bitkub-banner

SBI Group จากญี่ปุ่น เตรียมสร้างอาณาจักรสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนแห่งแรกในเอเชีย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • กลุ่มบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง SBI Group ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Coinhako ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีในสิงคโปร์ที่ได้รับใบอนุญาตสถาบันการชำระเงินหลักจากหน่วยงานกำกับดูแลของสิงคโปร์เพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกระดานเทรดทั่วโลก
  • ทางบริษัทยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Ondo Finance เพื่อผลักดันการแปลงหุ้นและสินทรัพย์ในญี่ปุ่นให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลโดยใช้เหรียญสเตเบิลคอยน์ JPYSC ของตนเองในการชำระราคาและเป็นหลักประกัน
  • นอกจากการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคแล้ว SBI ยังได้ร่วมมือกับ Solana Foundation เพื่อเปลี่ยนชื่อ SBI R3 Japan เป็น SBI Solana Global ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การออกสเตเบิลคอยน์และการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงอย่างเช่นหุ้นกู้และอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นโทเคนดิจิทัล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากการรุกตลาดของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จะช่วยขยายโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงตลาดการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับบล็อกเชนซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมหาศาล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ SBI Group ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค การเข้าซื้อกิจการ Coinhako ในสิงคโปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ต้องการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อข้ามพรมแดนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ตลาดภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น การเชื่อมโยงกระดานเทรดระดับโลกเข้าด้วยกันจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน การจับมือกับ Ondo Finance และ Solana Foundation ยังเป็นการตอกย้ำว่า SBI กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดการแปลงสินทรัพย์ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือ RWA อย่างเต็มตัว การนำหุ้นญี่ปุ่น หุ้นกู้ หรืออสังหาริมทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลและชำระราคาผ่านสเตเบิลคอยน์ JPYSC จะช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมกับบล็อกเชน ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูให้เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันสามารถไหลเข้าสู่โลกของคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิสัยทัศน์ของ SBI จะมีความโดดเด่น แต่ยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของการใช้งานสเตเบิลคอยน์ JPYSC ที่ในปัจจุบันยังคงถูกจำกัดให้อยู่เฉพาะในบัญชีของ SBI VC Trade และยังไม่สามารถถอนไปยังกระเป๋าเงินภายนอกหรือทำธุรกรรมบนบล็อกเชนสาธารณะได้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นความท้าทายที่บริษัทจะต้องเร่งพัฒนาเพื่อปลดล็อกศักยภาพของเหรียญให้สามารถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อในอนาคต

การควบรวมกิจการและการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ SBI ทั้งการเข้าซื้อ Bitbank และ Bitpoint รวมถึงการเป็นผู้นำในการระดมทุนให้แก่ EDX Markets และ Gauntlet ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินในญี่ปุ่นไม่ได้มองเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังวางรากฐานเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมทางการเงินของโลกยุคใหม่ ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันเชิงบวกที่สำคัญสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของ SBI Group ในครั้งนี้เป็นการยกระดับการแข่งขันของสถาบันการเงินในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ การกว้านซื้อกิจการและการสร้างพันธมิตรข้ามพรมแดนแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นผู้คุมโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ แม้จะยังมีอุปสรรคเรื่องการเชื่อมต่อสเตเบิลคอยน์ออกสู่เครือข่ายภายนอก แต่ความมุ่งมั่นในการผสานสินทรัพย์โลกจริงเข้ากับบล็อกเชนจะส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาดในระยะยาวอย่างแน่นอน