<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ชาวนาออสเตรเลียเริ่มทดสอบขายข้าวสาลีด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

การปลูกข้าวสาลีในออสเตรเลียถือเป็นภาระของผู้ปลูกอย่างมหาศาลเนื่องจากทุนที่ใช้ต้องมีมากถึงระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ มีบริษัทหนึ่งต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ปลูกด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยขาย

บริษัทสัญชาติออสเตรเลียนามว่า AgriDigital ผู้นำเอาระบบ cloud มาใช้ในการบริหารสัญญา, การขนสง, ใบแจ้งหนี้, บัญชีการใช้จ่าย และระบบสินค้า โดยเริ่มต้นไอเดียโดยบริษัทที่มีชื่อว่า Full Profile ที่เพิ่งจะทำระบบทดสอบเชื่อมต่อกับบล็อกเชนของ Ethereum สำเร็จไปเมื่อต้นเดือนนี้ โดยสืบเนื่องจากเว็บไซต์ Australian Financial Review พวกเขาอ้างว่านี่เป็นครั้งแรกของโลกที่นำเอาผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้มาผูกกับเทคโนโลยีบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม

โดยรายงานข่าวบอกได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการที่นาย David Whillock นักปลูกข้าวสาลีแบรนด์ Whillock Pastoral ใกล้กับเมือง Geurie ใน New South Wales โดยเขามักจะส่งออกโดยใช้บริการของ Flecther International Exports และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการจัดการกระแสการเงินของเขา

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่รายแรกที่มีไอเดียแบบนี้ เมื่อไม่นานมานี้คุณธันวา สงวนสิน ชาวนาไทยที่มีไอเดียเหมือนกัน ที่ผลิตเหรียญ cryptocurrency มีนามว่า Hommalicoin ขึ้นมาโดยเหรียญที่ว่านี้นำถูกมาผูกติดกับข้าวหอมมะลิของเขาเอง

การขาดทุนจากการปลูกข้าวสาลี

จากรายงานของ Victorian Farmers Federation Grains Group พวกเขาเชื่อว่านักปลูกข้าวสาลีส่วนใหญ่ขาดทุนราวๆ 50 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา โดยสาเหตุหลักเกิดจากการไม่ลงรอยกันระหว่างพ่อค้าคนกลางและผู้ปลูก

Emma Weston หรือเจ้าของบริษัทร่วมของ Full Profile บอกว่าการจะส่งข้าวให้ถึงมือผู้บริโภคนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งปัญหาที่มักจะตามมาคือความเสี่ยงต่างๆนานา และการจ่ายเงินให้ชาวนาที่ล่าช้า

การทดสอบที่ผ่านมาบอกอะไรบ้าง

การที่จะขจัดความเสี่ยงจากพ่อค้าคนกลางออกไปนั้น เทคโนโลยีจาก AgriDigital สามารถที่จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างตัวเลือกให้ผู้ซื้อ

โดยนาง Weston กล่าวว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถที่จะช่วยบอกและเตือนผู้ขายว่าผู้ซื้อพร้อมที่จะซื้อและจะจ่ายเงินหรือไม่ ขจัดปัญหาความไม่โปร่งใสออกไป ทำให้ชาวนารู้ว่าพวกเขาจะได้รับเงินตรงเวลา

เธอบอกว่า

“ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ เราสามารถที่จะขจัดความเสี่ยงจากพ่อค้าคนกลางออกไปได้ โดยที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถที่จะตกลงกันด้วยความมั่นใจแบบที่พวกเขาเคยมีในอดีต”

โอกาสในอนาคต

ปี 2016 ใกล้จะผ่านเลยไปแล้ว โดยเราได้เห็นความสำเร็จของหลายๆคนที่นำเอาเทคโนโลีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารที่นำเอาเทคโนโลยีที่ว่านี้มาทดลองใช้ อย่างเช่นธนาคารกลางแห่งฝรั่งเศสที่เริ่มทำการทดสอบการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนระหว่างธนาคารเมื่อไม่นานมานี้ ในขณะที่บล็อกเชนนั้นยังถูกนำมาใช้เพื่อต่อสู้กับอาชญากรทางด้านไซเบอร์ และทางกลุ่มผู้ผลิตพลังงานก็กำลังเริ่มทดสอบเทคโนโลยีนี้แล้วด้วยเช่นกัน

ในปี 2017 ที่จะถึงนี้ เทคโนโลยีที่ว่านี้อาจจะเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาให้ชาวนาในอีกหลายๆประเทศ

โดยอาจจะต้องรอดูว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูแล้ว มีหลายๆวงการที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้แล้วประสบความสำเร็จ ในวงการชาวนาก็อาจจะไม่ต่างกัน

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น