<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

กระเป๋า Cryptocurrency ติดเครื่อง Samsung Galaxy S10 ถูกเปิดตัวแล้วแต่ทำไมคนไทยถึงยังใช้ไม่ได้

มือถือเรือธงล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy S10 เป็นหนึ่งในมือถือที่มาแรงที่สุดในปี 2019 นี้ มันเป็น Line-up ผลิตภัณฑ์ที่มีความหรูหราและมีด้วยกันถึง 3 โมเดลเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Galaxy S และเป็นอีกก้าวที่สำคัญของมือถือ Andriod เนื่องจากในโมเดลล่าสุดนั้น ได้มีการประกาศออกมาว่ามันมี Wallet สำหรับเก็บคริปโตนาม Samsung Blockchain Wallet แต่ดูเหมือนว่า ผู้ใช้งาน S10 ส่วนใหญ่ที่อยู่นอกเหนือสองประเทศโลกที่หนึ่งนี้จะไม่สามารถใช้งานในส่วนนี้ได้ และถึงแม้ใช้งานได้ มันก็ไม่สามารถเก็บ Bitcoin ได้

มือถือและคริปโต

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่ Samsung ได้ทำการตีพิมพ์บทความอธิบายว่า “ทำไมมือถือ Smartphone ถึงเป็นอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดสำหรับ Blockchain และ Cryptocurrency” ในโพสต์นั้น นาย Joel Snyder ผู้ให้คำปรึกษาด้าน IT และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยได้ทำการอธิบายว่า การที่มี Wallet คริปโตติดตั้งในอุปกรณ์เช่นมือถือนั้นเหมาะสมกว่าการเก็บมันไว้ในคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมือถือ Smartphone นั้นมีสิ่งที่เรียกว่า Trusted Execution Environment หรือ TEE ที่เป็น Memeory และ Storage แยกออกมาโดยเฉพาะจากอุปกรณ์ และระบบปฏิบัติการณ์ต่าง ๆ (Android) ก็ไม่สามารถเข้าถึงในส่วนของ TEE ได้ ถึงแม้จะได้รับการอนุญาตก็ตาม

“ทางเดียวที่จะสามารถเข้าถึง TEE ได้ก็คือการใช้ API ที่จะทำการเรียกแอปพลิเคชันซึ่งทำงานอยู่บน TEE นาม ‘Trustlets’ และหาก Trustlet ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเหมาะสมแล้ว มันก็จะสามารถนำไปใช้ในการจัดการ Keys ต่าง ๆ ของ Wallet ได้ทำให้ความปลอดภัยนั้นแน่นหนามาก ๆ”

นาย Snyder ได้ทำการเปรียบเทียบว่า ในทางตรงกันข้าม หาก Wallet นั้นถูกเก็บอยู่ใน Hard Disk ของ PC หรือเลือกที่จะเก็บ Private Key ไว้ใน Storage ภายในมือถือตามปกติแล้ว มันก็ยังเสี่ยงต่อการถูก Malware เข้ามาจู่โจม แต่ถ้า Key เหล่านั้นถูกเก็บใน TEE มันจะสามารถถูกเข้าถึงได้เพียงแค่การใช้ Trustlet เท่านั้น ส่งผลให้ Malware ไม่สามารถดึงข้อมูล Key ออกมาได้ และด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงชี้ว่า การที่ Samsung ซึ่งเป็นเจ้าของแพลคฟอร์มด้านความปลอดภัยของมือถืออย่าง Knox จะเพิ่มความปลอดภัยให้แน่นหนาขึ้นอีกขั้น

ข่าวลือที่ว่า มือถือ Galaxy S10 นั้นจะมีฟีเจอร์ที่สามารถเก็บ Key คริปโตได้นั้นได้ลือสนั่นตั้งแต่ก่อนที่มันจะเปิดตัว และเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ได้มีรูปหลุดที่โชว์แอปฯ มือถือนาม Samsung Blockchain Keystore ในเมนูของ Galaxy S10 ซึ่งหากอ้างอิงจากรายละเอียดแล้ว มันจะสามารถเก็บและจัดการ Private Key ของ Blockchain ได้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่มือถือดังกล่าวเปิดตัว Samsung ได้เผยว่า มือถือนั้นมาพร้อมกับ ‘Storage ที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาด้วย Hardware ซึ่งจะทำการเก็บ Private Key สำหรับบริการด้าน Blockchain บนมือถือ’

Samsung Wallet ไม่รองรับ Bitcoin

อ้างอิงจากประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับ Wallet คริปโตที่ควรจะอยู่ในมือถือดังกล่าว ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยมาก เพราะว่า Samsung เองก็เพิ่งยื่นจดเครื่องหมายการค้านาม “Samsung Crypto Wallet” ไปที่สหราชอาณาจักรเมื่อเดือนธันวาคม 2018 และก็ดูเหมือนว่า จะไม่มีการพูดถึงว่า Wallet จะรองรับ BTC, BCH, ETH และโทเคน ERC-20 อีกด้วย ถึงแม้จะมีการคาดการณ์ออกมาก่อนหน้านี้ก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ทำให้แฟน ๆ Samsung และชุมชนคริปโตเกิดความสับสนเกี่ยวกับ Wallet ของมือถือ อ้างอิงจากรีวิวตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ และจากผู้ใช้งาน Samsung ดูเหมือนว่า ในมือถือของคนที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯ, แคนาดา และเกาหลีใต้จะมีฟีเจอร์ Wallet นี้ แต่ก็มีบางคนในสหรัฐฯ ที่อัดวิดีโอรีวิวเช่นกันว่า ไม่มีฟีเจอร์ดังกล่าว โดยทั่วไปแล้ว ฟีเจอร์ Keystore นั้นสามารถหาได้ในเมนู Settings ใต้ Biometrics และ Security แต่ดูเหมือนว่า Wallet คริปโตนี้จำเป็นต้องมีการเปิดใช้งานก่อน

มีอีกรีวิวหนึ่งโชว์ให้เห็นว่า มี Wallet ของ Enjin ติดตั้งอยู่ใน Galaxy S10 ของประเทศเกาหลี หากต้องการเปิดใช้งาน Wallet คุณต้องเปิดแอปพลิเคชัน, คลิก ‘Samsung Wallet’ และยอมรับนโยบายต่าง ๆ เมื่อทำสำเร็จ คุณจะสามารถเข้าถึง Samsung BLockchain Keystore ได้ และต้องยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ อีกครั้ง จากนั้นกด ‘Start’ คุณก็จะมีทางเลือกให้เลือก 2 ทางคือสร้าง Wallet ใหม่เลย หรือ Import Wallet ที่มีอยู่แล้วเข้ามา

Samsung Enjin Wallet นั้นรองรับ ETH, ENJ, BNT, KNC, BNB, WBTC (โทเคน ERC-20) และ Stablecoins หลายตัวเช่น TUSD และ USDC นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเทรดเหรียญต่าง ๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานมึนงงที่สุดคือ Wallet ดังกล่าวกลับไม่รองรับ Bitcoin (BTC) และ Bitcoin Cash (BCH) ซึ่งเป็นเหรียญ Top 10 ในวงการคริปโตทั้งสิ้น

อย่างที่ได้มีการรายงานก้อนหน้านี้ ดูเหมือนว่า ผู้ใช้งานที่ยุโรปจะถูกยกเว้นจากการใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว เนื่องจาก Galaxy S10 ที่วางขายในประเทศสวีเดนนั้นไม่ได้มีฟีเจอร์ Blockchain Keystore หรือ Samsung Wallet ติดตั้งไว้ให้ และมีกระทู้ในชุมชน Samsung ของยุโรปเผยด้วยว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวนั้นไม่ได้เปิดใช้งานในอังกฤษเช่นกัน และแอปฯ ดังกล่าวไม่สามารถดาวน์โหลดได้ใน Galaxy Store อีกด้วย

ผู้ดูแลเว็บบอร์ดนาม TracyR ได้อธิบายว่า ในปัจจุบัน Samsung Blockchain Keystore นั้นเป็นฟีเจอร์ที่เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ, แคนาดา และเกาหลีใต้เท่านั้น:

“ยังไม่มีข่าวคราวอะไรในปัจจุบัน (กลางเดือนเมษายน) ว่ามันจะเปิดให้ใช้สำหรับผู้ที่อยู่ในอังกฤษ”

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าคู่มือของผู้ใช้งานที่ติดมือถือ Galaxy S10, S10e และ S10+ ที่เตรียมไว้ให้หลากหลายประเทศในยุโรป และอื่น ๆ ไม่ได้มีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการที่จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ Wallet คริปโตดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งบอกเป็นนัยว่าฟีเจอร์ดังกล่าวนั้นอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวเข้าสู่กระแสหลัก mainstream ทั่วโลกแบบที่หลาย ๆ คนหวังไว้

ดังนั้นนั่นแปลว่าผู้ใช้งานเหรียญคริปโตในไทยที่คิดจะซื้อ S10 เพื่อกระเป๋า wallet เก็บหรียญที่ไม่แม้แต่จะรองรับ Bitcoin นั้นก็อาจจะต้องลองคิดและพิจารณาดูใหม่

Wallet ของ Samsung นั้รองรับ ETH และโทเคนที่ทำงานบน Blockchain ของ Ethereum โดยฟีเจอร์ที่ให้ Import Wallet ที่มีอยุ่แล้วนั้น ก็เปิดให้ใช้งานกับ Wallet ของ Ethereum ด้วย ในตอนนี้ ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทำไมและเมื่อไรที่คริปโตสกุลใหญ่ ๆ เช่น Bitcoin Cash และ Bitcoin จะได้รับการสนับสนุนโดย Wallet ถึงแม้ว่ในงานเปิดตัว Samsung Mobile Business Summit เมื่อต้นปีจะมี Logo ของ Bitcoin โชว์อยู่ใน Slide ของการโปรโมทก็ตาม และสื่ออย่าง News.Bitcoin ก็ได้ทำการติดต่อไปยัง Samsung เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

Galaxy เริ่มรองรับ Blockchain มากขึ้น

รายงานเมื่อเดือนที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า Samsung มีแผนที่จะลงทุในการสำรวจและพัฒนาใน Blockchain ถึงแม้จะเปิดฟีเจอร์ Keystore ให้เพียง 3 ประเทศ และยังไม่รองรับ Bitcoin พวกเขาก็วางแผนที่จะเพิ่ม Wallet คริปโตไปในมือถือ Galaxy ให้มากขึ้น

นาย Chae Won-cheol หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่แผนก Wireless Business ของ Samsung กล่าวในบทความที่ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลีว่า พวกเขาจะ ‘ลดบาเรียในการเข้าถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ’ โดยการที่สร้างมือถือที่รองรับ Blockchain มากขึ้น และเพิ่มประเทศที่รองรับให้มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้จะไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเท่าไรนัก แต่นาย Won-cheol ก็ได้ระบุว่า Samsung จะร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายคมนาคมในการใช้งานเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่นการยืนยันตัวตนด้วย Blockchain และรองรับสกุลเงินให้มากขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Business Korea ได้รายงานว่า Samsung ตัดสินใจที่จะพนักงานที่หน่วย Blockchain จากแผนกธุรกิจมือถือ (เป็นแผนกที่อยู่เบื้องหลังจากพัฒนา Blockchain Keystore และ Samsung Wallet) ไปยังแผนกธุรกิจด้านบริการแทน ซึ่งเป็นแผนกที่มีหน้าที่รับผิดชอบในฟีเจอร์ และการพัฒนาของแอปฯ หลัก ๆ บนมือถือ Galaxy รวมไปทั้ง Samsung Pay บริการด้านมือถือและการชำระเงิน

หนึ่งในสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ อาจจะเป็นการที่ Samsung ตัดสินใจเพิ่ม Samsung Pay สกุลเงินแบบ Decentralized ของพวกเขาลงในมือถือ Galaxy ก็เป็นได้

การที่พวกเขาไม่ได้ทำการรองรับ Bitcoin นั้นอาจไม่ใช่ความผิดพลาดแต่เป็นความจงใจเพื่อที่จะทำบางอย่างต่อไปในอนาคต แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Samsung กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น