<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

OneCoin ออกมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ทั้ง ๆ ที่ผู้ก่อตั้งถูกจับกุมไปแล้ว

โปรเจ็คคริปโต OneCoin ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามันเป็นกึ่งแชร์ลูกโซ่และหลอกลวงทั้งนี้ OneCoin มีคดีถูกฟ้องร้องเรื่องการกระทำที่เป็นแชร์ลูกโซ่อยู่มากมายเพราะมีการหลอกลวงนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนโดยเอาผลกำไรมาล่อ โดยได้หลอกล่อนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนได้เงินไปกว่า 3.353 พันล้านยูโร อ้างอิงจากสื่อท้องถิ่น Samoa Observer

ในเดือนเมษายนโบสต์ในประเทศแถบแปซิฟิกของซามัวกลายเป็นศูนย์กลางของการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากที่รัฐมนตรีได้เชิญ OneCoin ให้พูดคุยกับประชาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารแห่งชาติของซามัวได้สั่งห้ามกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ OneCoin ในปี 2018 เนื่องจากทางซามัวถูกผลิตภัณฑ์ของ OneCoin หลอกลวง

หลังจากที่ธนาคารกลางของซามัวได้ทำการตรวจสอบ ทาง OneCoin ก็ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องการฟ้องเงินจากนิวซีแลนด์เข้ามาในซามัวและปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่บอกว่าทางองค์กรเป็นแชร์ลูกโซ่ โดยทางบริษัทได้ออกมาอธิบายว่ามันเป็นคริปโตเคอร์เรนซีแบบ centralized และไม่เปิดเผยที่มา (close source) ซึ่งตัวระบบก็ใส่นโยบาย AML, CFT (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism) และ KYC (Know-Your-Customer) เข้าไปด้วยเช่นกัน

ทำให้ทาง OneCoin ออกมาโต้แย้งว่าเนื่องจากนโยบายดังกล่าวที่ทางบริษัทได้ใส่เข้ามาในระบบจึงทำให้มันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่และเมื่อผู้ใช้งานยอมตกลงตามสัญญาแล้วผู้ใช้งานก็สามารถไปดำเนินธุรกิจของตนได้อย่างอิสระ ซึ่งทาง OneCoin ก็ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบกรณีของซามัวที่ฟ้องมา

“ทางเราของแสดงความชัดเจนว่าบริษัท OneCoin และ OneLife ไม่มีองค์กรตัวแทนหรือพนักงานในซามัวและนิวซีแลนด์ ไม่มีใครมีอำนาจในการดำเนินการหรือสร้างแถลงการณ์ในนามของบริษัทในซามัวและนิวซีแลนด์”

ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานออกมาว่านักลงทุนรายหนึ่งได้ฟ้อง OneCoin ข้อหาฉ้อโกงและเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งก็มีนักลงทุนหลายรายที่ถูกหลอกให้ลงทุนในโปรเจ็คของ OneCoin ส่วนผู้ก่อตั้งของ OneCoin นั้นก็ได้ถูกจับกุมที่สนามบินของสหรัฐฯไปแล้ว