<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แชร์ลูกโซ่ PlusToken ที่โกงเงินนักลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาทอาจทำให้ตลาดคริปโตร่วงอย่างรุนแรง

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย มิจฉาชีพก็ยังคงหาช่องทางหรือวิธีการใหม่ ๆ มาหลอกเอาเงินของนักลงทุนเสมอ และในครั้งนี้ มันได้อาศัยกระแสของวงการ Cryptocurrency ในการหลอกเหยื่อให้ตาใจ ด้วยการบอกว่าจะให้ผลตอบแทนรายเดือนจนมีเหยื่อทั่วโลกเกือบ 1 ล้านคน

อ้างอิงจากวิจัยที่จัดทำโดย Elementus บริษัทที่จัดการและควบคุมข้อมูลด้าน Blockchain ได้เผยว่า Plus Token แชร์ลูกโซ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ได้หลอกเงินนักลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 57.41 พันล้านบาท) หรือเป็น Ethereum จำนวนกว่า 9.9 ล้าน ETH ซึ่งมีเหยื่อจำนวนกว่า 800,000 คน และถ้าเกิดนักต้มตุ๋นเหล่านั้นทำการเทขาย Ethereum เหล่านี้ อาจทำให้ราคาร่วงหนักเลยก็เป็นได้

จุดเริ่มต้นของ Plus Token

Plus Token Wallet เป็นแอปฯ มือถือที่มีการโปรโมทไปทั่วจีน, เกาหลีใต้ และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการสัญญาว่าจะได้ผลตอบแทนหรือปันผลรายเดือนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นไม่นานในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มันก็ได้ปิดตัวลง ทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย และกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์

นอกจากส่วนของ Ethereum แล้ว นักวิจัยยังพบอีกด้วยว่า แชร์ลูกโซ่นี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตลาดได้ เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาพบหลักฐานว่ามี Bitcoin มูลค่ากว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 63.46 พันล้านบาท) ใน Plus Token Wallet และถ้าเกิดมีการเทขายเหรียญเหล่านี้ในตลาด มันจะทำให้ทิศทางเปลี่ยนเป็นขาลงอย่างแน่นอน

ความเสียหายแบบเจาะลึกของแชร์ลูกโซ่นี้

Elementus ได้ทำการวิเคราะห์แบบเจาะลึกและพบว่า แชร์ลูกโซ่หลอกเอาคริปโตไปได้จำนวน 9.9 ล้าน ETH หรือประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ ณ ราคาปัจจุบัน มากกว่า 9 ล้านถูกโอนออกไปให้กับผู้ชนะของแชร์ลูกโซ่นี้ ทำให้เหลือ Ethereum อยู่ใน Wallet ประมาณ 830,000 ETH (ประมาณ 4,834 ล้านบาท) ซึ่งไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน

การไร้ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับการที่หน่วยงานของจีนบุกจับกุมกลุ่มหัวหน้าของแชร์ลูกโซ่ที่เกาะวานูอาตู ซึ่งแปลว่าเหรียญเหล่านั้นอาจติดอยู่ใน Wallet เลยก็เป็นได้ ไม่ได้มีการโอนเงินเพิ่มเติมเข้าไปใน Wallets นี้แล้วเช่นกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา

AddressETHUSD
0xf4a2eff88a408ff4c4550148151c33c93442619e790,000$154 million
0xef13a2c29f7a433aff08c60007bc276a64c7bdf520,000$3.9 million
0x32b0ccd7fd17f2a03fd0346378e750fe1c5e219411,300$2.2 million
Total829,833$160.1 million

 

แต่ถ้าให้คิดในแง่ลบหน่อย อาจมีรองหัวหน้าหรือใครก็ตามที่มีอำนาจรองลงมาเหลือรอดจากการจับกุมและสามารถเข้าถึง Wallet นี้ได้ และถ้าในกรณีนั้นเกิดขึ้น อาจมีการเทขายเหรียญตามเว็บเทรดได้ และในแง่บวกก็คือ กลุ่มเบื้องหลังของแชร์ลูกโซ่นี้ถูกจับกุมหมดแล้ว และเหรียญเหล่านี้ถูกเก็บไว้ใน Wallet นั้นตลอดกาล ทำให้ในตลาดมีจำนวน Ethereum น้อยลงไปอีก ส่งผลให้เหรียญที่เหลืออยู่อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้

ในภาพรวมแล้ว จากข้อมูลทั้งหมดนี้ แชร์ลูกโซ่ Plus Token ทำความเสียหายอย่างต่ำ ๆ ที่ 4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120.87 พันล้านบาท) จึงไม่แปลกเลยว่า ทำไมมันถึงถูกจัดอันดับให้เป็นแชร์ลูกโซ่ที่มีความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ขึ้นนำแชร์ลูกโซ่อื่นอย่าง BitConnect และ OneCoin ที่เป็นแชร์ลูกโซ่ Cryptocurrency ที่ทำความเสียหายระดับพันล้านดอลลาร์เหมือนกัน

นักต้มตุ๋นเหล่านั้นทำการเทขายไปหรือยัง?

ในตอนนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เหรียญ Ethereum ที่โอนออกไปรอบแรกจำนวนกว่า 9 ล้าน ETH นั้นไปที่ Wallet ของผู้ชนะของแชร์ลูกโซ่นี้ หรือไปยัง Wallet ของระดับรองหัวหน้ากันแน่ จากข้อมูล ผู้ที่ลงทุนในแชร์ลูกโซ่นี้จำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ได้รับ Ethereum ไปมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ต่อคน

ด้านล่างนี่คือรายละเอียด Address ของ Wallet Ethereum ผู้ชนะที่ได้เงินเยอะที่สุดอันดับต้น ๆ

จาก Wallet ทั้งหมดนี้ 48 เปอร์เซ็นต์เป็น Address ของ Huobi เว็บเทรดคริปโตสัญชาติจีนเจ้าใหญ่ (แต่ปัจจุบันตั้งอยู่ที่สิงคโปร์เนื่องจากกฎหมายแบนคริปโตในจีน) มี Wallet ของเว็บเทรดอื่น ๆ ด้วยเช่น ZB.com ที่ 8 เปอร์เซ็นต์, Upbit ที่ 5.8 เปอร์เซ็นต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

รูปสัดส่วนคร่าว ๆ ว่า Ethereum กระจายไปที่เว็บเทรดไหนบ้าง

ในตอนนี้ก็แล้วแต่ว่าผู้ชนะที่ได้เงินจากแชร์ลูกโซ่เหล่านั้นจะทำอะไรกับคริปโตที่ได้มา ซึ่งมีโอกาสเช่นกันที่จะทำการเทขายได้ และถ้าหากเป็นแบบนั้น Ethereum จำนวนหลายล้านดอลลาร์อาจไหลเข้าสู่ตลาดและราคาร่วงหนักได้

เฝ้าระวังตัวจากการต้มตุ๋นแชร์ลูกโซ่ให้ดี

ในปัจจุบัน Cryptocurrency ยังคงไม่ค่อยได้รับความเข้าใจในหมู่คนส่วนมาก ซึ่งหากนำจุดนี้ไปรวมกับผลตอบแทนรายเดือนที่ล่อตาล่อใจ และกระแสคริปโตที่มาแรงสุด ๆ แล้ว มันก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมิจฉาชีพมองว่านี่คือโอกาสทองในการเข้ามากอบโกยกำไรจากเหยื่อ

นักลงทุนในยุคนี้ต้องศึกษาให้รอบคอบและรู้ลึกไม่ใช่เชื่อตามคำอื่น เพราะในสมัยนี้บริษัทไหนก็สร้างเว็บขึ้นมาเคลมได้ว่าพวกเขามีผลิตภัณฑ์ที่จะทำการปฏิวัติโลก ซึ่งความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงฉากหน้าสวยหรูไว้หลอกนักลงทุนเท่านั้น

อีกจุดที่สำคัญเลยคือ ถึงแม้แชร์ลูกโซ่เหล่านั้นจะจ่ายเงินปันผลจริงในช่วงแรก มันก็ไม่ได้การันตีว่าในเดือนต่อ ๆ ไป พวกเขาจะจ่ายเงินปันผลอีก เพราะอย่างที่รู้กันเมื่อใดก็ตามที่แชร์ลูกโซ่เหล่านั้น ‘แกล้งจ่ายเงิน’ ไม่ไหว มันก็จะปิดตัวทันที ปล่อยนักลงทุนลอยอยู่กลางทะเลแห่งความสิ้นหวัง

โดยส่วนมากแชร์ลูกโซ่เหล่านั้นมักจะใช้คำว่า ขุดคริปโตแบบเสมือน, การ Arbitrage และการใช้บอทเทรด เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ให้ตระหนักไว้ก่อนเลยว่ามีโอกาสเป็นแชร์ลูกโซ่ได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นทำการพิสูจน์ยากมาก

ในทางกลับกันกองทุนที่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้จริง ๆ จะไม่ต้องการเงินจากนักลงทุนรายย่อยเลยแต่จะโชว์ผลงานให้กับนักลงทุนเจ้าใหญ่ ๆ แทน ท้ายที่สุดการหาเงินไว ๆ โดยที่ไม่ลงแรงอะไรเลยนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะขนาดกองทุนใหญ่ ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับโลกย่าน Wall Street ไปรวมตัวกัน ในช่วงที่ตลาดเป็นขาลงพวกเขาก็ยังขาดทุนกันเลยก็มี ถ้าเป็นสตาร์ทอัปหน้าใหม่คงไม่ต้องพูดถึงกันว่าจะสามารถใช้ระบบเอาตัวรอดได้ยังไง

สรุปแล้วแชร์ลูกโซ่มาในหลากหลายรูปแบบจริง ๆ ในสมัยนี้แต่จุดสังเกตง่าย ๆ คือมีผลตอบแทนที่ล่อตาล่อใจ เช่นเดือนละ 8-10 เปอร์เซ็นต์ก็ให้รู้ตัวและหนีจากมันทันที

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Ethereum มีราคาที่ 189.61 ดอลลาร์ ลดลงมา 1.59 เปอร์เซ็นต์ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและมีมูลค่าโดยรวมที่ 20,376 พันล้านดอลลาร์

ที่มา : cryptoslate