<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รายชื่อบัตรเดบิต Bitcoin ทั้งหมด 8 ใบที่กำลังเปิดให้ใช้บริการในขณะนี้

เหรียญคริปโตเคอเรนซี่นั้นกำลังเริ่มมามีบทบาททดแทนตัวกลางในการจ่ายเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทุกวันนี้ หากจะนึกถึงเครื่องมือที่ช่วยขยายการใช้งานของเหรียญดิจิทัลเหล่านี้ให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้นไปอีกนั้น คงหนีไม่พ้นบัตรเดบิตคริปโต ซึ่งในปัจจุบันนี้เราได้เห็นบริษัทเกิดใหม่มากมายที่ให้บริการในด้านนี้ ซึ่งรายชื่อของผู้ให้บริการบัตรเดบิตคริปโตในด้านล่างนั้น คือลิสต์ที่คุณสามารถเข้าไปใช้บริการได้จริง ๆ แล้วในวันนี้

บริษัทบัตรเดบิตคริปโตจากอเมริกา

Bitpay หรือผู้ที่ช่วยประมวลผลธุรกรรมไปแล้วมากกว่า 1 พ้นล้านดอลลาร์ในช่วงตลาดขาลงในปี 2018 นั้น ให้บริการลูกค้าที่อยู่ในทุก ๆ รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาในการใช้จ่ายเหรียญคริปโตแบบทั้งออนไลน์และในร้านค้า ซึ่งบัตร Visa ของพวกเขาที่ถูกนำมาผูกกับบัญชี wallet คริปโตนั้นรองรับการแลกเปลี่ยน Bitcoin, Bitcoin Cash เป็นเงินดอลลาร์ และรวมถึงสกุลเงินท้องถิ่นอื่น ๆ ได้แบบทันทีอย่างไรก็ตาม บัตรเดบิตคริปโตของ BitPay นั้นเปิดให้ใช้เฉพาะชาวอเมริกันเท่านั้น และการจะขอเปิดใช้งาน ผู้ขอจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวอย่างเช่นที่อยู่, บัตรประชาชน และรวมถึงหมายเลข social security อีกด้วย สำหรับค่าธรรมเนียมในการออกบัตรนั้นจะอยู่ที่ 9.95 ดอลลาร์ และรายเดือนอยู่ที่ 5 ดอลลาร์ในกรณีที่ไม่มีการใช้จ่ายเลย นอกจากนี้ยังมีค่าแปลงสกุลเงินอยู่ที่ 3% ซึ่งจะมีทุกครั้งเมื่อบัตรถูกใช้นอกประเทศสหรัฐฯ ส่วนค่าธรรมเนียมถอนเงินในสหรัฐฯจะอยู่ที่ 2 ดอลลาร์ ส่วนนอกประเทศดังกล่าวจะอยู่ที่ 3 ดอลลาร์

Shift อีกผู้ให้บริการหนึ่งที่มาจากประเทศสหรัฐฯ โดยจะให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับบัญชีของ Coinbase ได้ บัตรดังกล่าวนั้นไม่มีค่าธรรมเนียมในการบำรุงรักษาบัตร แต่จะมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 3 ดอลลาร์หากนำไปทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ในขณะที่ค่าธรรมเนียมถอนเงินจาก ATM จะอยู่ที่ 2.50 ดอลลาร์ (ในประเทศ) และ 3.50 ดอลลาร์สำหรับนอกประเทศ ค่าออกบัตรใหม่นั้นอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ บัตรของ Shift จะรองรับเฉพาะ Bitcoin เท่านั้น และการแลกเปลี่ยนระหว่าง Bitcoin และเงินสดนั้นจะไม่มีค่าธรรมเนียม

บัตรเดบิตคริปโตจากยุโรป

Wirex นั้นถือเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของผู้ที่อาศัยอยู่ในยุโรป บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอังกฤษดังกล่าวให้บริการทั้งบัตรเดบิตวีซ่าแบบบัตรจริง ๆ และ แบบในโทรศัพท์ ในเวอร์ชันของบัตรจริง ๆ นั้นจะมีชิพและ PIN มาให้ บัตรดังกล่าวเปิดให้บริการเฉพาะชาวยุโรปและผู้ที่อาศัยอยู่ใน European Economic Area (EEA) ที่รองรับ Iban อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทดังกล่าวมีแผนที่จะให้บริการของพวกเขาในอเมริกา และในเอเชียด้วย ผู้ใช้งานสามารถที่จะโหลด Bitcoin, Ethereum, Ripple, Litecoin และ Waves เข้าไปในบัตรได้ โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะใช้จ่ายในสกุลเงินหลักอย่างยูโร, ดอลลาร์ และปอนด์ได้อีกด้วย ค่าธรรมเนียมรายเดือนจะอยู่ที่ 1.50 ดอลลาร์ การถอนเงินสดภายในยุโรปมีค่าธรรมเนียมที่ 2.50 ดอลลาร์ และ 3.50 ดอลลาร์นอกยุโรป ส่วนการใช้บัตรซื้อของในร้านค้า ผู้ใช้งานจะได้รางวัล cashback จำนวน 0.5% ในรูปแบบ BTC

Revolut เป็นอีกบริษัทหนึ่งของอังกฤษที่มีข้อเสนอดี ๆ ให้กับผู้ใช้งานคือทางบริษัทจะคืนเงินให้ 1 เปอร์เซ็นต์เป็นคริปโตเคอร์เรนซีเมื่อชำระเงินด้วยบัตร Revolut Metal ของทางบริษัท ค่าบริการน้อยกว่า $16 ต่อเดือน การให้บริการของบริษัทนั้นประกอบไปด้วยรับรอง 5 สกุลเงินดิจิทัลหลักด้วยกันคือ BTC, BCH, ETH, XRP และ LTC และสามารถนำบัตรไปจ่ายเงินจริงได้มากกว่า 150 สกุลเงิน ซึ่งบัตรเดบิตนี้สามารถใช้ได้ทุกที่ที่รับ Mastercard และฟรีค่าธรรมเนียมถอนเงินผ่าน ATM €600 ต่อเดือนหรือประมาณ $680

Cryptopay เป็นอีกบัตรหนึ่งที่ออกมาซึ่งมีค่าชิปและค่าธรรมเนียมออกบัตรที่ $15 ซึ่งตอนนี้จะออกบัตรที่รัสเซียได้ที่เดียวเท่านั้น มีค่าธรรมเนียมการส่ง 1 เปอร์เซ็นต์และค่าบริการรายเดือน 65 รูเบิ้ลซึ่งน้อยกว่า 1 ดอลลาร์ ซึ่งในตอนนี้ทาง Cryptopay ก็วางแผนที่จะเปิดตัวบัตรในสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน การชำระเงินสามารถชำระด้วย BTC, ETH, LTC และ XRP ส่วนค่าธรรมเนียมการถอนเงินจากตู้ ATM จะอยู่ที่ $2.50  ส่วนการแลกเปลี่ยนเงินจะคิดค่าคอมมิชชั่นอยู่ที่ 3%

บริษัทอื่น ๆ ที่เป็นสตาร์ทอัพรายใหม่ในตลาด

ในตอนนี้มีผู้ให้บริการชำระเงินและบริษัทสตาร์ทอัพ Fintech หลายแห่งที่เปิดตัวบัตรเดบิตคริปโตมากมายในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ การให้บริการดังกล่าวนี้มีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้งานคริปโตทั่วโลกและเพื่อให้บัตรเดบิตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการชำระเงินในตลาด

Fuzex ก็เป็นอีกหนึ่งบัตรเดบิตคริปโตที่ให้บริการชำระเงินด้วย bitcoin cash (BCH) เป็นหลักและยังซัพพอร์ต ETH รวมถึงเหรียญของบริษัท FXT ซึ่งในตอนนี้บัตร Fuzex จะออกได้แค่ภาคพื้นยุโรปและ APAC ซึ่งบัตรสามารถใช้สำหรับ  NFC payment และที่สำคัญในตัวบัตรจะมี EMV chip และ barcode ด้วย

Crypto.com เป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกงซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีชื่อว่า Monaco ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาบริษัทได้ประกาศว่าเริ่มที่จะทำการขนส่งบัตรวีซ่า MCO ไปยังลูกค้าในสิงคโปร์ บัตรดังกล่าวจะเชื่อมกับกระเป๋าเงินของมือถือที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะทำการซื้อขาย เก็บหรือติดตามเหรียญดิจิทัล เช่น BTC, ETH, Binance’s BNB token และเหรียญของบริษัท MCO token รวมถึงเงินจริงสกุลหลักด้วย นอกจากนั้นทาง  Crypto.com เคยออกมาเปิดเผยว่าจะออกบัตรในสหรัฐอเมริกาผ่านทางบริษัทที่เป็นหุ้นส่วนกันอย่าง Foris Inc. และ Metropolitan Commercial Bank อีกด้วย

Aximetria ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ให้บริการบัตรเดบิตคริปโตซึ่งจะเชื่อมกับกระเป๋าเงินคริปโตของลูกค้าซึ่งพลเมืองชาวรัสเซียสามารถใช้งานบัตรดังกล่าวได้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ในเดือนพฤศจิกายนทางบริษัทได้ออกมาประกาศว่าแพลตฟอร์มการให้บริการจะซัพพอร์ต BTC และ ETH ซึ่งสามารถใช้ได้กับการชำระเงินแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่จะแปลงเป็นเงินจริงได้อย่างทันที ทั้งนี้บริษัทได้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับทางบริษัท Cex.io ที่เป็นบริษัทที่ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโต ทั้งนี้สามารถสั่งซื้อบัตรดังกล่าวได้ทางแอพพลิเคชั่น iOS

Read previous post:

ในขณะนี้ทาง Tron Foundation ได้ออกมาประกาศว่าจะเข้าร่วมมือกับ Kiip ซึ่งนาย Brian Wong CEO ของ Kiip ก็ได้เข้าร่วมประชุมของ...

Close