<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รายงาน: สถาบันลงทุนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งถือครอง Bitcoin มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของ Bitcoin ทั้งโลกแล้ว

Grayscale ถือ Bitcoin ไว้มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของ Bitcoin ทั้งหมด

อ้างอิงข้อมูลจาก Cryptoglobe ดูเหมือนว่า Grayscale บริษัทด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจะถือ Bitcoin ไว้มากกว่า 203,000 BTC ซึ่งคิดเป็มูลค่าประมาณ 780 ล้านดอลลาร์

ครอง Bitcoin 1 เปอร์เซ็นต์

อ้างอิงจาก LongHash จำนวนดังกล่าวทำไม Grayscale เป็นสถาบันการเงินที่ถือ Bitcoin อยู่มากที่สุดในโลก รวมทั้งมี Bitcoin มากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ของ Bitcoin ที่มีอยู่ทั้งหมดอีกด้วย (ปัจจุบันมี Bitcoin ประมาณ 17.4 ล้าน BTC)

Grascale ถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 2013 ถึงแม้ในปี 2018 จะเป็นตลาดหมี แต่สถาบันดังกล่าวก็ยังทำการซื้อ Bitcoin เรื่อย ๆ ทุกเดือนตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า พวกเขาซื้อ Bitcoin ในราคาที่แพงกว่าตลาดถึง 22 เปอร์เซ็นต์ มันอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า มีนักลงทุนสถาบันจำนวนมากกำลังสนใจในสินทรัพย์ชนิดนี้อยู่

ที่น่าสนใจคือ มีข้อมูลชี้ว่า 59 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนมาจากเงินของลูกค้าระดับสถาบัน พร้อมทั้งเผยว่า ยังคงมีเงินลงทุนเพิ่มมาเรื่อย ๆ

Grayscale ได้เผยว่า กองทุน Ethereum Classic (ETC) นั้นมีผลงงานที่แย่ที่สุด เนื่องจากมูลค่าของมันร่วงลงมากว่า 40 เปอร์เซ็นต์ภายใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

คววามสนใจที่เพิ่มขึ้นของสถาบัน

ในปีต่อไป หลาย ๆ คนคาดว่าจะเป็นปีที่เงินของสถาบันการเงินใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ไหลเข้ามาอย่างแท้จริง เนื่องจากมีเจ้าใหญ่ ๆ เช่น ICE ที่จะเปิดตัว Bakkt หรือ Bitcoin Futures ในปีหน้า, Fiedlity ที่ให้บริการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล, Nasdaq ที่จะเปิดตัว Bitcoin Futures และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเอื้อสำหรับสถาบันและนักลงทุนต่าง ๆ ให้เข้าลงทุนในวงการคริปโตได้ง่ายขึ้น และถูกต้องมากขึ้น รวมทั้งมีความปลอดภัยมากกว่าลงทุนผ่านเว็บเทรดอีกด้วย ที่มีสิทธิเสี่ยงถูกแฮ็ก

ก่อนหน้านี้ นาย Mike Novogratz CEO ของบริษัทด้านการลงทุนคริปโตก็ได้ทำนายว่า Bitcoin จะไปแตะที่จุดสูงสุดเดิมหรือมากกว่าภายในปี 2019 เนื่องจากเงินที่ทะลักเข้ามาของสถาบันการเงิน ซึ่งจะผลักดันตลาดให้กับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้
Love
Haha
Wow
Sad
Angry

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

Read previous post:

การวิจัยของ Inter-American Bank ได้เปิดเผยว่าประเทศในละตินอเมริกากำลังเป็นที่ตั้งของบริษัท Startup ด้าน fintech และกำลังเติบโตมากยิ่งขึ้น

Close