<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตลาดเหรียญคริปโตสะดุดอีกครั้งเมื่อราคา Bitcoin ยังคงอยู่ต่ำกว่า 8,500 ดอลลาร์

หลังจากเมื่อวานนี้ วันที่ 25 มีนาคม ตลาดเหรียญคริปโตกำลังเริ่มเกิดการสะดุด โดยมูลค่าตลาดรวมนั้นร่วงทะลุ 3.5 แสนล้านดอลลาร์ลงมาเหลืออยู่แค่ 3.28 แสนล้านดอลลาร์ โดยนอกเหนือจากเหรียญ altcoin อย่าง Ontology และ Ethos นั้น ราคาของเหรียญ Bitcoin ได้ร่วงลงมาต่ำกว่า 8,500 ดอลลาร์แล้ว

ราคา Bitcoin และ Ethereum ยังคงอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อวาน

ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมหรือเมื่อวานที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin และ Ethereum ได้มีการร่วงลงมาในระดับหนึ่ง โดยตกลงมาจากระดับ 8,580 ดอลลาร์ลงมาถึง 8,490 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 1% โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ โวลลุ่มการซื้อขาย Bitcoin นั้นอยู่ที่ประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าของ Ethereum อยู่ประมาณ 3 เท่า

กระนั้น Ethereum ไม่สามารถที่จะรองรับโวลลุ่มการทำธุรกรรมที่เยอะมากขนาดนั้นได้ จึงทำให้นักเทรดหันไปทำการ hedge (ซื้อเหรียญตัวอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง) ด้วยการไปซื้อเหรียญ Tether (USDT) ที่ปัจจุบันโวลลุ่มการซื้อขาย 24 ชั่วโมงนั้นอยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นอันดับที่สองของโลก

เหรียญ USDT นั้นเป็นตัวบ่งชี้ที่สามารถใช้วัดตลาดเหรียญ cryptocurrency ได้ เนื่องจากว่าตลาดแลกเปลี่ยนหลาย ๆ แห่งนั้นก็ใช้เหรียญดังกล่าว และเหรียญ USDT นั้นก็ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในเว็บเทรดหลาย ๆ ที่อีกด้วย และด้วยการที่เหรียญดังกล่าวถูกนำไปผูกไว้กับเงินดอลลาร์ด้วยอัตราส่วนแบบ 1:1 นั้น ทำให้มันกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนคริปโตในการ “พักเงินทุน” บนเว็บเทรดที่ไม่รองรับสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานว่านาย Changpeng Zhao หรือ CEO ของ Binance เผยว่าโวลลุ่มการเทรดนั้นเริ่มที่จะกลับมาบนเว็บเทรดส่วนใหญ่แล้ว แต่หากนำไปเปรียบเทียบกับของเมื่อตอนต้นเดือนมีนาคมจะเห็นได้ชัดว่าโวลลุ่มการซื้อขายของ BTC และ ETH ยังคงต่ำอยู่

อัตราพรีเมียมของเหรียญคริปโตในเกาหลีใต้และของฮ่องกงยังคงสามารถแสดงถึง demand ความต้องการในตัวเหรียญคริปโตในสองสถานที่นี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้นั้น ราคาของ Bitcoin ถูกซื้อขายกันที่ประมาณ 8,723 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าของตลาดโลกประมาณ 3.2% ส่วนในฮ่องกงนั้น เว็บโบรคเกอร์ขาย Bitcoin นาม Gatecoin ยังคงขาย Bitcoin ที่ราคา 9,000 ดอลลาร์ให้กับนักลงทุนอยู่

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า demand ความต้องการของเหรียญ cryptocurrency ในตลาดนั้นยังคงมีความต้องการสูงอยู่โดยเฉพาะในตลาดใหญ่ ๆ อย่างเกาหลีใต้และฮ่องกง แม้ว่าในประเทศจีนจะมีการกวาดล้างการซื้อขายเหรียญ cryptocurrency แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดนักลงทุนในประเทศไว้ได้แต่อย่างไร

ภาพจาก Shutterstock