<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จุดจบของ ICO?: ใน 30 วันที่ผ่านมา โปรเจกต์ทั่วโลกรุมเทขาย Ether ไปแล้วกว่า 416,000 ETH

ในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา โปรเจกต์ ICO รอบโลกเทขาย ETH ไปกว่า 416,000 ETH

ระดับดังกล่าวถือว่าเป็นการเทขายมากที่สุดตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการเทขาย 630,000 ETH ในเดือนนั้น เนื่องจาก EOS ที่ระดมทุน ETH มาได้จำนวนมหาศาลนั้น เทขายอย่างหนัก

อ้างอิงจากข้อมูล Trustnodes ดูเหมือนว่าโปรเจกต์ ICO ใหญ่ ๆ เช่น SingularDTV ที่มีการเทขายมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ตามมาด้วย Aragon และ Kyber ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลากหลายโปรเจกต์ที่ได้ทำการเทขายในช่วงนี้

ทำไมถึงเทขาย ETH ?

หากลองคิดในมุมมองของ โปรเจกต์ ICO มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีการเทขายแบบนี้เกิดขึ้น เนื่องจากในตอนที่เขาระดมทุนมาได้นั้น พวกเขาจะถือ ETH อยู่จำนวนมาก ซึ่งในตลาดกระทิง พวกเขาก็คาดหวังว่าจะถือคริปโตไว้ รอให้ราคาขึ้นและค่อยนำเงินก้อนนั้นไปใช้จ่ายในส่วนอื่นเพื่อขยายโปรเจกต์

แต่เมื่อราคาลงมา พวกเขาอาจไม่ได้ประมาณไว้ว่าราคามันจะลงมาหนักระดับนี้ เลยจำเป็นต้องขายเพื่อที่จะรักษาทุนให้โปรเจกต์อยู่รอดไว้ก่อน

การเทขายรอบนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาของ Ethereum ถึงร่วงลงอย่างหนักจนทำให้เดือนที่ผ่านมา มันร่วงลงจากตำแหน่งคริปโตอันดับ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากถูก XRP แซงหน้าไป

ถึงแม้ราคาของ Ethereum จะดิ่งลงอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่หากดูข้อมูลจาก Etherscan จะพบว่า เครือข่ายมีจำนวน Wallet เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนล่าสุดแตะ 50 ล้าน Addresses ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกเหนือจากโปรเจกต์ ICO ใหม่ ๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ ก็มีรายงานเช่นกันว่า โปรเจกต์คริปโตใหญ่ ๆ เช่น Steemit ก็ได้ประกาศว่า พวกเขาไล่พนักงานออกไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้วเพื่อความอยู่รอด

นาย Ned Scott ได้กล่าวในประกาศว่า เขาได้พยายามขยายทีมในหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ว่าไม่ได้คาดการณ์ว่า คริปโตจะร่วงมาถึงขนาดนี้ เลยจำเป็นต้องทำการลดต้นทุน

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อเสียของแพลตฟอร์มการระดมทุนเช่น Ethereum ที่เมื่อขาขึ้นก็มีคนถือมากก็จริง แต่เมื่อขาลงมันก็มีคนเทขายหนักเช่นกัน ต้องติดตามกันต่อไปว่า Ethereum จะยืนหยัดพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่