<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

หุ้น Overstock พุ่งกว่า 30% หลังจากออกมาประกาศเปิดตัว ICO มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์

หุ้นของบริษัทผู้ให้บริการด้านร้านค้าปลีกออนไลน์ Overstock (OSTK) ได้พุ่งขึ้นกว่า 30% ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ผู้บริหาร Patrick Byrne ออกมาประกาศถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปิดขาย ICO ของเขา โดยเขาอ้างว่าจะสามารถระดมเงินทุนได้ถึง 500 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานว่าบริษัท tZERO ที่เป็นบริษัทลูกของ Overstock นั้นได้จับมือร่วมกับบริษัทอื่นๆเพื่อเปิดตัวระบบแพลทฟอร์มซื้อขาย ICO แห่งแรกของประเทศสหรัฐฯที่ถูกกฎหมาย ด้วยการที่ Overstock มีใบอนุญาตที่สามารถเปิดให้บริการระบบซื้อขายทางเลือก (ATS) ได้นั้น ทำให้เว็บเทรดของพวกเขาจะสามารถลิสเหรียญ ICO ที่ถูกกฎหมายได้

นาย Byrne ได้ออกมาเผยให้เห็นในภายหลังว่าทาง tZERO นั้นจะเปิดขายเหรียญ ICO เพื่อระดมเงินทุนมาพัฒนาระบบดังกล่าว และเขาได้ประกาศถึงรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ ICO ของเขาในงาน Money 20/20 ที่จัดขึ้นที่เมืองลาส เวกัสอีกด้วย ที่สำคัญ เขากล่าวว่าเหรียญ tEZRO นั้นจะมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ ซึ่งนั่นหมายความว่านักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากผลกำไรของบริษัท ซึ่งก่อนที่จะจบงานนั้น เขาได้ออกมาอ้างว่า ICO ของเขาจะสามารถระดมทุนได้ถึง 500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำลายสถิติ ICO ที่ระดมทุนได้มากที่สุดในปัจจุบันของ Filecoin ที่ 257 ล้านดอลลาร์

การประกาศดังกล่าวนั้นทำให้หุ้นของบริษัท Overstock พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม โดยหุ้น OSTK นั้นได้พุ่งขึ้นจาก 35 ดอลลาร์ต่อหุ้นไปสู่ 46 ดอลลาร์ต่อหุ้นภายในเพียงแค่ 7 วัน ซึ่งคิดเป็น 30% โดยหากนับจากปีที่แล้วนั้น ราคาหุ้นของบริษัท Overstock ได้เพิ่มขึ้นมาเกือบสามเท่า โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเกิดจากการที่ทิศทางของบริษัทเริ่มหันไปลงทุนในเทคโนโลยี Blockchain ผ่าน Medici Ventures หรือบริษัทลูกของพวกเขา

ดูเหมือนว่าบริษัท Overstock นั้นไม่ใช่เพียงแค่บริษัทเดียวที่ได้รับอานิสงค์จากการกระโดดเข้ามาในวงการ Blockchain โดยยังมีบริษัท MGT Capital ที่ราคาหุ้นของพวกเขาได้พุ่งขึ้นไปสูงขึ้นเช่นกัน หลังจากที่ออกมาประกาศปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ และการเริ่มหันมาลงทุนในการขุดเหรียญ cryptocurrency และบริษัท Riot Blockchain ที่ก่อนหน้านี้เคยรีแบรนด์บริษัทของตัวเอง และประกาศว่าพวกเขาจะหันมาลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพด้านคริปโตอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจากหลายๆฝ่ายก็ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการ ‘hype’ หรือทำให้ตื่นเต้นกันในวงการการลงทุนด้าน blockchain ที่อาจทำให้บางคนมองว่าการทำแบบนี้คือการออกมาปั่นราคา เนื่องด้วยการที่ปัจจุบันในหลายๆประเทศนั้นยังไม่มีกฎหมายมารองรับในด้านดังกล่าว แต่ด้วยธรรมชาติของเทคโนโลยี blockchain ที่ทำให้การส่ง cryptocurrency หากันระหว่างประเทศสามารถทำได้ในระดับวินาที ซึ่งอาจทำให้บางคนตกเป็นเหยื่อของการปั่นราคาดังกล่าวได้