<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักพัฒนา Blockchain เพื่อวงการกัญชาหันมาใช้เทคโนโลยีของ IOTA

ปัจจุบันตลาดกัญชานั้นเป็นที่รู้ๆกันดีว่ากำลังเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ท่วาก็เฉพาะประเทศที่ทำให้มันถูกกฎหมายแล้วเท่านั้นอย่างเช่นบางรัฐในสหรัฐอเมริกา

แต่ในการเติบโตนั้นก็มักแฝงมาด้วยผู้ให้บริการบางเจ้า ที่พยายามกระโดดเข้ามาในตลาดเพื่อสร้าง “เงินเร็ว” ด้วยการหลอกลวงผู้บริโภคเช่นการทำกัญชาปลอม ทำให้มันเป็นการยากสำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะมาลิ้มลองหญ้าตะลุยอวกาศตัวนี้สามารถที่จะแยกได้ว่าอันไหนคือของจริงหรือของปลอม ทว่านางสาว Jessica VerSteeg หรือ CEO ของ Paragon Coin นั้นดูเหมือนว่าจะต้องการทำให้ตลาดนี้กลับมามีความบริสุทธิอีกครั้ง

การต่อสู้เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย

ในขณะที่ตลาดเหรียญ cryptocurrency นั้นกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลาดกัญชานั้นก็ได้มีการขยายขึ้นด้วยตัวเลขที่น่าตกใจเช่นกันโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯเนื่องมาจากการที่ทำให้มันถูกกฎหมาย หลักๆก็คือการนำมันมาใช้เพื่อการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านกัญชาอื่นๆที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยก็เช่นกัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้อาจกล่าวได้ว่ามีส่วนช่วยทำให้ตลาดกัญชาในประเทศสหรัฐฯเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนทางด้านกฎหมายและภาพด้านลบที่ผู้คนภายนอกมองเข้ามานั้น ทำให้แพทย์ที่ใช้กัญชาในการรักษาโรคส่วนใหญ่ไม่เป็นที่ยอมรับอย่างจริงจัง และรวมถึงธุรกิจใหม่ๆด้านกัญชาก็สามารถเกิดขึ้นมาได้ยาก “แพทย์ด้านกัญชาเหล่านั้นกำลังทำกงานกันอย่างจริงจัง” กล่าวโดยนางสาว VerSteeg “และมันก็เป็นเรื่องที่แย่มาก ที่ผู้คนกำลังดูถูกพวกเขา”

กระนั้นนางสาว VerSteeg และทางทีมพัฒนา Paragon Coin นั้นกำลังสร้างระบบ ecosystem บนเทคโนโลยี Blockchain เพื่อรองรับการวางระบบเครือข่ายเพื่อกัญชา โดยมีจุดประสงค์หลักๆก็เพื่อทำให้ผู้คนหันมามองกัญชาใหม่อีกครั้งจากภาพลบๆที่คนเคยเข้าใจผิดเนื่องจากถูกสื่อครอบงำ โดยเฉพาะจากทางรัฐบาล

เทคโนโลยี Blockchain สามารถที่จะช่วยกู้วงการนี้กลับมาได้

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่านาง VerSteeg นั้นทำการเปิดตัวเหรียญของตัวเองอย่างไม่เป็นทางการโดยมีนักร้องเพลงแร็พชื่อดังอย่าง The Game มาช่วยผสมวงด้วย

ก่อนหน้านี้นาง VerSteeg นั้นเป็นผู้ให้การสนับสนุน Cryptocurrency แบบตัวยง และยังเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการกัญชามานาน และกำลังทำงานเพื่อให้การผลิตและขายกัญชานั้นมีความโปร่งใสแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งเธอรู้ว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นคือโซลูชันที่สามารถแก้ปัญหาระบบ supply-chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เธอเริ่มสนใจที่จะใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อใช้กับความช่วยเหลือของบริษัทพันธมิตรของเธออย่างเช่น AuBox ที่ให้บริการทางด้านห้องแล็บสำหรับตัวยาและสารเคมีที่ใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านกัญชาของเธออีกด้วย

โดยอ้างอิงจากนางสาว VerSteeg นั้นเธอเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผ้บริโภคที่เข้ามาซื้อ “เราทำ Blockchain ขึ้นมา และให้ทางกลุ่ม supplier ของเราช่วยตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในห้องแล็บ และเราจะทำการใส่ข้อมูลการตรวจสอบลงไปใน Blockchain และให้มันช่วยเก็บข้อมูลเพื่อเรา” กล่าวโดย VerSteeg “เรารู้แล้วว่ามันต้องใช้งานได้แน่ และเราจะให้ทุกๆคนได้ใช้มัน”

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดกัญชาเติบโตได้นั้นมาจากร้านข้ายยาและร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่ผู้ถือบัตรอนุญาตกัญชาสามารถที่จะซื้อมันได้เพื่อใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆเช่น โรคนอนไม่หลับ, โรคเครียด หรือโรคอื่นๆที่สามารถใช้กัญชารักษาได้ ซึ่งร้านขายยาเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ช่วยชีวิตลูกค้าของพวกเขาในการช่วยจัดการคัดกรองผลิตภัณฑ์กัญชาว่าตัวไหนคือของปลอมตัวไหนคือของจริงจาก supplier ที่ไม่น่าไว้ใจ โดยนางสาว VerSteeg อธิบายว่า “ผลการตรวจจากห้องแลบนั้นถือเป็นทีเด็ดของมันที่จะทำให้ผู้บริโภคและผู้ป่วยสามารถที่จะสแกน QR และดูผลการตรวจได้ทันที ซึ่งจะเป็นตัวช่วยการันตีว่าพวกเขาจะได้ในสิ่งที่เขาต้องการไป”

แผนการของ Paragon

ทางทีมงานของ Paragon วางแผนที่จะเปิดการระดมทุนในช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งทางพวกเขาต้องการที่จะนำเงินที่ระดมทุนได้มาไปสร้างออฟฟิซสำหรับทำงานด้านกัญชาโดยเฉพาะ นาง VerSteeg ได้ชี้ให้เห็นว่าความยากในธุรกิจนี้คือการหาออฟฟิซทำงาน เนื่องจากว่าผู้ให้บริการให้เช่าออฟฟิซส่วนใหญ่นั้นเมื่อได้ยินคำว่าธุรกิจกัญชา พวกเขาก็ยังไม่อยากที่จะยอมรับมัน

ออฟฟิซทำงานของ Paragon นั้นจะมีการทำงานด้านการวิจัยเกี่ยวกับกัญชา และรวมถึงด้านระบบ Blockchain เพื่อช่วยสร้างความถูกกฎหมายให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขามากยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจคือ บริษัทอื่นๆสามารถที่จะเข้ามาขอเช่าพื้นที่ออฟฟิซของทีม Paragon ด้วยการใช้เหรียญ Paragon Coin (PRG) โดยอ้างอิงจากนางสาว VerSteeg ซึ่งเหรียญดังกล่าวนี้ยังสามารถที่จะใช้ซื้อกาแฟจากร้านในออฟฟิซของพวกเขาอีกด้วย

การหันมาใช้ Tangle

ก่อนหน้านี้นางสาว VerSteeg นั้นคิดว่า Blockchain ดังกล่าวนั้นควรที่จะถูกติดตั้งบน Blockchain ของ Ethereum แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อทางเธอและทีมของเธอได้ทำการค้นคว้าหาข้อมูลไปเรื่อยๆเกี่ยวกับโซลูชันที่สามารถใช้จัดการด้าน supply chain ที่ดีที่สุดนั้น ทำให้พวกเขารู้ว่าการหาโซลูชั่นอื่นๆใหม่ๆนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งหลังจากที่ทำการศึกษาเทคโนโลยีของ NEM และ NXT แล้วนั้น นางสาว VerSteeg สามารถที่จะเข้ามาพบปะและพูดคุยกับผู้ก่อตั้งของ IOTA หรือนาย David Sonstebo และเมื่อถามเกี่ยวกับโปรเจคการทำงานร่วมกันนั้น เธอกล่าวว่า “David นั้นเป็นหนุ่มที่ฉลาดมากเลย และ IOTA ของเขาก็กำลังถูกใช้เพื่อแทรคผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร และเชื่อมต่อมันเข้ากับบริษัทและธุรกิจอื่นๆในรัฐโคโลราโด” อาจจะเห็นได้ว่าพวกเขานั้นได้เจอผู้ที่มีแนวคิดเหมือนกันแล้ว

นาย Vadym Kurylovich หรือ CTO ของ Paragon นั้นได้ออกมากล่าวถึงความสามารถด้านฟีเจอร์ต่างๆและดีไซน์ของตัว IOTA Tangle ที่ทำให้ทางทีมหันมาตัดสินใจใช้มันเพื่อสร้างเหรียญ Paragon เมื่อการเปิดระดมทุนของ Paragon นั้นเริ่มใกล้เข้ามา นางสาว VerSteeg และทีมของเธอกำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาในการทำการตลาดผ่านโซเชียล และตอบคำถามของผู้ให้ความสนใจในโปรเจคของเธอ