<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้ก่อตั้ง Binance กล่าวเหรียญคริปโตของ Facebook ไม่ต้องยืนยันตัวตนเพราะพวกเขามีข้อมูลเราหมดแล้ว

ผู้ก่อตั้งกระดานซื้อขายเหรียญ Bitcoin และ cryptocurrency อันดังหนึ่งของโลก Binance ได้ออกมาทวีตแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ Libra หรือเหรียญคริปโตของ Facebook ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้ โดยเขากล่าวว่าเหรียญดังกล่าวนั้นไม่จำเป็นต้องมีการทำการ KYC (Know your customer) หรือการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานเพื่อป้องกันการฟอกเงิน หรือ AML (anti money laundering)

โดยอ้างอิงจากทวิตเตอร์ของนาย Changpeng Zhao (CZ) นั้น เขาได้ออกมากล่าวว่า

“เหรียญ Libra coin ของ Facebook นั้นไม่จำเป็นต้องมีการทำ KYC เพราะพวกเขานั้นมีข้อมูลอย่างมหาศาลของผู้คนกว่า 2 พันล้านคน ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อ, ID, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์ แต่พวกเขานั้นรู้จักครอบครัวคุณ, เพื่อนคุณ รวมว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแบบ real-time, สิ่งที่คุณชอบ… พวกเขารู้จักคุณมากกว่าที่คุณรู้จักตัวคุณเองเสียอีก แล้วก็กระเป๋าเงินของคุณด้วย ถือเป็นการป้องกันการฟอกเงินที่ดีที่สุด!”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาได้ออกมาโพสต์แสดงความเห็นของเขาได้ไม่นาน ก็มีแฟนคลับของเขาออกมาแสดงความเห็นในเชิงเห็นด้วยจำนวนมาก โดยบางคนถึงกับกล่าวว่า “ผมจะยังใช้แค่ BNB นั่นแหละ ขอบคุณนะ” อีกด้วย

ที่น่าสนใจคือ มีความเห็นหนึ่งกล่าวว่าเหรียญของ Facebook นั้น

“ไม่ควรที่จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ cryptocurrency เลย เพราะมันไม่มีอะไรที่มีความเป็นส่วนตัวหรือ decentralized เลย แต่ผู้คนจำนวนมากก็จะแห่กันเข้ามาใช้เหมือนกับฝูงแกะ”

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่านักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกอย่างนาย Nouriel Roubini หรือผู้ได้รับฉายาว่า Dr. Doom นั้นก็เคยออกมาแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าเหรียญของ Facebook นั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับ cryptocurrency เลย

“มันไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี Blockchain เลยแม้แต่น้อย มันทั้งถูกกำกับและควบคุมโดยองค์กรส่วนกลางที่มีคนจำนวนเพียงหยิบมือจัดการดูแล Nodes ของมัน ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย”

กล่าวโดย Dr. Doom

ตามที่ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้ว ว่า Facebook นั้นได้เปิดตัวเว็บไซต์ Libra และรวมถึง whitepaper เหรียญคริปโตของพวกเขา แต่ก็ยังไม่ได้เปิดให้ใช้งานในขณะนี้ แต่ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจลงชื่อไว้ก่อน โดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้จริงปีหน้า

เหรียญดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถโอนเงินหากันผ่านแอพดัง ๆ อย่าง Messenger และ Whatsapp บนเทคโนโลยี blockchain ได้

ร่วมหาคำตอบทิศทางราคา Bitcoin ได้ในงานมหกรรมด้านคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในไทยในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ บัตรมีจำนวนจำกัด!จองที่นั่งเลย
+ +