<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แบงก์ชาติไทยเผยความคืบหน้าเหรียญคริปโต ‘อินทนนท์’ เสริมศักยภาพการซื้อขายพันธบัตร

รายงานล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยเผยให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จในการพัฒนาและทดสอบเหรียญ cryptocurrency นามว่า ‘อินทนนท์’ ที่พวกเขาซุ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมา โดยเหรียญดังกล่าวนั้นถือเป็น (Central Bank Digital Currency: CBDC) หรือเหรียญดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง

โดยทางแบงค์ชาติเผยว่าพวกเขาได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด 8 แห่ง และรวมถึงบริษัท R3 ในการดำเนินโครโครงการอินทนนท์ ระยะที่ 2 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2562 โดยเป็นการต่อยอดจากโครงการฯ ระยะที่ 1 ที่เคยมีรายงานไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยรายงานเผยให้เห็นผลการทดสอบในระยะที่สองที่กล่าวว่า

  1. ธุรกรรมการซื้อขายและการซื้อคืน พันธบัตรระหว่างสถาบันการเงิน (Interbank Bond Trading and Repurchase Transaction)
  2. การกำกับดูแลและตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินส าหรับลูกค้า (Regulatory Compliance and Data Reconciliation)

ที่น่าสนใจคือทางแบงค์ชาตินั้นเผยว่าเทคโนโลยีการกระจายสมุดบัญชีหรือ distributed ledger technology (DLT) นั้น

“มีศักยภาพที่จะช่วยให้สถาบันการเงินสามารถทำธุรกรรมการซื้อขายและการซื้อคืนพันธบัตร ระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการนำ smart contract ที่เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งของ DLT มาใช้เพื่อช่วยลดระยะเวลาและลดภาระการตรวจสอบการส่งมอบพันธบัตรและการชำระราคา (settlement) ของธุรกรรมดังกล่าว ที่มีขั้นตอนตรวจสอบข้อมูลระหว่างกันหลายขั้นตอนได้รวมทั้งระบบต้นแบบจะช่วยค านวณและจับคู่ธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว เพื่อส่งมอบพันธบัตรเท่าที่จำเป็นซึ่งช่วยลดการสำรองสภาพคล่องเพื่อการชำระราคา

นอกจากนี้ ระบบต้นแบบยังช่วยลดภาระการตรวจสอบและลดข้อผิดพลาดการโอนเงินของลูกค้า โดย สามารถตรวจสอบการมีตัวตนและรายละเอียดของผู้รับเงินปลายทางได้อย่างถูกต้องรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าหลากหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

รายงานยังเผยให้เห็นถึงการทดลองโครงการอินทนนท์ในช่วงระยะที่สามที่คาดว่าจะมีขค่นในช่วงเดือนสิงหาคมในปีนี้ และจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี โดยการทดสอบดังกล่าวนั้นจะเกี่ยวกับการนำเอา DLT มาใช้ “ทดสอบการโอนเงินระหว่างประเทศ (cross-border funds transfer) รวมถึงการออกแบบเชิงธุรกิจและการกำกับดูแลให้เป็นไปตามเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ธปท. มีแผนจะร่วมดำเนินการกับธนาคารกลางฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority: HKMA)”

โปรเจ็คอินทนนท์ดังกล่าวนั้นถูกริเริ่มขึ้นเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปี 2018 ที่ผ่านมาตามที่ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้ว

โดยในขณะนั้นนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการสร้างเหรียญดังกล่าวว่า

“เป้าหมายของเราคือ สามารถที่จะนำ CBDC ไปใช้งานได้ทันที และเพื่อการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร การทำธุรกรรมและการตรวจสอบความถูกต้องต้องมีความรวดเร็วและมีราคาที่ประหยุด เนื่องจากไม่มีตัวกลางเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้ว”

หลาย ๆ ธนาคารทั่วโลกนั้นเริ่มนำร่องออกเหรียญคริปโตของตัวเองออกมาแล้ว โดยในอนาคตนั้นเราอาจจะได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลแทนที่เงินสดกันทั่วโลกเลยก็ได้