<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักพัฒนาเหรียญ Monero ประกาศสงครามกับนักขุด กล่าว “เราไม่เอาเครื่อง ASIC”

แต่ละคนมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป แต่ดูเหมือนว่านักพัฒนาของเหรียญ Monero นั้นกำลังเตรียม “คลังแสง” เพื่อประกาศสังครามกับนักขุดในเครือข่าย

เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา นาย Riccardo Spagni หัวหน้าฝ่ายรักษาระบบของเหรียญ Monero ได้เปิดตัวโค้ดเวอร์ชันล่าสุดนาม Lithium Luna ที่มีการเพิ่มระบบป้องกันไม่ให้นักขุดผู้ใดก็แล้วแต่สามารถใช้เครื่อง ASIC ขุดเหรียญ Monero ได้ (เครื่อง ASIC คือเครื่องที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ขุดเหรียญคริปโตโดยเฉพาะ เช่น Bitcoin, Litecoin โดยมีกำลังขุดสูงที่สุดในเครื่องขุดทุกประเภท)

การใช้เครื่อง ASIC มาขุดเหรียญคริปโตนั้นจะส่งผลทำให้นักขุดเป็นผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดของ “แรงขุด” ในเครือข่ายทั้งหมด ส่งผลทำให้นักขุดรายอื่น ๆ ที่ใช้เพียงแค่การ์ดจอไม่สามารถขุดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป และอาจส่งผลต่อระบบ ecosystem โดยรวมที่ทำให้การกระจาย หรือ dencentralized มีน้อยลง เนื่องจากว่าผู้ที่ไม่มีเงินทุนซื้อเครื่อง ASIC ก็จะเลิกขุดไป ส่งผลทำให้ตลาดถูกผูกขาดโดยผู้ที่มีเครื่อง ASIC เยอะที่สุด ซึ่งก็เหมือนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ Bitcoin ในตอนนี้

ปัญหาดังกล่าวทำให้นักพัฒนา Monero ไม่ปลื่มเท่าไรนัก ทำให้ก่อนหน้านี้พวกเขาได้เริ่มประกาศสงครามต่อนักขุดรอบแรกไปแล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริษัท Bitmain จากประเทศจีนที่กำลังครองตลาดส่งออกชิพประมวลผลสำหรับเครื่อง ASIC ซึ่งรุนแรงถึงขั้นที่พวกเขายืนกรานว่าจะเปลี่ยน algorithm ในทุก ๆ 6 เดือนเพื่อไม่ให้ผู้ที่ใช้ ASIC ปรับตัวตามทัน

อย่างไรก็ตาม การประกาศสงครามรอบแรกของนักพัฒนา Monero ดูเหมือนว่าจะมีผลมากเท่าไรนัก เนื่องจากภายหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ทาง Bitmain ก็ตอบโต้ด้วยการประกาศเปิดตัวเครื่องขุด Antminer X3 หรือเครื่องขุดที่ใช้อัลกอริทึ่ม Cryptonight

ซึ่งนั่นทำให้ทางนักพัฒนา Monero ตัดสินใจที่จะอัพเดต hashing อัลกอริทึ่มที่จะทำให้เครื่อง Antminer X3 ไม่สามารถขุดเหรียญดังกล่าวได้อีก แต่อาจต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย

แม้ว่าจะมีผู้ให้การสนับสนุนการตัดสินใจของนักพัฒนา Monero เป็นจำนวนมาก แต่บางคนตั้งคำถามว่าการกระทำที่เล็งเป้าไปยังนักขุดที่ใช้เครื่อง ASIC นั้นเกินกว่าเหตุหรือไม่ เนื่องจากว่าเหรียญ Monero นั้นเป็นที่นิยมมากในหมู่นักแฮค เนื่องจากความสามารถในการปกปิดเส้นทางการทำธุรกรรมของมัน (เหมือน ZCoin และ ZCash)

ซึ่งแม้จะมีการตั้งคำถามเกิดขึ้น แต่นักพัฒนา Monero ก็ไม่หวั่นต่อ Bitmain ที่พวกเขาตั้งชื่อให้ว่า “ฝ่ายอธรรม” ที่ทำให้ Bitcoin และ Siacoin นั้นมีความเป็น decentralized น้อยลง

และท้ายสุด พวกเขาสัญญา และยืนกราน หากว่าระบบเครือข่ายของเหรียญ Monero จะต้องถูกควบคุมโดยเครื่อง ASIC จริง ๆ นั้น พวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อยึดหลักความเสมอภาคในการป้องกันไม่ให้เหรียญของเขามีความเป็น centralized เด็ดขาด