<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

วันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ Bitcoin ถูกทำธุรกรรมครั้งแรก: 5,050 BTC ในราคา 150 บาท

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนในตอนนี้เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำแล้วว่า Bitcoin มาไกลมาก ๆ นับตั้งแต่วันแรกที่มันเป็นตัวสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วในวันนี้ก็จะเป็นวันเดียวกับที่การทำธุรกรรมครั้งแรกที่เริ่มส่งคริปโต  ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าอดีตเป็นอย่างไร และตอนนี้เราอยู่จุดไหนกันแล้วบ้าง 

Bitcoin เมื่อ 10 ปีที่แล้ว 

สำหรับ Bitcoin ในอดีตนั้นวันนี้เมื่อย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วเราจะพบว่าในวันเดียวกันเป็นคร้ังแรกที่เจ้าเหรียญอันดับหนึ่งของโลกคริปโตเคอเรนซี่มีการทำธุรกรรมครั้งแรกเกิดขึ้นบนโลกใบนี้โดยเป็นปริมาณที่มากถึง 5,050 BTC ด้วยค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 5.02 ดอลลาร์เท่านั้น 

ในจุดนี้เองนาย Saifedean Ammous ที่เป็นนักเขียนและติดตามการเติบโตของ Bitcoin ได้ออกมากล่าวนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญมาก ๆ ของประวัติศาสตร์ Bitcoin เลยก็ว่าได้เพราะการทำธุรกรรมครั้งแรกแสดงถึงสิ่งที่ดีในระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นจากคริปโตเคอเรนซี่นั้นเอง

แน่นอนว่าหลังจากนั้นก็อย่างที่เรารู้กันดี Bitcoin ได้เข้ามามีบทบาทที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจไปอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการโอนจ่ายถอนแบบไร้พรมแดน การทำงานแบบ Blockchain หรือ Decentralized ก็เกิดขึ้นทำให้มีเครือข่ายต่าง ๆ มีความปลอดภัยและในตอนนี้ระบบของ Bitcoin ก็พิสูจน์มาแล้วว่ามันยังคงอยู่รอดมาถึงทุกปัจจุบัน 

จนวันนี้หากนับตั้งแต่วันแรกของการเกิดธุรกรรมขึ้น Bitcoin มีมูลค่ามากขึ้นถึง 42 ล้านดอลลาร์ โดยหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็มากถึง 838,000,000 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเยอะมาก ๆ หากคิดจากการเติบโตของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มีในโลกใบนี้ 

แน่นอนว่าตัวการเกิดขึ้นในอดีตไม่สามารถบองอนาคตได้มากมายนัก แต่นี้ก็เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าการพัฒนาโดยรวมของ Bitcoin นั้นมีทิศทางที่ดีและมีความคุ้มค่าอย่างแน่นอนจากที่มันผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายกว่า 10 ปีและยังไม่ล้มหายตายจากเราไป

Bitcoin ประสบความสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ? 

หากเราลองกลับไปย้อนดูการเติบโตของ Bitcoin ดี ๆ ในช่วงระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้เลยว่าเหรียญคริปโตเคอเรนซี่อันดับหนึ่งผ่านอะไรมาเยอะมาก ๆ ทั้งความท้าทายต่าง ๆ ตลาดหมีหรืออื่น ๆ อย่างไรก็ตามในสถาการณ์ปัจจุบันดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นจากการพิสูจน์ตัวเองและสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือมันมีพัฒนาการที่ยิ่งใหญ่และความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากซึ่งความสำเร็จของมันมีดังนี้ 

ก่อนอื่นเลย Bitcoin ได้พกอย่างหนึ่งที่สำคัญและทำให้หลายคนเชื่อถือมันเป็นอย่างมากมาด้วยนั้นก็คือเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Blockchain ซึ่งมีศักยภาพเป็นอย่างมากจนหลาย ๆ ฝ่ายต่างต้องนำมาศึกษาไม่ว่าจะเป็น Start Up ทั้งหลายไล่ไปจนถึงบริษัทเอกชนระดับชั้นนำของโลกเองก็ยังไม่วายต้องศึกษาเพื่อตามโลกแห่งอนาคตที่มี Bitcoin นำอยู่ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้แล้ว Saifedean Ammous ยังได้กล่าวอีกว่าในอนาคตอันใกล้นี้ Bitcoin ที่ตลาดได้ทำการทดสอบมาแทบจะนับครั้งไม่ถ้วนและเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาในอนาคตข้างหน้าจะเป็นสิ่งที่ขาดแคลนแน่นอน 

อย่างที่เรารู้กันดีว่า Bitcoin กำลังจะเกิดการ Halving ขึ้นซึ่งสิ่งนี้เองที่ส่งผลให้ Bitcoin จะยิ่งมีจำนวนที่น้อยลงมากไปกว่าเดิมแต่ปริมาณความต้องการซื้อจะยิ่งมากขึ้นเพราะผู้คนส่วนใหญ่เริ่มรู้แล้วว่า Bitcoin มีมูลค่าขนาดไหนแต่การจะได้มาของมันจะไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปด้วยปริมาณการขุดที่ได้น้อยลงตามที่ผู้สร้าง Bitcoin ต้องการให้มันเป็น 

แน่นอนว่ามีหลายคนที่เปรียบเทียบเลย Bitcoin ก็ไม่ต่างอะไรไปจากทองคำและมีแนวโน้มที่ดีเป็นอย่างมากในการไปแทนที่สกุลเงิน FIAT ของทุกประเทศและอาจจะเป็นสกุลเงินกลางแทนดอลลาร์ในอนาคต ซึ่งอย่างที่เราเห็นกันว่าบางประเทศเริ่มไม่ใช้เงิน Fiat กันแล้วและหันมาถือ Bitcoin แทนอย่างเวเนซูเอล่าเป็นต้น 

สุดท้ายแม้แต่ประธานของธนาคารกลางสหรัฐเองยังออกมาบอกเลยว่า Bitcoin ก็มีมูลค่าไม่ต่างอะไรไปจากทองเลยด้วยเช่นกัน  และเชื่อว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะยังคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายเกิดขึ้นกับเหรียญ Bitcoin หรือสกุลเงินที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้ต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ไปอีกมากมายและมันจะต้องส่งผลถึงทุกคนบนโลกอย่างแน่นอนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจากการ Halving