูลที่แม่นยำจากผลผลิตจากแปลง

เขาได้กล่าวว่า

“แต่ด้วยเทคโนโลยี Blockchain นั้น คุณจะสามารถรู้ได้จากฉลากเลยว่าขั้นตอนการผลิตเป็นแบบไหน และผู้ผลิตใช้อะไรมาผลิต โดยที่ทางพวกผู้ผลิตนั้นจะไม่สามารถหลอกคุณได้”

เขายังได้ประนามข่าวลือที่ทางพวกผู้ผลิตกุขึ้นในด้านของข้อโกหกเกี่ยวกับการที่มันไม่มีวิธีใดๆแล้วที่จะสามารถตรวจหาขั้นตอนการผลิตได้อย่างแม่นยำ แถมกล่าวว่าพวกผู้ผลิตเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างมลภาวะ แต่ยังใช้งานแรงงานเยี่ยงทาส

ภายหลังเขาได้ออกมากล่าวเพื่อให้แต่ละคนหยุดความคิดแบบนั้น เขากล่าวว่าปัจจุบันมีผู้บริโภคที่มีรายได้และฐานะดีที่พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่สามารถให้ข้อมูลเหล่านั้นได้เพียงพอ พร้อมตำหนิวิธีการแก้ปัญหาแบบในปัจจุบันที่ต้องมีการขอใบอนุญาตที่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

เขากล่าวว่า

“คุณค่าของเทคโนโลยี Blockchain นั้นคือการที่มันสามารถทำให้ทั้ง supply chain มีความโปร่งใส และอุดมไปด้วยข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำที่จะส่งตรงไปถึงโต๊ะกินข้าวของผู้บริโภค เทคโนโลยี Blockchain นั้นจะช่วยทำให้แน่ใจว่าผู้ผลิตนั้นจะไม่สามารถคิดไม่ซื่อ แอบมาเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ก่อนส่งออกไปได้”

ท้ายสุดนั้น นาย Kimani ยังได้สนับสนุนให้ผู้ผลิตแต่ละฝ่ายมีความเที่ยงตรง กล่าวคือต้องให้ข้อมูลทางด้านอาหารที่แม่นยำกับผู้บริโภคนั่นเอง

สำหรับในประเทศไทยก่อนหน้านี้เราได้เห็นการเปิดตัวของเหรียญคริปโตเคอเรนซีนามว่า Hommalicoin ฝีมือคนไทย สร้างโดยคุณธันวา สงวนสิน หรือเจ้าของกลุ่ม Bitcoin Thai Club ที่มีแนวคิดด้วยการนำเอาข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญมาแบ็คราคาของเหรียญไว้ อีกทั้งยังมีประเทศออสเตรเลียที่เริ่มทำการทดสอบขายข้าวสาลีด้วยเทคโนโลยี Blockchain อีกด้วย

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น