<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

พระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิตอล ทำผิดกฏหมายมีโทษหนักทั้งอาญาและทางแพ่ง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานข่าว ภาษีเงินดิจิตอลเก็บภาษี 15% จากกำไรซื้อขาย ไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

วันที่ 19 มีนาคมอ้างอิงจากเว็บประชาชาติธุรกิจ ว่าพรก. การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอล พ.ศ. … และร่าง พ.ร.ก. การจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินดิจิตอลได้เห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มีนาคม และคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษได้พิจารณาเมื่อวันที่ 15-16 มีนาคมที่ผ่านมานั้น คาดว่าจะเรียบร้อยและทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์นี้

โทเคนดิจิตอล

ในการเสนอขายโทเคนให้กับประชาชนนั้นต้องให้ทางก.ล.ต. อนุญาตพร้อมกับมีการแสดงรายการข้อมูลเสนอขายและร่างหนังสือชี้ชวนต่อ ก.ล.ต. อีกด้วย (ไฟลิ่ง) หากไม่ทำตามนี้ถือว่าผิดกฏหมายและต้องดำเนินการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เท่านั้น

“ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอลจะต้องขอไลเซนส์จาก ก.ล.ต. ทั้งในส่วนของศูนย์ซื้อขาย นายหน้าซื้อขาย และ ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิตอล”

กล่าวโดย ก.ล.ต.

มีโทษทั้งอาญา-แพ่ง

อ้างอิงจากเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจกล่าวว่า พรก. ได้กำหนดบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งอาทิ กรณีผู้เสนอขายโทเคนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ทำผ่านตัวกลางที่ถูกกฎหมาย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของราคาขายโทเคนฯ ที่เสนอขาย โดยค่าปรับต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หรือกรณีให้ข้อมูลในหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของที่เสนอขายโทเคน และต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือหากเสนอขายโทเคนฯ ระหว่างที่ ก.ล.ต. ระงับการไฟลิ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภาษี

อ้างอิงตามเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าได้ออก พรก. 2 ฉบับเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอลโดยแยกเป็น กฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิตอล และการเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนด้วยสินทรัพย์ดิจิตอล โดยหน่วยงานที่จะมาดูแลก็คือ ก.ล.ต.

โดยในส่วนของกรณีซื้อขาย Cryptocurrency แล้วมีกำไร ก็ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% รวมถึงภาษีเงินปันผลและภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจาก Cryptocurrency และการระดมทุน ICO คือทรัพย์สินดิจิตอล เมื่อเป็นสินทรัพย์หรือบริการ เมื่อมีการซื้อขาย ก็ต้องเสีย VAT โดยนิติบุคคลสามารถเคลมคืนได้ แบบภาษีซื้อภาษีขายทั่วไป ส่วนบุคคลธรรมดาจะยกเว้น VAT แต่กรณีมีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิตอลและได้รับเงินปันผล ก็ต้องถูกเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% ทั้ง 2 กรณี แถมยังต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตอนปลายปีอีกด้วย

และด้วยเทคโนโลยี Blockchain ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนถือสินทรัพย์ในตัวนี้ทาง รมว. คลังเลยกล่าวว่า “สิ่งที่รัฐทำคือให้มีการควบคุมที่จุดเริ่มต้น จุดแลกเปลี่ยนที่มีการซื้อขาย โดยต้องกำหนดให้โบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ ตลาดซื้อขายต้องมีไลเซนส์” และต้องมีระบบ KYC (Know-Your-Customer) สำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาทำการซื้อขาย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็ขอให้ต้องบอกได้ว่าเอาเงินมาจากไหน

ส่วนการเก็บภาษีจากการระดมทุน ICO จะต่างกับการเก็บภาษีจากการระดมทุน IPO ที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่กรณีสินทรัพย์ดิจิตอลจะต้องเสียภาษีตั้งแต่เริ่มต้นทั้งภาษี VAT และภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาพจาก Shutterstock