<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

มหาเศรษฐี Bitcoin หนุ่ม Erik Finman ท้าต่อยนาย Jamie Dimon

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ข่าวนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สยามบล็อกเชน ได้รายงานเกี่ยวกับนาย Erik Finman ผู้ซึ่งกลายมาเป็นมหาเศรษฐี Bitcoin ด้วยอายุเพียง 18 ปี อย่างไรก็ตามนาย Finman กลายเป็นที่รู้จักกันดีก่อนที่จะสร้างรายได้เป็นล้านดอลล่าร์ เมื่อเขาได้ลงทุนไป 1,000 ดอลล่าร์ ในเดือนพฤษภาคม 2011 ซึ่งภายหลังก็”อื้ม เป็นอะไรที่ดีจริงๆ!”

การลงทุนของนาย Finman มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ดอลล่าร์ และเขาสามารถสร้างบริษัท Startup ของเขา และขายบริษัทในปี 2015 เป็นจำนวน 300 BTC เมื่อราคา Bitcoin อยู่ประมาณที่ 200 เหรียญ ต่อ 1  BTC เขากล่าวว่า เขาได้เทรด bitcoin ของเขารวม 403 BTCbitcoins โดยราคาตอนนั้นอยู่ที่ 2,710 ดอลล่าร์ ต่อ 1 BTC ซึ่งนั่นทำให้เขาได้กลายเป็นมหาเศรษฐีในทันที

สัปดาห์นี้ นาย Finman ได้มอบคำหนึ่งคำให้กับนาย Jamie Dimon ในการที่เขาเรียกนักลงทุน Bitcoin ว่า “โง่” นาย Finman เลยขอเชิญชวนนาย Jamie มาร่วมการแข่งขันต่อยมวย เพื่อหารายได้ให้กับผู้ประสบภัยพิบัติในเปอร์โตริโก นาย Finman ได้คุยกับเว็บข่าว new.bitcoim.com เกี่ยวกับ การไม่ถูกกันของเขากับ Dimon เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าขันใน Wall Street ที่กล่าวหาว่า Bitcoin เป็นอาชญากรรมด้านการเงินจำนวนมากและยัง “ฉ้อฉล” ด้วย Finman ยังบอกความคิดของเขาในเรื่องของราคาปัจจุบันของ Bitcoin และเขาคิดว่าในอนาคตอาจมีมูลค่าที่สูงขึ้นไปอีก

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

พบกับนาย Erik Finman มหาเศรษฐีหนุ่ม อายุ 18 ปี ด้วยเหรียญ Bitcoin

BC: เมื่อเร็วๆ นี้เราได้กล่าวถึงเรื่องราวที่คุณกลายเป็นเศรษฐี Bitcoin เมื่อ BTC มีราคาอยู่ที่ 2,700 ดอลล่าร์ และตอนนี้คุณยังถือ Bitcoins อยู่หรือเปล่า?

EF: แน่นอน ผมยังคงถือ Bitcoin เอาไว้ ผมเพิ่งขายไปเมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผมก็ยังเหลืออีก 401 BTC ซึ่งมันทำให้ผมมีความสุขมากเลย และผมก็ยังมีเหรียญอื่นๆ ในสกุล Crypto อีกมากมาย เช่น Ethereum, litecoin และผมยังมีเงินในการระดมทุน ICO ด้วย

BC: ในการเพิ่มกฏระเบียบต่างๆ ทำให้คุณกลัวในการที่จะลงทุน Bitcoin หรือไม่?

EF: ผมว่านั่นเป็นสิ่งเกิดขึ้นมาเพื่อ Bitcoin ผมหมายถึงจีนได้ห้ามการซื้อขาย Bitcoin และราคาของ Bitcoin ก็ลดลงมาแค่ชั่วคราวแต่สุดท้ายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่านั่นแหละคือจุดประสงค์ของตัว Bitcoin ผมจำได้ว่าตอนสมัยผมเด็กๆ น้องชายของผมและผมคุ้นเคยกับดอลล่าร์ Liberty มาก เพราะเป็นสกุลเงินที่ใช้แทนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยังเป็นแบบ Centralized ด้วย แต่ผู้สร้างสกุลเงินต้องเข้าคุกและยังมีปัญหาด้านกฎหมายมากมายและนั่นเป็นเหตุผลที่เราเริ่มสนใจลงทุนใน Bitcoin

“ถึงแม้ว่าทุกประเทศจะห้ามการซื้อขาย Bitcoin แต่ผมว่ายังไงมันก็ยังคงอยู่เนื่องจากเทคโนโลยี decentralised ผมก็ต้องการให้มันไม่ได้รับการควบคุม แต่ถ้าพรุ่งนี้ สหรัฐฯ ประกาศห้ามการซื้อขาย Bitcoin ก็จะเห็นได้ชัดว่าราคาของ Bitcoin ก็จะร่วงแต่แค่ระยะสั้นๆ วัตถุประสงค์ของ Bitcoin ก็คือจะยังคงอยู่บนโลกใบนี้ซึ่งจะมีการควบคุมแบบเข้มงวดมากขึ้น”

BC: เสียงพูดของคุณไพเราะกว่าคำแถลงของนาย Jamie Dimon เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมาจริงๆ แม้แต่การท้าทายให้เขาให้มาต่อยมวยเพื่อช่วยให้คนในเปอร์โตริโก อะไรที่ทำให้คุณพูดประโยคนี้?

EF: มันเป็นคำพูดที่หรูหราที่สุดตั้งแต่มี CEO ใน Wall Street ที่วิจารณ์ผู้ใช้ Bitcoin ตอนนั้นผมนั่งอยู่ในรถ Uber และคนขับคนนั้นก็ใช้ Bitcoin ด้วย แต่นาย Jamie ก็เรียกผู้ใช้ Bitcoin ว่าเป็นอาชญากรและผู้หลอกลวง และผมก็คิดว่านาย Jamie ยังกล่าวอะไรที่มันน่าขัน ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะมาจากเจ้านายของบริษัท JP Morgan ผมได้แชร์บทความเมื่อวานนี้ ซึ่งระบุทั้งหมดเกี่ยวกับคดีอาญาที่น่าสงสัยและการฉ้อโกงบริษัทของนาย Jamie Dimon ที่ถูกกล่าวหา ดังนั้นผมว่าคำพูดของนาย Jamie ที่มีต่อผู้ใช้ Bitcoin นั้นดูน่ารังเกียจ ราคาตลาดของ Bitcoin ยังคงขึ้นในขณะที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขาก็พูดเองว่าจะไม่พูดเรื่อง Bitcoin อีกต่อไปและในวันรุ่งขึ้นเขาก็ยังพูดถึงเรื่อง Bitcoin อีกอยู่ดี ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นภาวะของโรคสมองเสื่อมนะ

นาย Erik ทวิตข้อความถึงนาย Jamie Dimon


แปล: นาย Jamie ผมจะบริจาคเงินจำนวน 100,000 เหรียญให้กับประเทศ เปอร์โตริโก ถ้าคุณกล้าพอที่จะมาร่วมการแข่งขันต่อยมวยกับผมบนสังเวียน

[rsnippet id=”1″ name=”AdSense In-article ad 1″]

ถ้านาย Jamie ยังไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองจะหยุดพูดเรื่อง Bitcoin ได้เมื่อไรนั้น เขาจะคาดการณ์ได้อย่างไรว่า Bitcoin จะล้มเหลว? ดังนั้น ผมจึงกล่าวกับนาย Jamie Dimon ว่า ทำไมคุณไม่ลองเป็นคนดีสักครั้งหนึ่งและเข้าร่วมการต่อยมวยกับผมในครั้งนี้ ผมจะชิลๆ กับคุณ และจะไม่ Knockout คุณในหมัดเดียวหรอก และผมก็จะบริจาคเป็นการส่วนตัวในจำนวนหลายพันดอลล่าร์ให้เปอร์โตริโก ถ้านาย Jamie มาร่วมการต่อยมวยกับเขาในครั้งนี้ นาย Jamie ก็สามารถร่วมบริจาคเงินได้นะ แต่ไม่จำเป็นหรอก เพราะเขาดูเหมือนไม่ใช่เป็นคนดีมากขนาดนั้น

“พวกเราสามารถขายตั๋วไปและบริจาคเงินทั้งหมดไปยังเปอร์โตริโกได้ แต่ผมไม่คิดว่า Dimon จะทำหรอกนะ ผมคิดว่าเขาอ่อนแอเกินไป เมื่อคุณนึกถึงพวกเศษสวะใน Wall Street แล้วละก็ คนที่คุณต้องคิดถึงเลยก็คือนาย Jamie Dimon เขานี่แหละเป็นตัวอย่างของเศษสวะใน Wall Street”

BC: ไม่กี่บริษัทใน Wall Street จะใช้ Bitcoin คุณคิดอย่างไรกับนายธนาคารยุคดั้งเดิมที่ยอมรับในตัว Bitcoin?

EF: ผมคิดว่าพวกเขาฉลาดนะสำหรับบางคนใน Wall Street แต่คุณก็ต้องระมัดระวังเพราะพวกเขาอาจจะหาโอกาสในตัว Bitcoin เหมือนกับที่รัฐบาลจีนได้ทำมาแล้ว ผมว่าบางคนกำลังยกย่องในตัวเทคโนโลยี Blockchain ไม่ใช่ Bitcoin พวกเขาต้องการใช้ “Blockchain” เพื่อใช้ในการคิดนวัตกรรมใหม่ๆ พวกเขาต้องการทำให้ทุกวิถีทางในการรักษาคนกลางเอาไว้บ้าง และผมคิดว่า Wall Street ยังคงต้องหาประโยชน์จากตัว Bitcoin แต่ในระยะยาว ผมคิดว่าพวกเขาจะอ่อนแอด้วยตัว Bitcoin ซะเอง และพวกเขาอาจจะไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Bitcoin อีก ถ้าเขาไม่ต้องการ

BC: ตอนอายุยังน้อย คุณได้ซื้อ Bitcoin ในช่วงปีแรกที่ราคาถูกมาก และในตอนนี้ราคาของ bitcoin อยู่ที่ประมาณ 5,500 ดอลล่าร์แล้ว คุณมีอะไรที่อยากจะบอกกับหนุ่มสาวที่จะต้องการลงทุนใน BTC ในราคาปัจจุบันบ้าง?

EF: ถ้าใครมีเงินลงทุนผมก็จะบอกว่า ผมคิดว่า Bitcoin จะมีราคาที่สูงขึ้นไปกว่าราคาในปัจจุบันนี้แน่นอน อาจจะมีความเสี่ยงเล็กน้อยในตอนนี้ แต่สำหรับทุกคนที่ถามผมในตอนนี้ว่าควรซื้อ Bitcoin ในตอนนี้เลยไหม? ผมก็บอกไปว่ามันอาจจะมีโอกาสที่ราคาจะลดลง แต่มันคุ้มค่ามากเพราะวันหนึ่งราคามันจะลดลง 500-800 ดอลล่าร์

ผมคิดว่าราคาของ Bitcoin กำลังจะขึ้นและมันจะคุ้มค่ามากกว่าที่เป็นในปัจจุบัน แต่ผมไม่ได้บอกนะว่ามันจะไม่ลดลง 500-1,000 ดอลล่าร์ ในวันพรุ่งนี้ ผมบอกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย

BC: สัปดาห์นี้ใน Twitter ของคุณกล่าวว่า “เงินไม่ได้มีแค่พักไว้ในธนาคาร หากคุณไม่นำเงินนั้นมาลงทุน คุณก็จะเสียมันไป เงินของคุณก็เหมือนกองทัพของคุณ ให้คำสั่งมันเดินสวนสนามได้แล้ว” คำพูดนั้นหมายถึงอะไร?

EF: ผมคิดว่าคนเราควรเอาเงินตัวเองมาทำเงินให้มากขึ้น แน่นอนผมคิดว่าการออมทรัพย์มันเป็นสิ่งที่ดี และในวันที่เราจำเป็นต้องใช้เงินก็ดี แต่ผมคิดว่าการเอารายได้ของคุณซัก 10% ไปลงทุนเป็นเรื่องที่ชาญฉลาด ถึงแม้ว่าบัญชีออมทรัพย์ที่มีดอกเบี้ยสูงนั้น จะดีกว่าออมทรัพย์ธรรมดา แต่แน่นอนถ้าเราเอาเงินส่วนนั้นไปลงทุนกับ Bitcoin และ Cryptocurrencies อื่นๆ ผมว่าเนี่ยแหละคือการลงทุนที่สำคัญจริงๆ

BC: คุณว่าราคาของ Bitcoin ในอีก 2-5 ปี จะเป็นอย่างไร?

ใน 2-5 ปีผมว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์+ ครับ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น