<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ตำรวจกรองปราบไทยเข้าจับกุมแม่ทีมธุรกิจแชร์ลูกโซ่ OneCoin แล้ว ความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

รายงารจากเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจเผยว่าตำรวจกองปราบแห่งประเทศไทยได้เข้าจับกุมชายที่ได้รับชื่อว่า “เสี่ยมานะ” หรือฉายาว่า พ่อมด Cryptocurrency หลังจากที่ได้ต้มตุ๋นเหยื่อไปจนเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทจากการชวนลงทุน OneCoin นอกจากนี้ยังรอการขยายผลไปยังสมาชิกขบวนการแชร์ลูกโซ่รายอื่น ๆ ที่หลบหนีไปยังต่างประเทศอีกด้วย

พันตำรวจเอก แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการ 4 ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายมานะ จูเมือง หรือพ่อมด Cryptocurrency คนดังกล่าว (อายุ 48 ปี) ชาวจังหวัดพิจิตร ในขณะที่พวกเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ที่สนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้รายงานยังเผยว่า

“การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 ต่อเนื่องปี 2562 นายมานะ มีพฤติการณ์ร่วมกับพวกคนไทยและชาวเวียดนาม รวม 7 คน แบ่งเป็นคนไทย 3 คนและชาวเวียดนาม 4 คน รวมตัวกันไปก่อเหตุหลอกลวงประชาชนทั้งชาวไทย ชาวเวียดนาม เกาหลีใต้ และชาวต่างชาติอื่นๆ ในเอเชียราว 10 ประเทศ ให้ร่วมลงทุนเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ เช่น วันคอยน์ , บิตคอยน์ , ริปเปิล และ อีเทอเรียม เป็นต้น”

ที่น่าสนใจคือนายมานะได้ใช้พิพิธภัณฑ์บ้านดง โฮจิมินห์ที่เมืองพิจิตรเพื่อเป็นแหล่งจูงใจให้คนเวียดนามเข้ามาลงทุนในเหรียญคริปโต โดยใช้ประโยคหว่านล้อมเชิงว่า “ได้กำไรดี โดยลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400%”

นอกจากนี้เขายังเชิญชวนให้ชาวบ้านใกล้เคียงเข้าไปลงทุนใน OneCoin อีกด้วย โดยอ้างว่า

“หากถือครองเงินสกุลวันคอยน์ในอัตราการแลกเปลี่ยน 1,000,000 บาท จะแลกเงินดิจิทัลได้ 100,000 เหรียญวันคอยน์ ซึ่งจูงใจด้วยการโฆษณาว่า หากสะสมเหรียญวันคอยน์ครบตามกำหนดก็จะนำไปแลกสินค้าต่างๆได้ เช่น 10,000 เหรียญวันคอยน์ สามารถแลกทองคำน้ำหนัก 1 บาท หรือ 1,000,000 เหรียญวันคอยน์สามารถแลกรถเบ๊นซ์ได้จำนวน 1 คัน หรือบางส่วนก็สามารถนำไปแลกบ้านเดี่ยวได้อีกด้วย”

ภายหลังจากนั้นก็มีชาวบ้านที่หลงเชื่อเป็นจำนวนมากถึงระดับหลายพันคน และได้นำเงินเข้าไปลงทุนจนรวมทั้งสิ้นกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรก ๆ ชาวบ้านก็ได้รับเงินปันผลดี แต่ภายหลังไม่ได้รับผลประโยชน์ตามที่กลุ่มมิจฉาชีพสัญญาไว้ จึงคิดว่าพวกตนถูกโกงแน่ อีกทั้งพยายามติดต่อนายมานะ แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จนทำให้เกิดการแจ้งความต่อตำรวจในที่สุด

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าทาง ก.ล.ต. ไทยนั้นได้ออกมาตักเตือนในกรณี Onecoin ว่าเป็นธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ถึงหลายครั้ง และประชาชนควรระวัง โดยในขณะนั้นพวกเขากล่าวว่า

“สำนักงานตำรวจประเทศสิงค์โปร์ได้เผยแพร่ข่าวบนเว็บไซต์ทางการ ว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 62 ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหาโฆษณาธุรกิจเครือข่ายของเหรียญ “OneCoin” ที่อ้างว่าเป็นคริปโตเคอเรนซี ด้วยลักษณะ Multi-Level Marketing scheme (คล้ายแชร์ลูกโซ่) โดยหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมยังโดนข้อหากรณีร่วมก่อตั้งบริษัท One Concept สำหรับดำเนินการโฆษณาธุรกิจเครือข่ายในลักษณะนี้ด้วย นอกจากนี้ OneCoin และ One Concept ยังอยู่ในรายชื่อผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแล (investor alert list) ของ Monetary Authority of Singapore (หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินสิงคโปร์) ด้วย”