<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“เหรียญ XRP จะมีมูลค่าแซงหน้า Bitcoin” กล่าวโดย CEO ของสถาบันการเงินระดับโลก SBI Holdings

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

จากคำกล่าวของซีอีโอสถาบันการเงินที่มีรายได้มากกว่า 200 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ฯ

  • SBI Holdings มีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ XRP ให้มี Market Cap มากกว่า BTC
  • ซีอีโอของ SBI เชื่อว่า XRP ได้เปรียบกว่า Bitcoin เพราะมันไม่มีคุณค่าพื้นฐาน
  • XRP  ควรที่จะหาอะไรที่เป็นสิ่งดึงดูดนานาประเทศมากกว่า Bitcoin

 

ดูเหมือนว่าตลาดคริปโตในช่วงนี้มีชาว Ripple หัวรุนแรงเพิ่มมากขึ้นและมีเงินทุนหนาเสียด้วย นาย Yoshitaka Kitao ซีอีโอของ SBI Holdings (เป็นสถาบันการเงินสัญชาติญี่ปุ่นที่มีรายรับมากกว่า 200 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ฯ)  ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่จัดอยู่ในคนกลุ่มนี้ เขาต้องการที่จะทำให้เหรียญ XRP มี Market Cap สูงกว่า Bitcoin

นาย Kitao ได้กล่าวว่า “เนื่องจาก Bitcoin มีคุณค่าพื้นฐานคือศูนย์อีกทั้งยังมีมูลค่าตกลงจากจุดสูงสุดถึง 80% ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมากในตลาดหุ้นหรือตลาดอื่น เมื่อนานมาแล้วมีคำกล่าวที่พูดถึงกฎของอัตราแลกเปลี่ยนของข้าวว่าแม้ราคามันจะตกแต่สุดท้ายแล้วมันจะหยุดอยู่ที่จุดจุดหนึ่ง แต่สำหรับ Bitcoin แล้วมันไม่ใช่ Bitcoin มีราคาตกลงเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เป็นเพราะว่า Bitcoin ไม่มีคุณค่าพื้นฐาน

“พูดตรง ๆ แล้ว Bitcoin ไม่มีมูลค่าดังนั้นการที่ Bitcoin จะถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติมากขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะประเด็นเรื่องราคาของมัน ดังนั้นผมจึงคิดว่า XRP เป็นเหรียญที่อยู่ในอันดับ 1 ของคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมด”

เขายังเห็นว่าหลาย ๆ บริษัทที่ให้บริการทางการเงินเริ่มใช้เทคโนโลยี XRapid มากยิ่งขึ้น บริษัทมากกว่า 200 แห่งใช้ RippleNet ทั้งสิ้น

กรณีการใช้งาน XRP vs. Bitcoin ที่ขาดกรณีการใช้งาน

ประเด็นที่นาย Kitao พูดถึงนั้นน่าสนใจตรงที่ว่าเขาคิดว่า Bitcoin ยังอยู่ในช่วงที่แสวงหากรณีการนำไปใช้จริง ในขณะที่เหรียญ XRP ได้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนเพราะความสะดวกรวดเร็วและมีราคาถูก

ซึ่งจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ความจริงแล้วมีการนำ BTC ไปใช้หลากหลายแง่มากกว่า XRP ทำให้ดูเหมือนว่ามันไม่มีการใช้ประโยชน์ เหรียญ BTC ไม่ได้ถูกนำมาใช้ชำระเงินข้ามประเทศอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังถูกนำไปใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงใช้สำหรับการเก็บเป็นเงินฝากด้วย

การใช้งานของ XRP มีขอบเขตที่ชัดเจนเพราะผู้ที่เป็นเจ้าของและดำเนินการคือนิติบุคคลที่มีความ Centralized และเป็นผู้กำหนดว่าการใช้งานของเหรียญควรจะเป็นเช่นไร แต่ Bitcoin ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของและมีความ Decentralized ดังนั้นทุกคนสามารถกำหนดได้ว่าการใช้งานของมันควรเป็นเช่นไร เช่น เป็นเงินฝาก สื่อกลางการแลกเปลี่ยน สินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร การชำระเงินข้ามประเทศ เป็นต้น

ด้วยความที่ Bitcoin ไม่ได้มีอะไรบ่งบอกขอบเขตการใช้งานอย่างเป็นรูปธรรมอาจจะทำให้ Bitcoin ถูกมองในแง่ลบ แต่จริง ๆ แล้ว Bitcoin เป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่ Decentralized อย่างแท้จริง และสามารถเชื่อถือได้ในแง่ที่ว่ามันให้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่คริปโตเคอร์เรนซีที่ถูกสร้างบนเครือข่าย Decentralized เท่านั้นที่จะทำได้

เหรียญ XRP อาจจะถูกนำมาใช้ในการชำระเงินข้ามประเทศก็จริง แต่ก็ยังคงขาดคุณสมบัติที่น่าดึงดูดสำหรับนานาประเทศ การที่ SBI Holdings มองว่าเหรียญ XRP จะมีมูลค่าสูงขึ้นกว่า Bitcoin นั้นเป็นอะไรที่ไม่น่าแปลกใจเพราะทางบริษัทลงทุนใน Ripple และ R3 ไปเยอะมากซึ่งทั้ง Ripple และ R3 เป็นบริษัทเทคโนโลยี Distributed Ledger ที่ใช้ XRP ในการทำธุรกรรมระหว่างคริปโตและสินทรัพย์ปกติ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็น่าตื่นเต้นหากสถาบันการเงินขนาดใหญ่เช่นนี้จะสามารถทำให้เหรียญ XRP มีมูลค่าสูงแซงหน้า Bitcoin ได้จริง

Bitcoin ไม่ใช่ Ripple

แบรนด์ Bitcoin เป็นที่รู้จักมากกว่า XRP และนี่เป็นส่วนสำคัญเพราะ XRP มีความ Centralized หาก Ripple ต้องการที่จะแซงหน้า Bitcoin มันจำเป็นที่จะต้องสร้างอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งดึงดูดใจให้กับนานาประเทศนอกจากเป็นโซลูชั่นที่เข้ามาช่วยลดต้นทุนการดำเนินการสำหรับสถาบันการเงินใหญ่ ๆ เพราะแม้ว่าโซลูชั่นของ XRP จะเข้ามาช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยต้นทุนที่ต่ำลง แต่ก็ยังคงเทียบคุณค่าของ Bitcoin ไม่ได้เพราะ Bitcoin ทำให้ทุกคนสามารถเป็นธนาคารด้วยตนเอง ตัดคนกลางออกไปทั้งหมด

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น