<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สมาคมไทยบล็อกเชนเข้าพบกระทรวงการคลังเพื่อหารือเรื่องกฎระเบียบของเงินดิจิทัล

ในวันที่ 18 เมษายนเวลาบ่าย 14 นาฬิกา ทางคณะกรรมการสมาคมไทยบล็อกเชนได้เข้าพบ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รวมถึงคณะทำงานจากกระทรวงการคลังและผู้บริหารจากกรมสรรพากร ที่ตึกสำนักปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเสนอแนวทางเกี่ยวกับนโยบายทิศทางของ Blockchain และ Cryptocurrency ในประเทศไทยรวมถึงประเด็นเรื่องภาษีอากรที่นักลงทุนกำลังกังวล

โดยคณะกรรมการที่เข้าพบมีรายชื่อดังนี้

  1. ดร.ประเวทย์ ตันติสัจจธรรม
  2. คุณพิริยะ สัมพันธารักษ์
  3. คุณภัชภูมิ วิตติยากร วรรณพฤกษ์
  4. คุณพีรพัฒน์ หาญคงแก้ว
  5. คุณศิวนัส ยามดี
  6. คุณณัฐพล พรชัยประติมา
  7. คุณกษมพัทธ์ วิธานวัฒนา
  8. คุณณัฏฐพล อัศวชมพูนุช
  9. คุณรัฐโรจน์ พณิชย์จุติ
  10. คุณอฐิฏชนก บุญบุตร

โดยรายละเอียดการเข้าพบครั้งนี้คือการนำเสนอทางออกในเรื่องภาษีไม่ว่าจะภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้ และประเด็นอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยน Face to Face KYC เป็น E-KYC โดยทางสมาคมมีความกังวลว่าปัจจุบัน ตลาดธุรกิจที่เกี่ยวกับ Blockchain ไม่ว่าจะ Cryptocurrency หรือ ICO นั้นยังอยู่ในสภาพที่ยังเติบโตได้อีกมาก หากมีการออกกฎระเบียบหรือภาษีที่ไม่เอื้ออำนวยแก่ภาคธุรกิจจะทำให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ภาคธุรกิจในด้านต่างๆรวมถึงการจ้างงานที่จะก่อให้เกิดรายได้แก่ประเทศนั้นไหลออกจากประเทศไทยไปอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ทางสมาคมจึงได้เสนอว่าหากทางภาครัฐได้หันมาสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ก็จะทำให้เกิด Ecosystem ที่เอื้ออำนวยแก่การลงทุน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็น Hub ของ ICO และ Blockchain รวมถึงก่อเกิดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่จะมาลงทุนด้าน Blockchain และไหลลงสู่ภาคธุรกิจที่จะทำให้เกิดการจ้างงานและอาชีพในประเทศ เหมือนที่เคยเกิดกับสิงคโปร์ที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ปัจจุบันติด Top 3 ของประเทศที่เป็นฐานในการระดมทุน ICO

แถลงการณ์ฉบับเต็มมีรายละเอียดดังนี้

ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน

จากแถลงการณ์ของสมาคมนั้นสิ่งที่น่าห่วงตอนนี้ไม่ใช่อัตราภาษีแล้ว แต่สิ่งที่น่าห่วงคือการเก็บภาษี เพราะหากมันไม่เหมาะกับเทคโนโลยีมันจะเป็นการหยุดยังเทคโนโลยี ประเด็นหลักตอนนี้อยู่ที่ เรื่องภาษีในการเทรดคริปโตต่อคริปโต เพราะมันไม่มีราคากลางเหมือน Forex เช่นหากเราซื้อ Ethereum ด้วย Bitcoin แล้วเสีย 15% จะกลายเป็นว่าเราต้องขาย Bitcoin ภาษีซึ่งเป็นไปได้ยากมากในทางปฎิบัติและจะทำให้นักเทรดหนีไปเทรดนอกประเทศหมด ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่าห่วงว่าทางหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องนั้นจะออกกฎระเบียบมาในรูปแบบใด